“หมอเรวัต” ขอความมั่นใจรบ.เปิดประเทศ 120 วัน ด้าน “สาธิต” แจงนายกฯหวังเรียกขวัญกำลังใจคนไทย ปัดเปิดสัญญาอ้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

การเมือง17 มิ.ย. 2564 • 12:23 น.
“หมอเรวัต” ขอความมั่นใจรบ.เปิดประเทศ 120 วัน ด้าน “สาธิต”  แจงนายกฯหวังเรียกขวัญกำลังใจคนไทย  ปัดเปิดสัญญาอ้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
“หมอเรวัต” ขอความมั่นใจรบ.เปิดประเทศ 120 วัน บี้เปิดสัญญาวัคซีนแอสตร้า ด้าน “สาธิต” แจง “นายกฯ” ประกาศเปิดประเทศหวังเรียกขวัญกำลังใจคนไทย แนะรอดูแผนที่ชัดเจน ย้ำคนไทยต้องร่วมมือด้วย ปัดเปิดสัญญาไม่ได้ชี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน มั่นใจเอสตร้าส่งครบตามกำหนด พร้อมนำข้อเสนอเยียวยากลุ่มเครื่องดื่มเข้าคบศ. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณากระทู้สด โดยนายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหมว่า การแก้ไขปัญหาโควิด-19 ผู้นำบริหารผิดพลาดจนเกิดผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชนและเศรษฐกิจ ควรต้องแสดงความรับผิดชอบ การที่บอกว่ารับผิดชอบเองบ่อยๆ แต่ไม่มีการกระทำอะไรที่ดีๆ ไม่มีความหมาย และสร้างความเชื่อมั่นอะไร เช่นประกาศวันที่ 7 มิ.ย.เป็นวาระแห่งชาติ แต่สุดท้ายคนไทยก็ไม่ได้ฉีดวัคซีน และเลื่อนออกไป และเมื่อวานก็ประกาศว่าอีก 120 วันจะเปิดประเทศ คำถามคืออยากรู้ว่าจะเปิดประเทศอย่างไร มีแอคชั่นแพลนที่ชัดเจนอย่างไร ทั้งจำนวน เวลา และมีมายด์สโตนอย่างไร นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ชี้แจงแทนนายกฯว่า การที่นายกฯประกาศกับคนไทยว่าจะกำหนดการเปิดประเทศภายใน120 วัน เป็นการประกาศให้ชัดเจนว่า4 เดือนต่อจากนี้ไปรัฐบาลจะดำเนินการทั้งการควบคุมโรค และฉีควัคซีนให้ครอบคลุมจำนวน70 เปอร์เซนต์ตามแผนการจัดซื้อทั้งวัคซีนต้นทุนหลักและวัคซีนทางเลือก รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขและเครือข่ายควบคู่กันไป ที่นายกฯกล้าประกาศเพื่อเป็นขวัญกำลังใจของคนทั้งประเทศว่าเราจะเดินหน้าสู่กับโควิดไปด้วยกัน เรื่องโควิด หรือวัคซีนไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน การเดินหน้าไปสู่การเปิดประเทศได้มีหลายปัจจัย หรือที่เรียกว่าแอคชั่นแพลน ซึ่งไม่ใช่จะเกิดได้จากฝั่งรัฐบาลฝ่ายเดียว ในแผนทั้งหมดต้องติดตามว่านายกฯจะประกาศอย่างไร อาจจะมีความแตกต่างกันในแต่ละส่วน การจะเปิดประเทศให้ได้ภายในกำหนด บนพื้นฐานของการจัดหาวัคซีนประมาณ 50 ล้านคนหรือประมาณ100 ล้านโด้ส และสถานการณ์การติดเชื้อในต่างจังหวัดก็เริ่มดีขึ้น แต่ต้องควบคุมคัสเตอร์ในกทม.และปริมณทล ถ้าควบคุมได้เป้าหมายก็จะสำเร็จ “ นพ.เรวัต ถามต่อว่า รัฐบาลได้ทำสัญญากับบ.แอสตร้าเซนเนก้า อยากทราบว่ามีเงื่อนไขอย่างไรหากไม่สามารถส่งได้ตามกำหนด และทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน อยากทราบว่าเราสามารถทำการปรับ หรือฟ้องร้องเรียกหาเสียหายได้มากน้อยแค่ไหน และเปิดเผยสัญญาให้ประชาชนทราบได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส หากเปิดเผยไม่ได้เพราะอะไร นายสาธิตกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการทวงถามเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ซึ่งตอนช่วงเจรจาที่เราเจรจาทำสัญญากับบ.เอสตร้าเซนเนก้า ยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงในการค้นคว้าวิจัยว่าจะสำเร็จหรือไม่ และสัญญาที่ทำกันมีความละเอียดอ่อนอย่างมาก ทั้งการเจรจา สัญญาเรื่องจำนวน วันเวลาที่ชัดเจน แต่เขาไม่ได้ขายให้ไทยประเทศเดียว การเปิดเผยข้อมูลต่างๆจึงเป็นความร่วมมือระหว่างเรากับบริษัท ถือเป็นความละเอียดอ่อนที่จะมาพูดตรงนี้ แต่ข้อตกลงหนึ่งคือ บ.เอสตร้าเซนเนก้าต้องส่งวัคซีนต้นทุนหลักให้เรา61ล้านโด้ส โดยในเดือนมิ.ย. ส่ง6 ล้านโด้ส จากนั้น เดือนละ10 ล้านโด้ส จนถึงเดือนธ.ค.จึงจะครบจำนวน “โดยในเดือนนี้ล่าสุดส่งมาเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา อีก6 แสนโด้ส และสัปดาห์หน้าอีก1ล้านโด้ส โดยรวมแล้วประมาณ 4 ล้านโด้ส ดังนั้นผมจึงยังเชื่อมั่นว่าบ.เอสตร้าเซนเนก้าจะปฏิบัติตามแผนการฉีดวัคซีน ให้คนไทย 61 ล้านโด้ส ตามที่เคยตกลงกัน ส่วนเรื่องสัญญาผมต้องขออภัยจริงๆที่ไม่สามารถตอบท่านได้” ด้านนพ.เรวัตกล่าวว่า ตนคงไม่กดดันที่จะต้องมาเปิดสัญญา แต่พอจะทราบหรือไม่ว่าหากการผลิตไม่ต่อเนื่อง และไม่สามารถส่งได้ตามกำหนดเราสามารถฟ้องร้องได้หรือไม่ และตนได้รับการเรียกร้องจากประชาชนบางกลุ่มที่อยากให้รัฐบาลเยียวยาทั้งเรื่องการชำระภาษี ประเภท อาหารและเครื่องดื่ม ด้วยการจ่ายเป็นงวดๆหรือลดการจัดเก็บบางประเภท หรือออกมาตรการแก้ไขกฎหมายให้ขายแอลกอฮอล์ให้ร้านอาหาร ให้โฆษณา รวมถึงขายออนไลน์ หรือซื้อกลับบ้านได้หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ตนต้องขอบคุณหมอเรวัตที่นำเรื่องนี้มาพูดในสภา เพราะต้องยอมรับว่าการเยียวยาของรัฐบาลยังมีบางกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึง ดังนั้นก็จะมีการนำเข้าศบค. เพื่อพิจารณาและนำเข้าครม. เพื่อพิจารณาหามาตรการว่าเยียวยาได้แค่ไหน อย่างไรตามหลักเกณฑ์