“ฟาร์มงูเห่า” ตัวแปรการเมือง - เขย่า “พรรคฝ่ายค้าน”
การเมืองไทยร้อนแรง สุดเข้มข้น ยามข้ามปี จากปีหมู มาสู่ ปีหนู 2563 โดยไม่ต้องคาดเดา เมื่อการฟาดฟันระหว่าง “7 พรรคฝ่ายค้าน” กับ “ฝ่ายรัฐบาล” ยังกลายเป็นวาระที่ติดพัน ยิ่งเมื่อรัฐบาลอยู่ในสภาพที่เรียกว่า “เสียงปริ่มน้ำ” ด้วยรัฐบาลมีส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ณ วันนี้ 255 เสียง ทิ้งห่างจากฝ่ายค้านไม่กี่ช่วงตัว โดยฝ่ายค้านมีเสียงทั้งสิ้น 244 เสียง
เมื่อรัฐบาลอยู่ในสภาพเสียงปริ่มน้ำ สิ่งที่ตามมา จึงกลายเป็นว่า “ผู้จัดการรัฐบาล” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ อีก “2 ป.” ทั้ง “บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รองนายกฯและ “น้องเล็ก” อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องจับมือแทคทีมเพื่อออกแรง “สยบ” อาการงอแง ของ “พรรคร่วมรัฐบาล”ด้วยกันเอง มาหลายรอบ
ขณะเดียวกัน มืออีกข้างหนึ่งยังต้องเปิดไมตรีสานสัมพันธ์ จาก “นอกพรรค” ส่งมือทำงานไปเจรจาข้ามพรรค ข้ามฟากกับทุกพรรคมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องฝ่ากับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาล เล่นนอกเกม “เพาะฟาร์มงูเห่า” ดึงส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านให้โหวตสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล
นอกจากนี้ยังคาดการณ์กันว่า ในวาระสำคัญ การพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นในสมัยประชุมฯรอบนี้ พรรคเพื่อไทย กำลังทำหน้าที่เป็น “หัวหอก” ได้ตระเตรียมลิสต์รายชื่อ ทั้งนายกฯประยุทธ์ ไปจนถึง “รัฐมนตรี” ว่าใครจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจกันบ้าง และคาดว่ายื่นญัตติฯได้ประมาณกลางเดือนม.ค.63 โดยเบื้องต้นจะมี รัฐมนตรีที่ถูกซักฟอกไม่เกิน 7 ราย แต่ที่แน่ๆ งานนี้ รัฐมนตรีทุกคนจะต้องได้เสียงโหวต “ไว้วางใจ” เพื่อที่จะได้ “ไปต่อ”
นั่นหมายความว่า “ทุกเสียง” จึงมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นเสียงโหวตที่มาจากฝ่ายรัฐบาลด้วยกันเอง หรือจาก “งูเห่า”ในสังกัด พรรคฝ่ายค้าน
ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ส่งท้ายปลายปี2562 ที่ผ่านมาคงต้องยกให้ งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่ ทั้ง 4 คน ประกอบด้วยศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ , จารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี , พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี และกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ที่ถูกพรรคอนาคตใหม่ขับออกจากพรรคเนื่องจากฝ่าฝืนการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ตรงกับมติของพรรค
แต่ก็ไม่น่าแปลกใจนักสำหรับ ศรีนวล ที่เมื่อพ้นถูกพรรคอนาคตใหม่ขับออกแล้ว จะวิ่งเข้ามาซบพรรคภูมิไทยได้อย่างทันท่วงที เพราะก่อนหน้านี้ศรีนวลได้แอบย่องเงียบมาพบกับ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ถึงทำเนียบรัฐบาล ซึ่งวันนั้นศรีนวลเอง ก็ขอไม่ให้สัมภาษณ์แถมให้เหตุผลที่ว่า มาของบให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับการเมือง
และนอกจากพรรคอนาคตใหม่แล้ว พรรคเพื่อไทยเองก็มีส.ส.ที่พร้อมจะแปรพักต์ด้วย อย่าง ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม , ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากุลและ คุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ไปต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อครั้งลงพื้นที่ตรวจราชการจ.สุรินทร์ แถมยังพูดอวย “บิ๊กตู่” หวานเจี๊ยบ ขอให้อยู่เกิน 4 ปี และไม่เห็นด้วยที่ใครจะมายุบ เพราะเสียดายงบประมาณที่ใช้ในการเลือกตั้ง
จากกรณีนี้ส่งผลให้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรค ยื่นหนังสื่อต่อ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ตั้งกรรมการสอบ ครูมานิตย์ และส.ส.ที่ไปต้อนรับนายกฯ แต่หลังจากนั้นไม่นานช่วงปลายเดือนส.ค.คณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติงบประมาณวงเงิน 15,800 ล้านบาท โดยจัดสรรงบประมาณลงจังหวัดละ 200 ล้านบาทใน 74 จังหวัด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย โดยเฉพาะจ.สุรินทร์และจ.บุรีรัมย์ได้จังหวัดละ 500 ล้านบาท ที่ถึงแม้ 3 ส.ส.จะถูกเพื่อไทยสอบสวน แต่ก็กลายเป็นฮีโร่ของคนจ.สุรินทร์ไปเสียแล้ว !
มาที่พรรคเล็กอย่าง พรรคเศรษฐกิจใหม่ เมื่อหลังเลือกตั้งไม่นาน เมื่อพลังประชารัฐ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีกระแสอออกมาหนาหู ว่า ส.ส.ในพรรคเศรษฐกิจบางส่วนจะย้ายขั้วมาอยู่กับฝ่ายพรรคพลังประชารัฐเสียแล้ว จนต้องทำให้ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ที่ยังเป็นหัวหน้าพรรคในขณะนั้นออกโรงแจงรายวัน ว่ายังอยู่ฝั่งเดิม ขั้วเดิม
หรือแม้กระทั่งสุดช่วงต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ คนปัจจุบัน ก็ออกมาโต้ถึงกระแสข่าวว่าพรรคจะเข้าร่วมรัฐบาล หลังจากที่ตัว มนูญ ไปแสดงตนเป็นองค์ประชุมสภาฯ ให้รัฐบาลเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลที่ว่า แค่โหวตให้จบ ๆ ไป ตามหลักประชาธิปไตย ยืนยันไม่ใช่งูเห่าแน่นอน เพราะเป็นมติของพรรค และยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล จุดยืนเรายังเหมือนเดิม
รวมถึงพรรคประชาชาติ ของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” เป็นหัวหน้าพรรค ได้มีการตั้งกรรมการสอบกรณีอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี เขต 3 ร่วมเป็นองค์ประชุมกับฝ่ายรัฐบาล โหวตสวนมติพรรคร่วมฝ่ายค้านกรณีตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบ คสช.และมาตรา 44 ซึ่งในเรื่องนี้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นหัวหน้าพรรค เห็นว่าการลงมติสวนพรรคถือว่ามีความผิดร้ายแรง แม้จะต้องเสีย ส.ส.ไปหนึ่งคน แต่ตนเสียดายสมาชิกและอุดมการณ์มากกว่า แม้เราจะมี ส.ส.เหลือเพียงแค่คนเดียว เราก็ต้องยืนหยัดในอุดมการณ์และต้องซื่อสัตย์ต่อประชาชน
แต่ก็ยังเชื่อจะยังมีงูเห่าอีกหลายคน เพราะด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ที่รัฐบาลเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ พรรคพลังประชารัฐเองในฐานะแกนนำรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ดูดส.ส.ฝ่ายตรงข้ามให้ย้ายขั้วมาให้ได้มากที่สุด ซึ่งคนที่ทำหน้าที่พลังดูดให้กับรัฐบาลอย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เป็นมือประสาน 10 พรรคเล็กดึงมาร่วมรัฐบาล และสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ที่เป็นมือกาวดึง พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ย้ายขั้วมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐได้
รวมถึงปัจจัยที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำต้องเจอ อย่างศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านเตรียมรอเชือดแกนนำรัฐบาลอยู่ในสภา ในส่วนนี้ทำให้พรรคพลังประชารัฐต้องเดินเกม ส่งมือดีที่อย่าง พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ และในฐานะประธานยุทธศาสตร์ กทม.มานั่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อควบคุมเสียง ส.ส.ของรัฐบาลรวมทั้งยังมีสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่มานั่งเป็นที่ปรึกษาด้วยอีกคน