"เกียรติ" ซัด "คลัง" ไม่กล้าคาดการณ์เศรษฐกิจไทย หลังเอกชน-ไอเอ็มเอฟระบุติดลบ แนะ 3 กฎเหล็กผ่าวิกฤติ

การเมือง28 พ.ค. 2563 • 16:22 น.
"เกียรติ" ซัด "คลัง" ไม่กล้าคาดการณ์เศรษฐกิจไทย หลังเอกชน-ไอเอ็มเอฟระบุติดลบ แนะ 3 กฎเหล็กผ่าวิกฤติ
"เกียรติ" ชี้กก.กลั่นกรองเงินกู้ 1 ล้านล้าน ขัดหลักธรรมาภิบาล ซัดกระทรวงการคลัง ไม่กล้าคาดการณ์เศรษฐกิจไทย หลังเอกชน-ไอเอ็มเอฟระบุติดลบร้อยละ 7-8 พร้อมเสนอ 3 กฎเหล็กผ่าวิกฤติป้องกันรัฐโลกสวย เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่รัฐสภา เกียกกาย นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า เราเป็นห่วงพ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทกู้เยอะแต่รายละเอียดน้อย ตนกังวลมากเพราะไม่มีรายละเอียดแหล่งที่มาเงินกู้ 1ล้านล้านใน พ.ร.ก.เงินกู้ ในมาตรา 3 บอกว่าระบุให้ชัด แต่เมื่อวันที่ 27 พ.ค. รัฐบาลยังไม่ระบุชัดจะกู้วิธีไหน ทั้งนี้ การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2020 จะเห็นว่าสำนักของไทยคิดบวกเกินไป ภาคเอกชนบอกว่าติดลบ ร้อยละ 8-11 ไอเอ็มเอฟบอกว่าติดลบใกล้ร้อยละ 7 แต่ที่ฉงนคือกระทรวงการคลัง แจ้งหน้าตาเฉยว่าจะงดแถลงจนกว่าไทยจะเข้าสู่สภาวะปกติ อยากถามว่าอีก 2 ปี หรือถ้าไม่ปกติอีก 2 ปีท่านจะหยุดทำงาน นายเกียรติ กล่าวว่า ขณะที่การคาดการณ์ซื้อขายสินค้าทั่วโลก ติดลบประมาณร้อยละ 20 และคาดหวังนักท่องเที่ยวจีน จะยังไม่กลับมา ถ้าจะทำให้ทุกอย่างตรงเป้าต้องปรับคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ในพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ทั้งนี้เมื่อวันที่ 27 พ.ค. นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ระบุว่าจะใช้แนวทางสากล อยากบอกว่าคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ฟื้นฟู กับเยียวยาเป็นคนละคนกัน ความชำนาญไม่เหมือนกัน การไปดูฟื้นฟูอยากให้มีกรรรมการกลั่นกรองฯ กลุ่มฟื้นฟูโดยเฉพาะ เข้าไปมีส่วนร่วม ไม่ใช่รัฐบาลเป็นคุณพ่อรู้ดี เพราะเรามีธุรกิจ 3 กลุ่มที่ดูแลไม่เหมือนกันโดยมีการจ้างงานประชาชนหลายสิบล้านคน "คิดดูแนวทางฟื้นฟู ในพ.ร.ก.1 ล้านล้านบาท เสนอโดยคณะกรรมการกลั่นกรอง คือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและพิจารณาโดยสภาพัฒน์ฯ และกระทรวงการคลัง ขณะที่คนทำรายงานความก้าวหน้าก็คือ สภาพัฒน์ฯอย่างนี้หลักธรรมาภิบาลผมว่าไม่ใช่" นายเกียรติ กล่าวว่า ในส่วน พ.ร.ก. ช่วย SME 5 แสนล้าน ไปไม่ถึงบุคคลเป้าหมาย โดยการจ่ายเงินผ่านธนาคารออมสิน และให้เฉพาะลูกค้าชั้นดี ทั้งที่เขาไม่ต้องการสินเชื่อ โดยพ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่มีการคัดกรองฯ ให้ธนาคารเลือกเอง ตนไปสอบถามผู้จัดการสาขาธนาคาร ได้รับว่า เงินไม่ถึงธนาคารสาขา เพราะสำนักงานใหญ่ธนาคารจัดการเองทั้งหมดถือว่าน่าเป็นห่วง จึงต้องมีกรรมการกลั่นกรองฯเพิ่มขึ้น มิเช่นนั้นจะพลาดเป้าหมด นายเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังขอให้ปรับการตรวจสอบ พูดว่าโปร่งใสเฉยๆ ไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับการจัดการ การเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์จำเป็น ร่วมทั้งการเอาเงินทั้งหมดไปใช้ตรงกับเป้ามีความจำเป็นจริงๆ และสุดท้ายขอเสนอให้ใช้กฎเหล็ก 3 ข้อผ่านวิกฤติ คือ 1.แก้วิกฤตต้องคิดลบ พร้อมสยบทุกปัญหา 2.กระสุนมีจำกัด ทุกนัดต้องเข้าเป้า และ3.คอร์รัปชั่นต้องป้องกันไม่ใช่ลั่นว่าไม่มี