"ชวน" สั่งสภาฯชะลอถกพ.ร.ก.ขยายใช้กม.อุ้มหาย หลังส.ส.ฝ่ายรบ.เข้าชื่อศาลรธน.วินิจฉัย ด้าน "ชลน่าน"โวย

การเมือง28 ก.พ. 2566 • 07:47 น.
"ชวน" สั่งสภาฯชะลอถกพ.ร.ก.ขยายใช้กม.อุ้มหาย หลังส.ส.ฝ่ายรบ.เข้าชื่อศาลรธน.วินิจฉัย ด้าน "ชลน่าน"โวย

"ชวน" สั่งสภาฯชะลอถกพ.ร.ก.ขยายใช้กม.ป้องกันอุ้มหาย หลัง ส.ส.ฝ่ายรบ.เข้าชื่อศาลรธน.วินิจฉัย ด้าน "ชลน่าน"โวยใช้กลไกศาลเตะถ่วงบังคับใช้พ.ร.บ. ซัดแรงอุ้มหายโดยครม. "ชินวรณ์" อ้าง เพื่อให้เกิดความชัดเจน ชี้ ครั้งแรกฝ่ายพรรคร่วมรบ. ยื่นร้องกฎหมายครม.
             
วันที่ 28 ก.พ.2566 เวลา 10.15 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย  โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งได้  ได้เข้าสู่การพิจารณาเรื่องด่วน พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ

โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน  รมว.ยุติธรรม ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า ขอยืนยันว่า กระทรวงยุติธรรม มีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย ตามพ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ทั้งการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนกฎหมาย การจัดทำคู่มือปฎิบัติงาน การสร้างการรับรู้ แต่กระทรวงยุติธรรม ได้รับหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 ขอให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมาย ในหมวด 3 ซึ่งมีทั้งหมด 8 มาตรา ออกไปก่อนแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากมีเหตุขัดข้อง คือ 1.ขาดงบประมาณและอุปกรณ์ 2.ขาดความพร้อมของบุคลากร และ 3.ขาดมาตรฐานกลางในการปฎิบัติงาน 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จึงได้มีการพิจารณาเหตุขัดข้องของตำรวจ ถึงผลร้ายหากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานด้วยความไม่พร้อม อาจส่งผลต่อชีวิตร่างกายของประชาชนโดยตรง รวมถึงจะส่งผลไม่ปลอดภัยต่อสาธารณ ที่ทำได้ไม่สมบูรณ์ อาจเกิดการโต้แย้งในการดำเนินคดีได้ โดยจากข้อเท็จจริง ถือเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 จึงขอเสนอ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยมีสาระสำคัญคือ การเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย จำนวน 4 มาตรา คือ มาตรา 22-25 ออกไปให้บังคับใช้วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เพื่อให้หน่วยงานต่างๆเตรียมความพร้อมในการปฎิบัติตามกฎหมายฉบับนี้

“ผมขอเรียนสภาผู้แทนราษฎรว่า การตราพระราชกำหนดนั้น เป็นการขยายเวลากำหนดบังคับใช้มาตรา 22-25 เป็นการชั่วคราว หรือ ประมาณ 7 เดือน ส่วนฐานความผิด การกระทำทรมาน หรือ อุ้มหาย ยังคงมีอยู่ และยังบังคับใช้อย่างเต็มที่ โดยหากเจ้าหน้าที่ กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ก็จะต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย ไม่ได้เว้นการลงโทษแต่อย่างใด รวมถึงปัจจุบัน หน่วยงานต่างๆก็ได้เร่งขับเคลื่อน เพื่อให้ปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รมว.ยุติธรรม กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลที่ลุกขึ้นมาอภิปรายส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก. เพื่อขยายระยะเวลาการบังคับใช้พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหายออกไป

จนกระทั่งเวลา 13.20 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งว่า ขณะนี้มีสมาชิกจากฝ่ายรัฐบาลเข้าชื่อ ขอให้ส่ง พ.ร.ก.ดังกล่าวต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ซึ่งจากการตรวจรายชื่อในคำร้อง ปรากฏว่า มีจำนวนสมาชิกตรวจสอบลายมือชื่อจำนวน 100 คน ซึ่งไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของส.ส.เท่าที่มีอยู่ทั้งหมด ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด จึงให้ที่ประชุมสภาฯรอการพิจารณาก่อน จนกว่าจะศาลจะมีคำวินิจฉัย
ด้านนพ.ชลน่าน  ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า น่าเสียใจที่กระบวนการพิจารณาของเราไม่แล้วเสร็จ แนวโน้มการอนุมัติจากการฟังสมาชิกทุกคนคดค้าน ดังนั้น การลงมติเสียงส่วนใหญ่น่าจะไม่อนุมัติ การยื่นเรื่องนี้เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยของสมาชิกฝ่ายรัฐบาล จำเป็นต้องตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าสภาแห่งนี้จะอนุมัติพ.ร.ก.ซึ่งยื่นโดยครม.ที่ควบคุมเสียงข้างมากในสภา นั่นหมายถึงต้องการให้มีการอนุมัติ แต่เมื่อคาดการณ์ว่า พ.ร.ก.จะถูกคว่ำ ก็ไปอาศัยกลไกศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดึงจังหวะเวลาออกเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์รัฐสภาว่าชงโดยครม. กินโดยครม. และอุ้มหายโดยครม.เอง   สิทธิในการยื่นเพื่อไม่ให้อนุมัติควรเป็นเสียงตรงข้ามว่าไม่ควรอนุมัติ ถ้ารัฐบาลอนุมัติ ฝ่ายค้านจึงจะยื่น ทุกคนเห็นเหมือนหมดว่า “ไม่อนุมัติ”

“ดังนั้นการยื่นครั้งนี้แปลเจตนาอื่นไม่ได้นอกจากอาศัยกลไกของศาลที่จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย  60 วันในการวินิจฉัย หรือแปลว่า มีเวลา 2 เดือนระงับพ.ร.บ.นี้ไว้ ระหว่างนี้ก็ใช้ พ.ร.ก.ที่รัฐบาลออกไว้  ส่งต่อไปถึงรัฐบาลชุดหน้า ถ้าในช่วงเลือกตั้ง เกิดความเสียหายจากการระงับใช้พ.ร.บ. สมาชิกที่ร่วมลงชื่อเพื่อยื่นต่อศาลต้องรับผิดชอบ”นพ.ชลน่าน กล่าว

ด้านนายชินวรณ์  บุณยเกียรติ  ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า เมื่อฝ่ายรัฐบาลได้ลงชื่อ เพราะเห็นว่าการออก พ.ร.ก. ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา172 จึงมีความจำเป็นต้องยื่นต่อศาลเพื่อวินิจฉัยให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ตาม พ.ร.ก.นี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพันธกรณีที่จะต้องดำเนินการ พวกตนเป็นส.ส. มีจิตสำนึกในหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพของประชาชน ฉะนั้นจึงอยากให้ผู้นำฝ่ายค้านเคารพสิทธิในการดำเนินการเข้าชื่อ 

“การยื่นให้ศาลเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 173 เป็นการลดระยะเวลาในการคุ้มครอง ถ้าปล่อยไปกฎหมายจะบังคับใช้เดือนต.ค. แต่ถ้ายื่นศาลใช้เวลาเพียง 2 เดือน ก็จะมีคำวินิจฉัยออกมา และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลร่วมกันยื่นร้องกฎหมายที่ฝ่ายบริหารเป็นผู้เสนอ” นายชินวรณ์ กล่าว 

ทั้งนี้ในช่วงท้ายการประชุม นายชวน กล่าวว่า ขอบคุณทุกฝ่ายตลอดระยะเวลา 4 ปี ทุกฝ่ายทำงานหนัก ทราบดีเพราะเป็นผู้แทนมา 16 สมัย ประธานรัฐสภา 2 ครั้ง ที่จริงควรประกาศผลงาน อยากบอกว่าสิ่งที่เป็นผลดีเกิดขึ้นต่อประชาชน ท่านทั้งหลายเป็นผู้ริเริ่ม สุดท้ายหวังว่าแม้เราจะไม่มีโอกาสกลับมาทุกคน แต่ขอให้สมาชิกทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน คนที่ค้านวันนี้อาจได้เป็นรัฐบาลในวันข้างหน้า คนที่เป็นรัฐบาลขณะนี้อาจเป็นฝ่ายค้านในขณะนั้น เราพูดอะไรไปว่าไม่ดีวันนี้ วันนั้นก็ต้องไม่ดีตามด้วย อะไรที่ดีวันนี้ วันนั้นก็ต้องดี ขออวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จ

จากนั้น เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านพระบรมราชโองการพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมรัฐสภา สมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่2 พ.ศ.2566  จากนั้นได้สั่งปิดประชุมในเวลา 13.41 น.