กลุ่มไทยภักดี ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ 'ดีอีเอส' เป็นเจ้าภาพเสนอสภา แก้ไข กม.สื่อโซเชียล
วันที่ 17 ธ.ค. 63 เวลา 10.00 น.ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส ) อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กลุ่มไทยภักดี จำนวน 10 คน นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือถึง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรียกร้องให้ทางกระทรวงฯ เร่งให้เกิดการปฏิรูปแผนการใช้โซเชียลมีเดีย เนื่องจากเห็นว่าโซเชียลมีเดียเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ยิ่งปล่อยทิ้งไว้ยิ่งเป็นอันตราย โดยมีนายภุชพงษ์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงฯ เป็นผู้รับมอบหนังสือ
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อโซเชียล ถือว่าเป็นอาวุธสมัยใหม่ เพราะมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก และเกิดกระแสของผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ที่คิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยสร้างเพจปลอมและใช้สื่อให้กระแสข้อมูลเท็จ และชี้นำประชาชน ซึ่งเป็นภัยต่อสถาบันฯ จึงขอให้กระทรวงดิจิทัลฯ เร่งจัดการหาแนวทางปฏิรูประบบสื่อโซเชียล ทั้งในไทยเเละจาก ตปท. โดยขอให้กระทรวง ดีอีเอส เป็นเจ้าภาพเสนอเรื่องต่อสภา เพื่อสร้างกติกากลางของกฏหมายออนไลน์ ในประเทศไทย ทั้งนี้กลุ่มฯ จะมาติดตามผลใน 30 วัน หากไม่คืบหน้าจะมีการระดับการเคลื่อนไหวมากกว่านี้
นายภุชพงค์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส ) ได้กล่าวถึงการแก้ปัญหา การปิดกั้นที่ผ่านมา ว่า ทางกระทรวงฯ ได้ดำเนินการปิดกั้นปัญหาที่ส่งผกระทบใน เรี่องความมั่นคง และ สถาบันฯ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ มีการให้แจ้งความเอาผิด แพลทฟอร์ม ทางโซเชียลมีเดีย อาทิ facebook youtube twitter โดยมีการแจ้งข้อมูลที่มีปัญหาไปในหลายรอบ จากนั้นจะเป็นการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ได้ทำการฟ้องไปบางส่วน แต่ยังไม่มีการปิดกั้น เพราะไม่สามารถกระทำเหมีอนต่างประเทศได้ในการปิดทั้งระบบ เพราะกระทบในหลายส่วน อาทิ การประกอบธุรกิจผ่านสื่อโซเชียส เป็นต้น ที่ผ่านมามีการเชิญส่วนต่างๆมาพูดคุย และ เปิดเสรีไปมากแล้วในการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้โซเชียลทั้งหมด ขณะที่การปิดกั้นเป็นของกระทรวงฯ ในส่วนการจับกุม ดำเนินคดีเป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากนี้ทางกระทรวงฯ จะมีการใช้คำสั่งศาลเป็นตัวบังคับฯ
ส่วนประเด็นกระแสที่ประชาชนทั่วไปเข้าแจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 กับกลุ่มคณะราษฎร นั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นหน้าที่ของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 นั้นคือทุกคนจะต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะทุกคนสามารถทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งหากผู้ถูกแจ้งความเป็นเยาวชนก็มีเงื่อนไขกฎเกณฑ์ในการเอาผิดตามกฎหมาย ไม่ต้องกังวลอะไร ทั้งนี้ตนอยากให้มองถึงความบริสุทธิ์ใจในการปฏิรูปสถาบัน เพราะถ้าหากกลุ่มน้องๆ เยาวชนมีความจริงจัง จริงใจ ทำไมพฤติกรรมจึงสวนทางกับคำว่าปฏิรูป