ทหาร ยุค “บิ๊กตู่” ฟ้าผ่า ททบ.5 แผ่นดินไหว ที่ ทบ. คลื่นยักษ์ ที่ ทร.

การเมือง1 เม.ย. 2565 • 23:00 น.
ทหาร ยุค “บิ๊กตู่” ฟ้าผ่า ททบ.5 แผ่นดินไหว ที่ ทบ. คลื่นยักษ์ ที่ ทร.
ศึกสายเลือด เตรียมทหาร ศึกสายเลือดทหาร ศึกสายเลือด จปร. ศึกลูกประดู่ ศึกลูกทัพฟ้า แม้จะเคยเกิดขึ้นมาในอดีต แต่ทว่า ในปัจจุบัน มันกำลังก่อตัวขึ้นพร้อมๆกัน แม้ว่าจะมี รมว.กลาโหม ที่เป็น นายกรัฐมนตรี และเป็นทหารเก่า หัวหน้าคณะปฏิวัติก็ตาม แต่ก็ดูเหมือน ยังคุมกองทัพให้อยู่ในแถว ไม่ได้ สาเหตุหนึ่ง อาจเป็นเพราะ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรุ่นพี่ เตรียมทหาร 12 ที่ห่างกับ ผบ.เหล่าทัพ ที่เป็น ตท.20 ตท.21 ตท.22 ที่ทำให้ มีความห่างกัน เพราะไม่ทันกันในสมัยเรียน และบางคน ก็ไม่เคยทำงานร่วมหน่วยกับ พล.อ.ประยุทธ์ มา ยิ่งใน ทร. ทอ. ด้วยยิ่งแล้ว จึงอาจทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้ปัญหาในรายละเอียด ในกองทัพเรือ และ กองทัพอากาศ จึงยึดหลักที่ว่า เสนออะไรมา หรือทำอะไรก็ผ่านก็อนุมัติหมด แต่จะรู้แต่ในเรื่องของ กองทัพบก และ เหล่าทหารบก เพราะตนเองเป็นทหารบก และ เป็นอดีต ผบ.ทบ. และต้องเกาะติด เพราะ ทบ.เป็นเหล่าทัพใหญ่สุด และมีบทบาท ในทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จึงจับตามอง แต่ ผบ.ทบ. และ ผบ.ทหารสูงสุด มากกว่าเหล่าทัพอื่น รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้าย ในส่วนของ ทบ. และ บก.ทัพไทย ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จะคอยแสดงแสนยานุภาพของการเป็น นายกฯและ รมว.กลาโหม มาเป็นระยะๆ เช่น การสั่งตัดงบฯกลาโหม เหล่าทัพ ในปี 2563 ราว 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อดึงมาเป็นงบฯกลาง แก้ปัญหาโควิด ที่ทำให้ โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ลำที่ 2-3 จากจีน ต้องชะลอ ตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา รวมทั้ง การจัดซื้อรถถัง รถเกราะ ของ ทบ. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มักจะไม่สื่อสาร โดยตรงกับ ผบ.เหล่าทัพ เองมากนัก แต่จะให้ “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ที่เป็นตท.16 รุ่นยังไม่ห่างจาก ผบ.เหล่าทัพมากนัก จึงมีความใกล้ชิด มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนายกฯ มานาน 8 ปี จนน้องๆ ที่เคยเรียนด้วยกันใน รร.เตรียมทหาร และ นายร้อยจปร. และที่ทำงานใกล้ชิดกันมา ทยอยเกษียณกันหมดแล้ว ต้องรอรุ่นเด็กๆ ที่เคยอยู่หน่วย ร.21 รอ. และ พล.ร.2 รอ. เติบโตขึ้นมาให้ทัน จุดอ่อนนี้ จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกระชับอำนาจในกองทัพ โดยเฉพาะ ทบ.จะเห็นได้ว่า เมื่อเกิดกรณีใน ททบ.5 พล.อ.ประยุทธ์ ก็เกาะติด ตั้งแต่ต้น แม้ขะออกตัวว่า ฎผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะไม่ได้เป็น ผบ.ทบ.แล้ว” ก็ตาม แต่เหตุการณ์ฟ้าผ่า ที่ ททบ.5 การปลด “บิ๊กตี๋” พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 ก็ถูกเชื่อมโยงว่า เป็นเพราะขัดนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ นั่นเอง แม้ว่า พล.อ.รังษี จะยืนยันว่า ไม่ใช่การถูกปลด แต่ได้ขอลาออก หรือขอพ้นจากหน้าที่ ผอ.ททบ.5 เอง และ “บิ๊กบี้” พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. เพื่อนรัก ตท.22 ก็เซ็นอนุมัติ ท่ามกลางกระแสกดดัน หลังจากที่ ททบ.5 ร่วมมือกับ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยในการเสนอข่าว สงครามรัสเซียกับยูเครน และ ตามมาด้วยการขัดคำสั่ง ที่ห้าม ททบ.5 เสนอข่าวสงครามรัสเซียกับยูเครน จนถูกตัดสัญญาณกลางอากาศ และทำให้ ทีมข่าว ท็อปนิวส์ ถอนตัวจาก ททบ.5 ย้อนกลับไป ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าว ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไฟเขียว ให้ ททบ.5 ร่วมงานข่าวกับ ทีมข่าว ท็อปนิวส์ และ ตรงกับแนวทางของ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ต้องการเพิ่มเรตติ้ง ให้ ททบ.5 ที่กำลังขาดทุน ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ก็ทำให้ ททบ.5 ถูกโจมตีว่า ไม่เป็นกลาง แต่ พล.อ. รังษี ก็เดินหน้า ในครั้งนั้น มีข่าวบางกระแส ระบุว่า พล.อ. ณรงค์พันธ์ ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ที่เอาทีมข่าวนี้ มาทำให้ ททบ.5 เพราะเกรงว่า จะถูกโจมตี แต่ พล.อ.รังษี มองว่า จะเป็นการสร้างเรตติ้งให้ ททบ.5 ได้ พล.อ. รังษี เป็นเพิ่อนรัก ร่วมรุ่น ตท.22 และ จปร.33 ของ พล.อ. ณรงค์พันธ์ คบมายาวนาน กว่า 40 ปี เป็นบัดดี้ เพราะ คนหนึ่ง ไม่ค่อยพูด ขณะที่อีกคนพูดไม่หยุด จึงเป็น ผอ.ททบ.5 ที่มีพาวเวอร์ เพราะเป็นเพื่อนรักสายตรง ผบ.ทบ. แต่ที่สุด ก็เกิดเรื่องฮือฮา อีก เมื่อ พล.อ. รังษี ไปลงนามกับ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ในความร่วมมือในการเสนอข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับสงครามรัสเซียกับยูเครน เพราะต้องการจะถ่วงดุลย์ การเสนอข่าวของสื่อในประเทศไทย ที่มักจะเสนอข่าวตามสื่ออเมริกัน และสื่อตะวันตก จนตกเป็นเหยื่อสงครามข่าวสาร แต่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกข้าง และ ไม่เป็นกลาง เพราะททบ.5 ซึ่งเป็นสื่อของกองทัพบก ซึ่งก็เป็นหน่วยงานของรัฐบาล ทั้งๆที่ รัฐบาลไทยประกาศต่อองค์การสหประชาชาติ ว่าจะเป็นกลาง ตอนนั้น เริ่มมีการส่งสัญญาณเตือนมายัง ททบ.5 ว่า ให้ยุติการกระทำ และให้งดเสนอข่าว สงครามรัสเซียกับยูเครน แต่ พล.อ.รังษี ก็แก้เกม ด้วยการไปเจรจากับ เอกอัครราชทูตยูเครน ประจำประเทศไทยและ มีความร่วมมือในการเสนอข่าว เช่นเดียวกับรัสเซีย แต่ต่อมา มีการเสนอข่าวสงครามรัสเซียและยูเครน ในข่าวภาคเที่ยง จึงทำให้ ททบ.5 ตัดสัญญาณการออกอากาศทันที จนทีมทีมข่าว ท็อปนิวส์ ขอถอนตัวออก ในสิ้นเดือนมีนาคม พร้อมกระแสข่าว พล.อ.รังษี ขอลาออกด้วย แล้ว พล.อ.ณรงค์พันธ์ ก็ไม่คัดค้าน เซ็นอนุมัติให้ลาออก เมื่อ 29 มีนาคม แต่ให่มึผล 7 เมย.2565 จนเรียกว่า เกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่า หลังจากที่เกิดแผ่นดินไหว เตือนมาแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวที่ไปเชื่อมโยงกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่แม้แต่ พล.อ.รังษี ก็ เลี่ยงที่จะตอบว่า ใช่หรือไม่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ โดยบอกให้สื่อไปหาข่าวเอาเอง “เอาเป็นว่า ที่ผ่านมา ททบ.5 เราได้รับทราบว่า มีข้อห่วงใย ว่า เรื่องนี้มันละเอียดอ่อน จึงได้งดการเสนอข่าว ไปก่อน” พล.อ. รังษี กล่าว ก่อนที่จะพ้นเก้าอี้ ใน ตท.22 ว่ากันว่า การที่ พล.อ. รังษี ลาออก และ การที่ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ยอมอนุมัติ แม้จะเป็นเพื่อนรักกัน ก็เพื่อ ตัดจบปัญหา ที่กำลังจะลุกลามมาถึง เก้าอี้ ผบ.ทบ. เพราะจากเหตุนี้ เริ่มมีความเคลื่อนไหว ในการเขย่าเก้าอี้ ทบ.1 ของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ แล้วเพราะ ก่อนหน้านี้ มีความพยายามที่จะย้าย พล.อ.ณรงค์พันธ์ มาก่อนแล้ว เพราะมองว่า ไม่ค่อยสนับสนุน รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อีกทั้งโดยบุคลิกของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ที่ไม่ค่อยพูด อยู่แล้ว จึงทำให้ถูกมองว่า มีระยะห่างกับ พล.อ.ประยุทธ์ และไม่ค่อยแสดงออก ถึงการสนับสนุนนายกฯ และเกิดกระแสข่าวลือ ต่างๆนานา โดยเฉพาะ การแต่งตั้งโยกย้ายทหารตุลาคมนี้ เก้าอี้ ปลัดกลาโหม จะว่าง เพราะ “บิ๊กหน่อย” พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ เกษียณราชการ พล.อ.ณรงค์พันธ์ มีอายุราชการถึง ต.ค.2566 ตามแผนจะต้องนั่งเป็น ผบ.ทบ.3 ปี แต่ ก็มีกระแสข่าวการย้าย ผบ.ทบ. มาตลอด จนยิ่งเมื่อมีเรื่อง ในททบ.5 แต่ต้องไม่ลืมว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ ยังเป็นผบ.ฉก.ทม.รอ,904 ด้วย จึงไม่ใช่จะไปย้ายง่ายๆ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็น รมว.กลาโหม และนายกฯ ด้วยก็ตาม อีกทั้ง พล.อ.ณรงค์พันธ์ ก็มี แบ็คอัพไม่ธรรมดา แต่ก็ทำให้ “บิ๊กต่อ” พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) ผช.ผบ.ทบ. น้องรักสายทหารเสือราชินี ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่รอจ่อคิว เป็น ผบ.ทบ. อยู่ถูกจับตามอง เพราะจะเกษียณ ปี 2567 แต่ต้องรอ พล.อ.ณรงค์พันธ์ เกษียณ ปี 2566 ก่อน ก็จะนั่งต่อ แค่ปีเดียว ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการจะไปต่อ ในสมัยที่ 3 หลังการเลือกตั้ง ในปี 2566 ก็ย่อมต้องการ แรงสนับสนุนจากกองทัพ โดยเฉพาะ ทบ. แต่ทว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ ทิ้งระยะห่าง และยึดการเป็นทหารอาชีพ และทหารพระราชา อย่างเคร่งครัด ดังนั้น แม้จะเป็นเรื่องยาก ในการย้าย ผบ.ทบ. แต่ ก็ไม่อาจมองข้าม เพราะอย่างน้อย กรณีที่ต้อง ปลดเปลี่ยน ผอ.ททบ5 นี้ ก็เป็น สัญญาณเตือน ไปถึง คนนั่งเก้าอี้ ทบ.1 แล้วว่า อำนาจรัฐบาล ยังมีอยู่จริง ปัญหาระยะห่างทางใจ ระหว่าง นายกฯ กับ ผบ.ทบ. ต้องเก็บไว้ก่อน แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเคลียร์ปัญหา ท็อปนิวส์ ก่อน เพราะที่ประกาศถอนตัวจาก ททบ.5 ใน 31 มี.ค. 2565 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง หลังต้องมีการเจรจาเคลียร์ใจกัน เพราะ ทีม ท็อปนิวส์ ก็เป็นกองเชียร์ บิ๊กตู่ จนที่สุด ทางศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก และ ททบ. 5 ได้ออกแถลงการณ์ขออภัย ที่การออกอากาศเกิดความไม่เรียบร้อย และการตัดสัญญาณ และสรุปว่า เพราะขัดข้องทางด้านเทคนิคในการออกอากาศ และ การจัดการข้อมูลข่าวสารของสถานี ที่ไปตัดสัญญาณของ ท็อปนิวส์ พร้อมขออภัยประชาชน และทาง ท็อปนิวส์ จะอยู่ต่อ และมีการตกลงหลักการในการเสนอข่าวกันใหม่ ส่วน จะมีแผ่นดินไหว รอบ 2 ถึงเก้าอี้ ผบ.ทบ. หรือไม่ รอดู ก.ย.นี้ ในขณะที่ กองทัพบก กำลังถูกจับตา มอง ว่า วุ่นวาย ร้อนระอุ นั้น ในกองทัพเรือ ก็ร้อนแรง ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน เพราะตั้งแต่ “บิ๊กเฒ่า” พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย มาเป็น ผบ.ทร. ได้ 6 เดือน ย้อนหลังมองกลับไป ก็ปฏิบัติการล้างบาง ล้างคราบไคล “บิ๊กลือ” พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีต ผบ.ทร. ทันที ทั้งรื้อถอน ต้นไผ่ ที่ พล.ร.อ.ลือชัย สั่งปลูกเอาไว้ ตกแต่งตามความเชื่อแบบจีน และการปรับปรุงภูมิทัศน์ กองทัพเรือ เปลี่ยนป้ายข้อความ ม็อตโต้ใหม่ รื้อที่ ทำในยุค พล.ร.อ.ลือชัยทิ้ง ที่สำคัญ ในการโยกย้ายที่ผ่านมา ก็เด้ง นายทหาร สายตรง พล.ร.อ.ลือชัย พ้นตำแหน่งหลัก โดยเฉพาะ การย้าย “บิ๊กปู” พล.ร.อ.สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผช.ผบ.ทร. น้องรักไปเป็น รองเสนาธิการทหาร บก.ทัพไทย สกัดไม่ให้ขึ้น ผบ.ทร. มาแล้ว ล่าสุด พล.ร.อ.สมประสงค์ มีนโยบาย ให้รื้อฟื้นการจัดตั้ง “ศูนย์ฝึกทหารใหม่” สังกัดกรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ศฝท.ยศ.ทร. ) เพื่อให้การฝึกพลทหาร เป็นมาตรฐานเดียวกัน และให้มีความเข้มข้นขึ้น เอาทหารเรือหน่วยซีล นาวิกโยธิน และ สอ.รฝ. มาฝึกให้ “ศูนย์ฝึกทหารใหม่” นี้ ถูกสั่งยุบไป เมื่อ 1 เมย. 2562 ในยุคที่ พล.ร.อ.ลือชัย เป็น ผบ.ทร. โดยอ้างว่า เป็นแดนสนธยา เพราะเป็นหน่วยฝึกทหารใหม่ ปีละหลายพันคน พล.ร.อ.ลือชัย ให้แต่ละหน่วย แยกไปฝึกเอง แบบ ทบ. โดยมีแค่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (นย.)และศูนย์ฝึกทหารใหม่ ของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) เท่านั้น ไม่แค่นั้น สมัยนั้น พล.ร.อ.ลือชัย ก็ตั้ง กรมรบพิเศษที่2 หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) เพิ่ม เพราะ เห็นว่า ทร. มีหน่วยซีล มนุษย์กบ แค่กรมรบพิเศษ1 กรมเดียว ไม่เพียงพอ อันเป็น บทเรียนจาก เหตุการณ์ถ้ำหลวง ที่เชียงราย แต่ล่าสุด มีกระแสข่าวว่า พล.ร.อ.สมประสงค์ จะมารื้อใหม่ และมีแผนที่จะยุบ กรมรบพิเศษที่ 2 นสร. ด้วย ทั้งนี้ พล.ร.ท.ธานี แก้วเก้า รองเสนาธิการทหารเรือ รับคำสั่ง ผบ.ทร. ลงนามในคำสั่งกองทัพเรือ(เฉพาะ) ที่192/2565 เรื่อง ให้ข้าราชการช่วยปฏิบัติราชการนอกหน่วยภายในกองทัพเรือ เมื่อ 28 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา และมีผล 1 เม.ย. นี้ เพื่อให้การปฏิบัติราชการของ ศูนย์ฝึกทหารใหม่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ศฝท.ยศ.ทร.) (เพื่อพลาง) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ข้าราชการ จำนวน 352 นาย ไป ช่วยปฏิบัติราชการยศ.ทร. เพื่อปฏิบัติหน้าที่ใน ศฝท.ยศ.ทร. (เพื่อพลาง )โดยให้ถือเป็นการปฏิบัติราชการ ณ ที่ตั้งปกติ โดยมีคำสั่ง ให้ น.อ.รัชยศ รัชตรุ่งโรน์กุล ผบ.กรม รพศ.2 หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.กร.) อดีต ผช.ทูตทหารเรือ ประจำกรุงมอสโก รัสเซีย มาปฏิบัติหน้าที่ ผู้บังคับการ ศฝท.ยศ.ทร. นี้ ที่ทำให้เกิดทั้งเสียงชื่นชม สำหรับ ทหารเรือ ที่ไม่พอใจ พล.ร.อ.ลือชัย และ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในหมู่ ทหารเรือ สาย บิ๊กลือ ไม่น้อย ขณะที่ ทหารเรือส่วนใหญ่ ก็เฝ้ามอง ดูความเปลี่ยนแปลง ทั้งสิ่งที่ดี และการแก้แค้น ล้างบาง กัน ขนานใหญ่ ที่คาดกันว่า อีก 6 เดือน ที่เหลือก่อนเกษียณ พล.ร.อ.สมประสงค์ คงจะทำอะไร อีกหลายอย่าง โดยเฉพาะ การแต่งตั้งโยกย้าย นายพล ก.ย. นี้ ที่นอกจาก จะดัน “บิ๊กจอร์จ” พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ที่เพิ่งข้ามจาก บก.ทัพไทย มาเป็น ผช.ผบ.ทร. เมื่อ 1 เมย.2565 เป็น ผบ.ทร.คนใหม่ แทนแล้ว คาดว่าจะมีการล้าง สายบิ๊กลือ และ วางทายาท ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ทร. คนต่อๆไป ไว้ด้วย กองทัพเรือ จึงร้อนแรง ไม่แพ้ ทบ. แต่ทว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นทหารบก จึงอาจไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยว หรือดูในรายละเอียด โดยให้เป็นอำนาจ ของ ผบ.ทร. กว่าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะลงมาดูแลในรายละเอียด บรรดาลูกประดู่ คงจะทำศึกกัน จนแหลกลาญกันไปแล้ว เพราะต่างยึดหลักที่ว่า ทีใคร ทีมัน ทีเอ็ง ข้าไม่ว่า ทีข้า เอ็งอย่าโวย ศึกสายเลือด เตรียมทหาร ศึกสายเลือดทหาร จึงยังอยู่คู่ กองทัพ และ การเมืองไทย ไปเช่นนี้ วันดี คืนดี ก็ปฏิวัติกันอีก จนได้