กมธ.ป.ป.ช.เชิญ “สมยศ -ไผ่ ดาวดิน” ให้ข้อมูลเคสถูกตรวจโควิดยามวิกาล “ธีรัจชัย” เผยได้ข้อมูลแย้งราชทัณฑ์อื้อ

การเมือง12 พ.ค. 2564 • 09:12 น.
กมธ.ป.ป.ช.เชิญ “สมยศ -ไผ่ ดาวดิน” ให้ข้อมูลเคสถูกตรวจโควิดยามวิกาล  “ธีรัจชัย” เผยได้ข้อมูลแย้งราชทัณฑ์อื้อ
กมธ.ป.ป.ช.เชิญ “สมยศ -ไผ่ ดาวดิน” ให้ข้อมูลเคสถูกตรวจโควิดยามวิกาล “ธีรัจชัย” เผยได้ข้อมูลแย้งราชทัณฑ์อื้อ เหตุผู้ต้องขังการเมืองถูกจำกัดสิทธิ์ ไม่เป็นไปตามสากล ระบุออกเรือนจำไปศาลห้ามสวมกางเกงใน ห้ามได้ปากกาดินสอจดต่อสู้คดี จ่อเชิญอธิบดีกรมราชทัณฑ์รับทราบแก้ไข เปรียบ “เรือนจำ” คือแดนสนธยา ต้องแก้ไขระบบโครงสร้างทั้งหมด เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่รัฐสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ป.ป.ช.) กล่าวว่า กมธ.ป.ป.ช.ได้ประชุมพิจารณากรณีที่มีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เข้าไปตรวจโควิด-19 ผู้ต้องหาคดีการเมือง 7 คนยามวิกาล เนื่องจากเป็นที่สนใจของประชาชนว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่ รวมถึงผู้ต้องหาก็มีความกังวลว่าตนเองจะไม่ได้รับความปลอดภัยในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ โดยที่ผ่านมากมธ.ป.ป.ช.เชิญอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ผบ.เรือนจำ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแล้ว และในวันนี้ได้เชิญนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน มาให้ข้อมูล สิ่งที่ได้รับฟังแตกต่างจากที่ได้รับจากฝ่ายกรมราชทัณฑ์และเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯค่อนข้างเยอะ โดยทราบว่าผู้ต้องหาในคดีการเมืองบางคนถูกย้ายเรือนจำ ซึ่งคาดเคลื่อนจากการปฏิบัติในกรณีทั่วไป เพราะการต้องขังมีการจับแยกกันไปที่เรือนจําพิเศษธนบุรี เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหาคดีการเมืองอยู่ร่วมกัน กรมราชทัณฑ์ไม่ควรกระทำ จนผู้ต้องหาต้องร้องขอต่อศาลว่าเป็นการขังที่มิชอบ ศาลจึงสั่งให้ย้ายมาขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯเหมือนกันทั้งหมด ส่วนการตรวจสอบวัดไข้นั้นพยายามมีการเจรจาแยกแดนผู้ต้องหาทางการเมืองออกจากกัน ทำให้เกิดข้อโต้แย้งตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ รวมถึงยามวิกาลมีเจ้าหน้าที่ชุดพยาบาลไม่มีการติดชื่อและดูค่อนข้างเข้มแข็งกว่าปกติเข้ามาทำให้เกรงว่าจะเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้กมธ.ป.ป.ช.จะไปสอบถามผู้ต้องขังในคดีการเมืองคนอื่นเพิ่มเติมอีก เช่น นายอานนท์ นําภา และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หากวันที่ 17 พ.ค.ยังไม่ได้รับการประกันตัวออกมา ทางกมธ.ป.ป.ช.จะเข้าไปสอบถามถึงในเรือนจำ ส่วนคนอื่นที่ติดโควิด-19 ยังเดินทางมาไม่ได้ เมื่อพ้นการรักษาตัวเรียบร้อยแล้วก็จะเชิญมาอีกครั้ง นายธีรัจชัย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้สอบถามเรื่องการอยู่ในเรือนจำด้วย พบว่าการที่ออกจากถูกเรือนจำจะต้องถูกตรวจสอบร่างกายมากกว่าปกติ โดยห้ามสวมใส่กางเกงใน รวมถึงไม่ให้นำปากกาดินสอเข้าไปจดบันทึกในระหว่างการเข้าไปพิจารณาคดีในศาล ปรากฎว่าการให้ปากกาดินสอนั้นเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ปล่อยให้นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวินได้รับปากกาดินสอ ถูกย้ายไป 3 คน เรื่องนี้เป็นสิทธิ์ทั่วไปที่ผู้ต้องขังสามารถทำได้หรือไม่ การที่ไปศาลต้องใช้ความจำอย่างเดียว ถ้าไม่ได้ดินสอปากกาไปจด เขาจะต่อสู้คดีอย่างไร รวมถึงการสื่อสารผ่านทนายความต้องผ่านวิดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ หากไฟดับก็ติดต่อกันไม่ได้ รวมถึงหนังสือที่ขออ่านก็ได้บ้างและไม่ได้บ้าง ทั้งที่ผู้ต้องขังยังไม่ได้รับการตัดสิน ถือว่าบริสุทธิ์อยู่ อีกทั้งการปรึกษาแนวทางต่อสู้คดีก็เป็นไปได้ยาก ตนเชื่อว่าหลักการที่จะดูแลผู้ต้องขังคดีการเมืองได้รับความเป็นธรรมจริงๆยังน้อยกว่ามาตรฐานสากลอยู่มาก ทำให้เจ้าหน้าที่จำกัดสิทธิ์ผู้ต้องขังมากกว่าการให้สิทธิ์ “ขอให้กรมราชทัณฑ์ตรวจสอบและทบทวนเพื่อให้เกิดมาตรฐาน ว่าคนที่เห็นต่างทางการเมืองไม่ใช่คนที่เลวร้าย ไม่ใช่อาชญากรยาเสพติด หรือฆ่าคนตายหลายคดีที่บางครั้งยังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว แต่คนเหล่านี้กลับไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ประเทศเราควรทบทวนเรื่องนี้ ทางกมธ.เสนอว่าเราจำเป็นต้องเชิญอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาอีกครั้งเพื่อรับทราบประเด็นปัญหาหลังจากที่กมธ.ได้สอบข้อเท็จจริงจากผู้ต้องขังในคดีนี้ครบทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การแก้ไขต่อไป เพราะเรือนจำถือเป็นแดนสนธยา จึงต้องแก้ไขระบบเชิงโครงสร้างให้เกิดความเหมาะสม” นายธีรัจชัย กล่าว