พณ.ตรึงราคาไข่ ฟองละ2.90
นายกฯ กำชับ “ก.เกษตรฯ-ปศุสัตว์” เร่งจ่ายชดเชยผู้เลี้ยงหมู 56 จว. “เด็กเพื่อไทย”จี้นายกฯ ต้องรับผิดชอบ ปล่อยให้มีการปกปิดข้อมูลหมูติดโรค ASF “พณ.”ช่วยผู้บริโภค สั่งตรึงราคาไข่หน้าฟาร์มฟองละ 2.90 บาท ขู่ฝ่าฝืนเจอปรับ-จำคุก7 ปี ขณะที่ “องค์การพิทักษ์รธน.”บุกปปช.ซ้ำ จี้เอาผิดรมต.คุมกรมปศุสัตว์
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.65 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เร่งรัดให้กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการจ่ายเงินชดเชยแก่ผู้เลี้ยงสุกรที่สุกรถูกทำลายเพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้อนุมัติเมื่อวันที่ 11 ม.ค.65 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้เลี้ยงสุกรให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ เนื่องจากภายหลังคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 574.11 ล้านบาท เพื่อจ่ายชดเชยแก่ผู้เลี้ยงสุกรที่ถูกทำลายตามมาตรการป้องกันโรคใน 56 จังหวัด ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 23 มี.ค.64 – 15 ต.ค.64 ได้เริ่มมีผู้เลี้ยงสุกรในหลายจังหวัดสอบถามถึงการได้รับเงินชดเชย ท่านนายกฯ จึงได้เร่งรัดให้กรมปศุสัตว์เร่งดำเนินการตามขั้นตอนจ่ายเงินชดเชยโดยเร็ว และในช่วงที่ต้องเฝ้าระวังโรค ASF นี้ ขอให้ปศุสัตว์ทุกพื้นที่ทั่วประเทศให้ข้อมูลข่าวสารและให้คำปรึกษาต่างๆ แก่ผู้เลี้ยงสุกรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงมาตรการต่างๆ ของทางการ
ส่วนกรณีที่ห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์ได้มีผลวิเคราะห์พบเชื้อ ASF นั้น นายกฯ ขอให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อจำกัดวงของการระบาด ส่วนพื้นที่อื่นที่ไม่อยู่ในพื้นที่ควบคุมโรคก็ขอให้ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดพร้อมกับดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรด้วย
น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่จะได้รับการชดเชยนั้น ต้องเป็นผู้เลี้ยงในพื้นที่ 56 จังหวัดตามประกาศ และเป็นกรณีที่สุกรถูกทำลายโดยการพิจารณาของคณะกรรมการประเมินตามกฎกระทรวงกำหนดค่าชดใช้ราคาสัตว์ที่ถูกทำลายอันเนื่องจากโรคระบาดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคระบาดหรือสัตว์หรือซากสัตว์ที่เป็นพาหนะของโรคระบาด พ.ศ.2560 ซึ่งในพื้นที่และช่วงเวลาดังกล่าวนั้นมีสุกรที่ถูกทำลายแล้ว แต่เกษตรกรผู้เลี้ยงยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชย 4,941 คน สุกร 159,453 ตัว วงเงินรวม 574.11 ล้านบาท
ด้าน นายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ราคาหมูที่พุ่งขึ้นและสร้างความเดือดร้อนให้คนทั้งประเทศ แถมยังไปฉุดให้ราคาไก่ ราคาไข่ ราคาปลา พลอยสูงขึ้นไปด้วย เพราะเป็นอาหารทดแทน ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน จนแทบไม่มีปัญญาจะซื้ออาหารมาประทังชีวิตกันอยู่แล้ว สาเหตุมาจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู ที่ทำให้หมูเสียชีวิตกันเป็นจำนวนมาก คาดกันว่าอาจมีจำนวนการตายถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณหมูในประเทศเลย ซึ่งจะทำให้ราคาหมูจะอยู่ในระดับราคาที่สูงไปอีกนาน และยิ่งจะเข้าช่วงตรุษจีนในต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ราคาหมูจะยิ่งพุ่งกระฉูด ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนกันอย่างมาก
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมูนี้ น่าจะเกิดตั้งแต่ปี 2562 แล้ว และมีสถานการณ์แย่ขึ้นตลอดมา แต่รัฐบาลกลับไม่ยอมรับ และพยายามปัดข่าว ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยได้แสดงความเป็นห่วงและได้สอบถามเรื่องนี้หลายหนทั้งเป็นเอกสารราชการ รวมทั้งเสนอข่าวสอบถามผ่านสื่อมวลชนตอกย้ำ แต่รัฐบาลกลับพยายามบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมรับจนกระทั่งเกิดความเสียหายอย่างหนักต่อเกษตรกร และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก ดังนั้นจึงอยากขอเรียกร้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯ จะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร รวมถึง รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ อธิบดีกรมปศุสัตว์ด้วย จะทำเป็นเนียนๆ ให้เรื่องเงียบไปเองคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์จะต้องรับผิดชอบในฐานะผู้นำประเทศที่ปล่อยให้มีการปิดบังข้อมูลสำคัญ ไม่ต่างจากช่วงปฏิวัติเผด็จการที่ชอบปกปิดข้อมูลกับประชาชนมาตลอดจนเป็นนิสัยไปแล้ว
วันเดียวกัน นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันนี้กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่, สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง, สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้, สมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่แปดริ้ว, สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี, สหกรณ์ผู้ลี้ยงไก่ไข่ลุ่มน้ำน้อย ตลอดจนผู้ผลิตรายใหญ่ กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อหารือร่วมกันและรับทราบถึงสถานการณ์ปัญหาด้านต้นทุนของผู้เลี้ยงไก่ไข่
อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ผู้เลี้ยงไก่ไข่จะให้ความร่วมมือตรึงราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มที่ 2.90 บาทไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากพบเห็นว่ามีการกักตุนหรือฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ และหากตรวจสอบพบการกระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุก 7 ปีปรับ 140,000 บาทหรือทั้งจำและปรับ
ขณะที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า เตรียมบุกป.ป.ช. นนทบุรี อีกรอบ ในวันศุกร์ที่ 14 ม.ค.นี้ เพื่อนำข้อมูลหลักฐานไปร้องขอให้สอบเพิ่มเอาผิด นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกำกับดูแลกรมปศุสัตว์ ซึ่งผิดพลาด ล้มเหลว และปกปิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคอหิวาต์แอฟริกา หรือ ASF
ทั้งนี้ เนื่องจาก นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 1662 / 2562 เรื่อง มอบหมายอำนาจหน้าที่ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งและปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายประภัตร โพธสุธน) กำกับดูแล กรมปศุสัตว์ กรมการข้าว สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และองค์การสะพานปลา นั้น
กรณีที่ปรากฏเป็นการทั่วไปเกี่ยวกับการปกปิดการแพร่ระบาดของเชื้ออหิวาต์แอฟริกา หรือ ASF ของกรมปศุสัตว์ ทำให้หมูของเกษตรกรผู้เลี้ยงรายเล็ก รายกลาง ล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก จนเป็นเหตุให้หมูขาดตลาด และกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หมูแพงในปัจจุบัน ซึ่งความผิดพลาด ล้มเหลวของกรมปศุสัตว์ต่อกรณีดังกล่าว ย่อมเชื่อมโยงไปถึงนายประภัตรที่กำกับดูแล กรมปศุสัตว์ ตามอำนาจหน้าที่ด้วย