จับตาผลตัดสินส.ส.ปมถือหุ้นสื่อ ต้องมาตรฐานเดียวกัน ไม่อย่างนั้น...
วันที่ 20 มิ.ย.นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ความว่า...หากศาลเห็นว่าเข้าข่ายถือหุ้นสื่อเหมือนกัน ผลก็ย่อมเหมือนกัน หากตัดสินไม่เหมือนกัน ฉิบหายแน่ ที่ต่างกันคือ ธนาธรขายหุ้นแล้ว โอนแล้ว แต่ศาลไม่เชื่อ ในระหว่างการพิจารณาคดี ศาลจึงสั่งให้พักการทำหน้าที่ไว้ก่อนเลย
แต่กรณี 27 ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐ ยังถือหุ้นสื่ออยู่อย่างชัดเจน แต่จะผิดหรือไม่ผิดในเมื่ออยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ก็ต้องพักการทำหน้าที่ไว้ก่อนเช่นกัน
แต่พรรคพปชร. จะขอคุ้มครองชั่วคราวให้ 27 ส.ส. ได้ทำหน้าที่ต่อไปได้ โดยอ้างหน้าด้านๆว่า "การสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในหลายคดีไม่เหมือนกัน" นอกจากนี้นายทศพล เพ็งส้ม ส.ส.และเป็นทนายของพรรค พปชร. ยังสารภาพออกมาชัดๆว่า "ผมมีหน้าที่ทำอย่างไรก็ได้ให้ 27 ส.ส. ยังสามารถทำหน้าที่ได้จนจบภารกิจ"
เหตุผล ก็(กู)จะเอาอย่างนี้ (กู)จะเอาเปรียบเพื่อให้รัฐบาลประยุทธ์อยู่ต่อไปได้ แต่กรณีของธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นอย่างไรก็เรื่องของมัน(มึง) ใช่ไหม?
เห็นๆกันอย่างนี้ยังตอแหลว่า ไม่สองมาตราฐาน