เรือดำน้ำ-รล.สุโขทัย ทัพเรือวุ่น มหากาพย์ บทใหม่

การเมือง26 ม.ค. 2567 • 16:00 น.
เรือดำน้ำ-รล.สุโขทัย ทัพเรือวุ่น มหากาพย์ บทใหม่

ผ่าน ไปแล้ว 1 ผบ.ทร. “บิ๊กจ๊อด” พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ เกษียณราชการ ไปเข้าสู่ยุค “บิ๊กดุง” พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม  ที่ก็ถือว่า เป็นขั้วอำนาจเดียวกัน ที่หนุนเนื่องกันมา

ปัญหาใหญ่ที่ กองทัพเรือ กำลังสาละวน หาทางออกอยู่ ก็วนอยู่กับ เรือ 2 ลำ คือ เรือดำน้ำ และ เรือหลวงสุโขทัย ที่อับปาง เมื่อ 18 ธ.ค.2565  ที่ผ่านมาหลายสมัย แต่ก็ยังแก้ไม่ได้

โดยเฉพาะการกู้ เรือหลวงสุโขทัย ที่ส่อเค้าว่า จะต้องนอนอยู่ใต้ทะเล ต่อไปอีก เพราะในปีนี้ คงยังไม่อาจกู้ขึ้นมาเหนือน้ำได้ หลังจากที่จมมา 1 ปีแล้ว

หลังจากที่ พล.ร.อ.อะดุง  ผบ.ทร. สั่งยกเลิก ผลการคัดเลือกบริษัท “น.” ที่เคยชนะการประมูล กู้เรือหลวงสุโขทัย ในงบประมาณ 199 ล้านบาท แล้ว หลังพบว่า อาจไม่สามารถดำเนินการได้ ตามที่เสนอตัวมาในการกู้เรือ ขึ้นมาทั้งลำ ถือเป็นการยกเลิก การประมูล เป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรก ต้องยกเลิก เพราะปัญหาคุณสมบัติของ บริษัท ที่ร่วมประมูล

อีกทั้ง จัสแมกไทย์ (JUSMAG Thai)ของกองทัพสหรัฐฯ ได้ส่งหนังสือแจ้งให้ ทร.ทำตามขัอตกลง ไทย-สหรัฐฯเรื่อง End-User อาวุธยุทโปกรณ์ของสหรัฐฯ กับประเทศผู้ใช้

ทั้งๆที่ ส่งมาเป็นฉบับที่ 2 แล้ว ฉบับแรกตั้งแต่ ม.ค. 2566  หลังเกิดเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง ได้ไม่กี่วัน ทวงถามรายงานเหตุเรือหลวงสุโขทัย อับปาง แต่ ทร.ไม่ได้ตอบ

ก่อน ที่สหรัฐฯจะส่งทวงถามตามมาอีกฉบับ เรื่องการกู้เรือที่ สหรัฐฯ ต้องการ ให้กองทัพเรือปฏิบัติตามข้อตกลง เพราะ เรือหลวง สุโขทัย เป็นเรือ ในโครงการ FMS ความช่วยเหลือทางการทหารของสหรัฐ อีกทั้ง เรือ มีอาวุธปืนติดเรือ ถือเป็นความลับ ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์

ทั้งนีัคาดว่าทาง สหรัฐฯ คงจะล่วงรู้ว่า ทร เลือกบริษัท น. และที่จับมือกับจีน เรื่องการใช้เครื่องมือในการกู้เรือหลวงสุโขทัย จึงได้ทวงถาม ให้ทำตามข้อตกลง ไม่เช่นนั้น จะมีผลต่อ โครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ที่จัดซื้อ ตาม โครงการความช่วยเหลือทางทหารระหว่างกองทัพไทยกับสหรัฐอเมริกา

ในที่สุด พล.ร.อ.อะดุง ได้หารือกับ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด  ที่ได้รับการประสานจากทางสหรัฐฯเช่นกัน จนได้ข้อยุติว่า ทางทร. พร้อมทำตามข้อตกลง ในการเริ่มการคัดเลือกใหม่

ส่งผลให้แผนการกู้เรือ อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน ตาม ที่กองทัพเรือตั้งไว้ เดิมคือ เมษายน 2567 นี้  ต้องเลื่อนออกไป เพราะต้องเปิดประมูล คัดเลือกใหม่  ที่ต้องใช้เวลา และหากล่วงเลย ไปถึงช่วงปลายปี จะเป็นช่วงหน้ามรสุม มีพายุลมแรง ก็จะยังไม่สามารถ กู้เรือได้อีก จึงไม่อาจคาดการณ์ได้ว่า เรือหลวงสุโขทัย จะได้ถูกกู้ขึ้นมาเมื่อใด และจะส่งผลต่อ การสรุปผลการสอบสวนสาเหตุของเรืออับปาง ที่จะต้องเลื่อนออกไป พร้อมๆกันนี้ ก็จะส่งผล ต่อเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ที่จะมีการแต่งตั้ง ผบ.ทร.คนใหม่ ในช่วง สค.-กย.2567 ไม่มีอุปสรรใด เพราะแม้จะมีแคนดิเดต ผบ.ทร. บางคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ในเวลานั้น รวมทั้ง พล.ร.อ.อะดุง เอง ที่เป็น ผบ.กองเรือยุทธการ ในตอนนั้น

ดังนั้น เรือหลวงสุโขทัย จึงจะต้องจมอยู่ใต้ทะเลต่อไป โดยไม่อาจหยั่งรู้ได้ว่า จะขึันมาพ้นน้ำ เมื่อใด และ หรือไม่

ขณะที่ ปัญหาเรืออีกลำหนึ่งคือ เรือดำน้ำจีน กำลังจะถูกแก้ไข หลังจากที่ เกิดปัญหามาหลายปี ผ่าน ผบ.ทร. มาแล้ว 3 คน ก็ยังวนอยู่ ตั้งแต่ เกิดปัญหาช่วงโควิด ตามมาด้วย ปัญหาเครื่องยนต์เรือดำน้ำ ที่ เยอรมันไม่ขาย MTU 396 ให้จีน มาใส่เรือดำน้ำ ที่ต่อให้ ทร.ไทย

ตั้งแต่ “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย  ศรีวรขาน ต่อมาที่ “บิ๊กเฒ่า” พล.อ.สมประสงค์ นิลสมัย  และมา พล.ร.อ.เชิงชาย จนมาถึง พล.ร.อ.อะดุง จนที่สุด เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลจากยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหมมาสู่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในรัฐบาลของ เศรษฐา ทวีสิน และ สุทิน คลังแสง เป็น รมว.กลาโหม พลเรือน มีนโยบายที่จะยกเลิกการต่อเรือดำน้ำจีนแล้วเปลี่ยนเป็นเรือผิวน้ำ เช่น เรือฟริเกต

แต่ในที่สุดท่าทีก็อ่อนลง หลังจากที่ทางจีนไม่ยอมเนื่องจากลงทุนไปจำนวนมากแล้ว และจะไม่คืนเงินที่กองทัพเรือได้ผ่อนจ่ายไปประมาณ 8 พันล้าน ในห้วง 6 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย ขณะที่กองทัพเรือเองก็ยืนยันความต้องการที่จะมีเรือดำน้ำและต้องการให้เดินหน้าโครงการเรือดำน้ำจีนโดยเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์จีนเนื่องจากกองทัพเรือได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาและไปดูการทดลองมาเรียบร้อยแล้ว

แต่เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม รัฐบาลและ รมว. กลาโหมในที่สุด สุทิน คลังแสง ก็หาทางลง ด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาเรื่องเรือดำน้ำ โดยมี “บิ๊กอั๋น” พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม และ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธาน

โดยมี พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. และ พล.ร.อ. ชลธิศ นาวานุเคราะห์ ผู้ช่วย ผบ.ทร. ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการโครงการเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เป็นเลขานุการฯ ร่วมด้วยนายทหารนักวิชาการกองทัพเรือ ตัวแทน กระทรวงการคลัง สำนักงานอัยการสูงสุด รวมทั้ง ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร  สส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องเรือดำน้ำมาตลอดช่วงที่เป็นฝ่ายค้าน และ เชิญ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  ร่วมด้วย แต่ วิโรจน์มอบหมายให้ พิจารณ์ มาเป็นตัวแทน

แม้ สุทิน จะยืนยันว่า คณะกรรมการชุดนี้ยังไม่ได้ตั้งธงว่า จะเอาอย่างไร แต่ให้พิจารณาแนวทาง ที่เหมาะสมที่สุด โดยกำหนดกรอบเวลาศึกษา ราว 30 วัน แต่ทว่า มีกระแสข่าวสะพัดว่า รัฐบาล ยินยอม ให้เดินหน้าโครงการต่อเรือดำน้ำจีน ลำแร่ต่อ และให้เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์จีน CHD620 ตามที่กองทัพเรือได้เคยศึกษาและพิจารณามา  เพื่อเตรียมที่จะแก้ไขข้อ ตกลงไทย-จีน ในการเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ MTU 396 เยอรมัน มาเป็นเครื่องยนต์จีน CHD620 และต้องขยายสัญญา ในการต่อเรือดำน้ำจีนออกไปอีก 1,217 วัน เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้เร็วที่สุด เพราะสัญญากับจีนได้หมดไปเมื่อ 30 ธันวาคม 2566 เพราะ ก่อนหน้านี้กองทัพเรือได้ส่งเรื่องให้ 7 หน่วยงานช่วยพิจารณาร่างแก้ไขข้อตกลงและการขยายสัญญาณแล้วว่า จะเดินหน้าโครงการเรือดำน้ำจีนต่อไป

ท่ามกลางการจับตามองว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะให้เรือดำน้ำจีนแค่หนึ่งลำหรือว่าจะไฟเขียวให้ต่อลำที่สองและลำที่สามที่ค้างมานานเพราะในวงการค้าอาวุธและเรือดำน้ำคึกคักหลังมีข่าวว่ารัฐบาลจะให้มีเรือดำน้ำจีนแค่ลำเดียว ส่วนลำที่ 2 และลำที่ 3 จะมีการคัดเลือกใหม่ ที่อาจจะเป็นเรือเยอรมัน สวีเดน รวมถึงเกาหลีใต้ ก็เป็นได้

แต่ทหารในกองทัพเรือเชื่อว่าถ้าจีนได้เริ่มต่อลำแรกได้สำเร็จจีนจะต้องเดินหน้าต่อลำสองและลำสามให้กับกองทัพเรือไทยให้ได้  แน่ เพราะแค่นี้ก็สะท้อนว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยแคร์จีนเพราะเกรงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและผลประโยชน์ทางการค้าในภาพรวมนั่นเอง