"ผอ.รมน." มอบหมาย "กอ.รมน." ติดตามแนวทางบริหารงาน ศบค. สร้างความรู้ความเข้าใจให้ปชช.เข้าถึงข้อมูลถูกต้องรวดเร็ว

การเมือง26 ก.ย. 2564 • 08:57 น.
"ผอ.รมน." มอบหมาย "กอ.รมน." ติดตามแนวทางบริหารงาน ศบค. สร้างความรู้ความเข้าใจให้ปชช.เข้าถึงข้อมูลถูกต้องรวดเร็ว
วันที่ 26 ก.ย.2564 พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) แถลงว่า ตามที่รัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 สถานการณ์เริ่มดีขึ้นมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง และผู้ป่วยที่รักษาหายสามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ส่งผลดีต่อระบบบริการทางการแพทย์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. ได้สั่งการเร่งรัดการแจกจ่าย ชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้ประชาชนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 2.4 ล้านชุด ปริมณฑลและต่างจังหวัด 5.6 ล้านชุด ส่วนที่เหลือจะสำรองไว้เพื่อการแจกจ่ายในการลงพื้นที่ และผู้ที่ตกหล่นในการสำรวจ และได้เน้นย้ำในเรื่องการฉีดวัคซีนให้มีความครอบคลุมร้อยละ 70 ภายในปี 2564 โดยปัจจุบันรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนหลัก และวัคซีนทางเลือกจนถึงสิ้นปี 64 รวมจำนวนทั้งสิ้น 152.9 ล้านโดส ซึ่งเพียงพอสำหรับผู้เข้ารับวัคซีนแน่นอน สำหรับประชาชนผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบจำนวน 2 เข็ม ทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็มที่ 3 โดยประชาชนที่จะเข้ารับการฉีดจะได้รับการแจ้งข้อความ SMS ผ่านทางแอปพลิเคชันหมอพร้อมหรือสามารถลงทะเบียนได้ที่โรงพยาบาลที่มีประวัติการได้รับวัคซีน สำหรับรายละเอียดการเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 (Booster does) ผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม ได้เริ่มดำเนินการฉีดตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.64 สามารถเข้าดำเนินการฉีดวัคซีนได้ ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ขั้นต้น 15,000 คนก่อน และจะทยอยฉีดจนครบ 150,000 คน โดยจะได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็มกระตุ้น (Booster does) สำหรับผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ทางศูนย์ฯ จะใช้ตามข้อมูลเดิมสำหรับการส่ง SMS ให้ผู้เข้ารับบริการเพื่อนัดหมายวันเวลา ฉีดวัคซีนล่วงหน้า และผู้รับบริการสามารถตรวจวันเวลานัดหมายของตัวเองผ่านแอปพลิเคชัน "Vaccine บางซื่อ” กอ.รมน. โดยศูนย์รักษาความมั่นคงภายในมี พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เป็นผู้อำนวยการศูนย์รักษาความมั่นคงภายใน ได้จัดประชุมหารือร่วมกับ กอ.รมน.(ส่วนกลาง), กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกับมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล และเป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน. รวมทั้งข้อกำหนดของ ศบค. ที่ยังคงให้ทุกหน่วยงานสร้างความตระหนักและการรับรู้กับประชาชน โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรการของข้อกำหนด ฉบับที่ 33 ในเรื่องการห้ามออกนอกเคหะสถาน และลดการเดินทางโดยไม่จำเป็นในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เข้ารับฉีดวัคซีน เพื่อลดอาการรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตเป็นหลัก การป้องกันการติดเชื้อ เน้นย้ำการยกระดับมาตรการป้องกันส่วนบุคคลขั้นสูงสุด ได้แก่ “มาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล” (Universal Prevention for COVID-19) รวมไปถึง การเน้นย้ำเกี่ยวกับการติดเชื้อในโรงเรียนประจำ, โรงเรียนทหาร และศูนย์ฝึกของทหาร โดยให้มีมาตรการตรวจคัดกรอง ที่เข้มงวด จึงใคร่ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด