บิ๊กตู่ดูฤกษ์ซบรทสช.
"'บิ๊กตู่' ลั่นแม้แยกทางกับ บิ๊กป้อม แต่ใจยังถึงใจ ขอดูวันเหมาะสมสมัครสมาชิกรทสช.เมินตอบปาร์ตี้ลิสต์เบอร์1 ด้าน"อนุทิน" โยนถาม "ส.ว." ให้เป็นนายกฯหรือไม่ หากภท.ได้เสียงอันดับหนึ่ง ปัดสูตร "นายกฯคนละครึ่ง" ยันไม่เป็นทายาทใคร "จุรินทร์" ยอมรับลำบากใจ "รังสิมา" ย้ายซบ "รทสช." เตรียมผู้สมัครลงส.ส.ทดแทน ขณะที่วิษณุ บอกไม่ตีตนไปก่อนไข้ปมซักฟอกรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ม.ค.66 เวลา 07.25 น. ว่า ภายหลังเปิดทำการจากวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2566 เป็นวันแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล โดยถือฤกษ์ดีเปิดทำงานวันแรกเวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2566 เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี รองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข้าราชการการเมือง หัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการภายในทำเนียบรัฐบาล ข้าราชการหน่วยงานภายในทำเนียบรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมพิธี
เมื่อนายกฯและภริยาเดินทางถึงและเข้าประจำที่นั่ง พระสงฆ์จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสนะสงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์ นายกรัฐมนตรีถวายผ้าไตรพระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากนั้น นายกฯ และภริยา พร้อมด้วย รองนายกฯ ครม. ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์สวดอนุโมทนา นายกฯ กรวดน้ำ รับพร กราบนมัสการพระรัตนตรัยหน้าโต๊ะหมู่บูชาและกราบลาพระสงฆ์
อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญเจริญพระพุทธมนต์เสร็จสิ้น เวลา 08.19 น. นายกฯ ได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตา ศาลยาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ก่อนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สวัสดีทุกคน ขอให้มีความสุขช่วยกันทำบ้านเมืองสงบสุขต่อไป
จากนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าขอพรอะไรให้กับประเทศชาติบ้าง นายกฯ กล่าวอีกครั้งว่า อธิฐานแบบที่พวกเธอ(สื่อมวลชน) อธิษฐานมั้ง ก็ให้บ้านเมืองดี สงบสุข ก่อนเดินขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ไหว้สักการะพระพุทธรูปที่ห้องทำงาน เพื่อความเป็นสิริมงคล
ต่อมา เวลา 09.55 น. พล.อ.ประยุทธ์ได้เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุมนายกฯ ได้เข้าห้องรับรองสีเหลืองภายในตึกสันติไมตรี ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นั่งอยู่ก่อนแล้ว โดยทั้ง 3 ใช้เวลาพูดคุยกันไม่นานเหมือนเช่นทุกครั้ง จากนั้นนายกฯได้เข้าประชุมครม. โดยพล.อ.ประวิตรได้เป็นตัวแทนครม.กล่าวอวยพรปีใหม่นายกฯ ขณะที่นายกฯ กล่าวขอบคุณพล.อ.ประวิตรและครม.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงท่าทีทางการเมืองในการไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ว่า การเมืองอีกแล้ว ก็เนี่ยก็รอหน่อยสิ เดี๋ยวก็ไปเองแหละ เมื่อถามว่า มีการกำหนดวันหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูวันที่เหมาะสม เมื่อถามว่า จะเร็วๆนี้หรือภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยท่าทีไม่อยากตอบคำถามว่า เอ้ย จะวันไหนก็ไม่ได้สำคัญอะไรหนักหนา
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่นายกฯบอกจะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ นั่นหมายถึงจะรับตำแหน่งอะไรในพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้น เมื่อถามว่า นายกฯจะไปเป็นประธานซูเปอร์บอร์ดของพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าไปพูดอย่างนั้นสิ พูดอย่างนั้น ใครออกไปพูดก็ไม่รู้เรื่อง ซูเปอร์บอร์ดบ้าง และเรื่องอะไรอีกนะ ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่าประธานพรรค พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ผมยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรเลยสักอย่าง ผมแค่จะไปสมัครเป็นสมาชิกก่อนก็เท่านั้น เออ จะได้ไม่มีปัญหามากนัก
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) บอกว่าไม่ได้เป็นคู่แข่งนายกฯ เพราะนายกฯเป็นน้อง แต่สุดท้ายใครดีใครได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อ้าว ในฐานะหัวหน้าพรรคท่านก็ต้องพูดอย่างนั้นละมั้ง ใช่ไหม มันเป็นเรื่องของการเมือง"
เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรให้พรปีใหม่อย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็เหมือนเดิมแหละ ไม่มีปัญหาอะไร ตนก็ไปคุยกับท่าน เสาร์ อาทิตย์ ก็ไปคุยกับท่าน ไม่ใช่ว่าเออทะเลาะกัน ไม่เคยทะเลาะกัน ทะเลาะกันไม่ได้อยู่แล้วนะจ๊ะ เมื่อวันเสาร์ อาทิตย์ ตนก็ไปคุยกับท่านมา นั่งกันอยู่เป็นชั่วโมง ก็คุยกระเซ้าเย้าแหย่กันเหมือนเดิม ไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น
เมื่อถามอีกว่า แค่ในการทางเมืองมีความเห็นต่างกันใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ถามเอง ก็ตอบเองได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถนำส.ส.มาได้มากกว่า 25 เสียง เพื่อเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯแข่งกันในสภา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะมั่นใจได้อย่างไร ก็ต้องถามประชาชนสิจ๊ะ คนเลือกไม่ใช่ฉันเองนะ ฉันจะประเมินตัวเองไม่ได้ ต้องให้ประชาชนเป็นคนประเมิน เพราะทุกอย่างเป็นการเลือกตั้ง กระบวนการทางประชาธิปไตยก็ว่ากันไป ตามรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป ส่วนใครจะได้ไม่ได้เป็นเรื่องของประชาชนที่จะตัดสินใจ ไม่ใช่เราจะไปกำหนดได้ เราจะไปคาดหวังนี่โน่นไม่ได้หรอก
เมื่อถามว่า นายกฯ จะเหวงๆ หรือไม่ที่ ไม่มีพล.อ.ประวิตรเดินเคียงคู่ในทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คือใจมันถึงใจกันอยู่แล้ว ก็เรื่องอื่นก็คือเรื่องอื่น การเมืองก็ว่ากันไป ตนก็เรียนท่านไปแล้วว่าเราไม่ใช่คู่ขัดแย้งกัน ไม่ใช่ การเมืองต้องไม่ใช่คู่ขัดแย้งกันไม่ว่าจะพรรคไหนก็ตาม เพราะเราทำเพื่ออะไร เพื่อประเทศไทยใช่ไหม ไม่ว่าจะพรรคฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ประเทศไทยใช่ไหม เราทำเพื่อคนไทยใช่ไหม ฉะนั้นอะไรต่างๆ ก็ตามที่ไม่ใช่เรื่องจะมาเป็นประเด็นขัดแย้งกันสู่การเลือกตั้ง ผมไม่อยากให้ทำ อันตราย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ของพรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามพร้อมเดินออกจากวงสัมภาษณ์ เมื่อถามอีกว่า ระยะเวลาที่เหลือ 2 ปี จะเอาอะไรเป็นจุดขายเพื่อให้ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ก็ทำงานให้มันจบ ให้เรียบร้อย ราบรื่น
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสการวิเคราะห์ว่าพรรคภูมิใจไทยอาจได้เสียงมาเป็นอันดับ 1 ของขั้วรัฐบาลเดิม จะรับตำแหน่งนายกฯเลยหรือไม่ ว่า เป็นเพียงการวิเคราะห์เท่านั้น ใครจะวิเคราะห์อย่างไรพรรคภูมิใจไทยก็จะเดินไปแบบนี้ ทำนโยบายแบบนี้ เราอาจจะไม่เด่นในเรื่องของพรรคที่มีกระแส เราก็ต้องเน้นเรื่องสมาชิกที่อยู่ใกล้ชิดชาวบ้าน ใกล้ชิดพื้นที่ ได้รับความเชื่อถือจากชาวบ้าน สมาชิกเหล่านี้ถือเป็นฟันเฟืองของพรรคภูมิใจไทย ในฐานะของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่คือการที่พรรคภูมิใจไทยเข้าถึง และสื่อสารกับชาวบ้าน ขณะเดียวกันชาวบ้านก็สื่อกับพรรคภูมิใจไทยผ่านสมาชิกเหล่านี้ ในเมื่อเราไม่ทราบว่ากระแสเราแข็งแรงขนาดไหน แต่อย่างน้อยเราก็มีสิ่งที่เชื่อมต่อกับประชาชนได้
เมื่อถามย้ำว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และได้ส.ส.จำนวนมากกว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รสทช.) ที่คาดว่าชู พล.อ.ประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือพรรคพลังประชารัฐ ที่คาดว่าชูพล.อ.ประวิตรเป็นแคนดิเดตนายกฯ นายอนุทิน จะเป็นนายกฯ หรือไม่ หรือจะดูบริบททางการเมืองประกอบด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าพรรคภูมิใจไทยรวมได้เยอะกว่าพรรคอื่นๆ ก็ต้องดูว่าสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)จะทำอย่างไร เราก็หวังว่าถ้าเรารวมได้ 250 เสียงหรือมากกว่านั้น ส.ว.ก็คงต้องใช้ดุลพินิจว่าถ้าไม่สนับสนุนพรรคที่ได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสภา ส.ว.จะตอบพี่น้องประชาชนอย่างไร ตรงนี้อยู่เหนือการควบคุมของพรรคภูมิใจไทย
ผู้สื่อข่าวถามถึงสูตรคนละครึ่งระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์เป็นก่อน 2 ปี และต่อด้วยนายอนุทิน 2 ปี เป็นไปได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ไม่รู้มาจากไหน ตำแหน่งแบบนี้มีทายาทการเมืองได้หรือ และตนก็ไม่ขอเป็นทายาทของใคร จะเป็นอะไรก็ทำด้วยตัวเอง และที่สำคัญเราไม่ได้เลือกหรือแต่งตั้งตัวเอง กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องผ่านไม่รู้กี่ด่าน โดยเฉพาะความต้องการของประชาชน ดังนั้นสิ่งที่ดูแล้วไม่เกี่ยวข้องกับทางเดินของเรา เราก็ไม่คิด ตอนนี้คิดแค่ว่านโยบายดีแล้วหรือไม่ ชาวบ้านเชื่อหรือไม่ ผู้สมัครแข็งแรง ขยันลงพื้นที่หรือไม่ ตอนนี้คิดแค่นี้ และขอทำตรงนี้ให้ดีที่สุด
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งที่จะมาถึง หลังเทศกาลปีใหม่ ว่า ขึ้นอยู่กับการเป็นสถาบันการเมือง ที่เรามีหลักการชัดเจนที่จะนำประเทศ ไปสู่ความสำเร็จ ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจสังคมและการเมืองในอนาคต ส่วนตัวผู้สมัครส.สของพรรคได้เตรียมการไว้หมดเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องนโยบายหลักใหญ่ได้เริ่มเปิดแคมเปญไปแล้ว ผ่านการรณรงค์ทางป้ายที่ติดทั่วประเทศ หลักใหญ่ก็คือการที่เราจะเดินหน้าไปสู่การสร้างคนและสร้างชาติ ซึ่งจะมีการประกาศต่อไป
เมื่อถามว่า ในพื้นที่ภาคใต้จะมีการเดินเกมอย่างไร เพราะหลายพรรคก็ต้องการเก้าอี้ส.ส.ในพื้นที่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนตอบไปหลายรอบแล้ว ภาคใต้ขณะนี้ผู้สมัครครบทั้งหมดแล้ว มีทั้งส.ส. ปัจจุบัน อดีตส.ส. และคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วม ภาคใต้มี 58 ที่นั่ง เลือกตั้งครั้งที่แล้วเราได้ 22 ที่นั่ง ฉะนั้นยังเหลือพื้นที่ให้ประชาธิปัตย์ทำการบ้านอีกเยอะ ย้ำว่า ไม่ได้กังวลเพราะเตรียมพร้อมผู้สมัครไว้หมดแล้ว ได้มีการลงพื้นที่กันต่อเนื่องมาเป็นปีแล้ว เพราะประชาธิปัตย์เตรียมพร้อมมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งมาเตรียมพร้อมเมื่อวานหรือเมื่อวานซืน แล้วตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรมากระทบกับเป้าหมายใหญ่ที่พรรควางไว้
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่เพราะมีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนถูกแบ่งไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ถ้าถามแบบนี้จะคิดว่าไปเกือบหมดพรรค แต่มีแค่1-2คน เท่านั้น แล้วก็พูดวนเวียนกัน ก็ไม่ได้กังวลอะไร เป็นเรื่องที่เราทราบอยู่แล้วว่าใครอยู่หรือไม่อยู่ ซึ่งมีการเตรียมคนสำรองไว้อยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาเลย เพราะส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดในพรรคยังมั่นคงอยู่กับพรรค
เมื่อถามว่า คาดหวังว่าจะได้ที่นั่งมากกว่าเดิมหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ปักษ์ใต้ต้องได้มากกว่าเดิม ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะได้ 35-50 ที่นั่ง ส่วนกรณี น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม ที่มีกระแสข่าวว่าจะย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาตินั้น ขอไม่ตอบ พรรคลำบากใจตรงนี้ ไม่ขอพูดถึงน.ส.รังสิมา เพราะพูดไปก็จะกระทบตัวบุคคล แต่ขอพูดภาพรวมก็อย่างที่เรารู้ว่าจะมีคนย้ายพรรคอีก 1-2 คน แต่เรามีคนแทนแล้ว
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 ภายใต้ยุทธการถอดหน้ากากคนดี ว่า หากสภาผู้แทนราษฎรส่งมาถึงครม. วันนี้ก็จะมีการปรึกษาหารือทันทีว่าจะพร้อมไปชี้แจงต่อสภาเมื่อใด แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเป็นช่วงใด เนื่องจากต้องถามความพร้อม ครม. ทั้งคณะ ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ ต่างจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ระบุเป็นตัวบุคคล แต่ครั้งนี้เป็นการอภิปรายทั่วไป ครม.ทั้งคณะต้องไปตอบข้อซักถาม ทั้งนี้ หากสภายังไม่ส่งยังไม่สามารถตีตนไปก่อนไข้ได้ น่าจะไม่เหมาะสม
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่กับการอภิปรายทั่วไปครั้งนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่กังวล เนื่องจากเป็นเรื่องที่ทำกันมาทุกครั้ง ซึ่งตามกฎหมายระบุไว้ชัดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถสอบถามข้อเท็จจริงหรือให้ข้อเสนอแนะ ไม่ใช่การว่าหรือโจมตี เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เป็นการถามให้ตอบเพื่อเสนอแนะให้นำไปปฏิบัติ และจะจบลง โดยไม่มีการลงมติใดๆ ยิ่งเป็นปลายสมัยรัฐบาล ยิ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะพูด นายวิษณุ กล่าว