ครม.รับทราบข้อเสนอ ปปช.ให้ ทอท. เบรกสร้างอาคารผู้โดยสารทิศเหนือ

การเมือง24 มี.ค. 2564 • 21:54 น.
ครม.รับทราบข้อเสนอ ปปช.ให้ ทอท. เบรกสร้างอาคารผู้โดยสารทิศเหนือ
เมื่อวันที่ 23 มี.ค.64 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต กรณีศึกษา โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 กรณีการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ (North Expansion) ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) เสนอ สำหรับข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ดังกล่าว ประกอบด้วย 1.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ควรเร่งดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2553 ซึ่งอยู่ในแผนงานเดิมโดยเร็ว ให้สอดคล้องกับอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ที่กำลังจะเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2565 และควรดำเนินโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันตก (West Expansion) ในคราวเดียวกัน เพื่อให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) สามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 75 ล้านคนต่อปี เพื่อลดความแออัดของอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน 2.ทอท. ควรดำเนินการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามคำแนะนำของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เห็นควรให้ดำเนินการขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ เพื่อรองรับอาคารผู้โดยสารได้สูงสุด 120 ล้านคนต่อปี เป็นลำดับแรกก่อน แล้วจึงนำโครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือมาพิจารณาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ให้กระทรวงคมนาคม และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รับข้อเสนอแนะดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และให้กระทรวงคมนาคม และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รับความเห็นของสำนักงบประมาณ และ สศช. ไปประกอบการพิจารณาดำเนินการด้วย "ครม. ให้กระทรวงคมนาคม รับข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของป.ป.ช.ดังกล่าว เพื่อให้ ทอท. เร่งดำเนินการก่อสร้าง East Expansion ตามมติครม.เมื่อวันที่ 24 ส.ค.2553 ซึ่งอยู่ในแผนงานเดิมโดยเร็ว ให้สอดคล้องกับอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ที่กำลังจะเปิดให้บริการในปี 2565 และก่อสร้าง West Expansion ในคราวเดียวกัน เพื่อให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถรองรับผู้โดยสารสูงสุด 75 ล้านคนต่อปี รวมทั้งให้ ทอท. ขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกและก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ เพื่อรองรับอาคารผู้โดยสารได้สูงสุด 120 ล้านคนต่อปี เป็นลำดับแรกก่อน" นายอนุชากล่าว เอกสารมติครม.ระบุด้วยว่า เดิม ทอท.ใช้แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2546) ในการดำเนินโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งที่ผ่านมาครม.มีมติเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2553 และ 17 เม.ย.2562 เห็นชอบโครงการตามแผนแม่บทฯ เช่น การก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 และโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 แต่ภายหลังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ทอท. ได้ปรับแผนแม่บทฯ โดยเปลี่ยนแผนการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออกเป็นงานก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันตกและด้านทิศเหนือ ป.ป.ช.จึงได้มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะที่ 2 กรณีการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือ (North Expansion) เพื่อเสนอครม.พิจารณา เนื่องจากมีข้อสังเกต เช่น การก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือยังไม่ได้เริ่มออกแบบและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และจะต้องใช้งบประมาณสูงถึง 42,000 ล้านบาท ในขณะที่การก่อสร้างส่วนขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกใช้งบประมาณเพียง 12,000 ล้านบาท แต่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปีเท่ากัน อีกทั้งความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือจำนวน 30 ล้านคนต่อปีนั้น อาจไม่สอดคล้องกับจำนวนหลุมจอดอากาศยาน นอกจากนี้ การก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศเหนือเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้โดยสารโดยไม่จำเป็นและทำให้ผู้โดยสารเกิดความสับสนเนื่องจากจะต้องนั่งรถไฟเพื่อเดินทางระหว่างอาคารถึง 3–4 ต่อ และทำให้ปริมาณการสัญจรบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 กรุงเทพ – ชลบุรี (มอเตอร์เวย์) เกิดความติดขัด เพราะอาคารผู้โดยสารขนาดใหญ่ตั้งอยู่รวมกันเพียงด้านเดียว ทำให้ผู้โดยสารต้องเผื่อเวลาในการมาสนามบินมากขึ้น