"ยุทธพร" ชี้ "คณะก้าวหน้า" ชวดเก้าอี้นายก อบจ. เหตุการเมืองท้องถิ่นแตกต่างระดับชาติ "บ้านใหญ่"ยังเหนียว รักษาที่มั่นเอาไว้ได้
“ยุทธพร” ชี้ “คณะก้าวหน้า” ชวดเก้าอี้นายก อบจ. เหตุการเมืองท้องถิ่นไม่เหมือนระดับชาติ เผย ผลเลือกตั้งเป็นไปตามคาด ตระกูลการเมืองยังเหนียว
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.63 นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการเลือกตั้งนายก อบจ. ที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ว่า ผลที่ออกมา ไม่ได้เหนือความคาดหมาย คาดไว้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้วว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่น่าจะปลี่ยนอะไรไปจากเดิม ซึ่งสามารถพิจารณาได้จาก 3 ส่วน ได้แก่ 1.เรื่องความเปลี่ยนแปลงในเชิงกฎหมาย เช่น ระบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง การห้ามผู้มีตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ไปให้คุณให้โทษ หรือกลั่นแกล้งผู้สมัคร รวมถึงการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร เป็นต้น เรื่องเหล่านี้ ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ ที่ส่งผลต่อการเลือกตั้ง 2.ความเปลี่ยนแปลงเชิงทางการเมืองในพื้นที่ หรือโครงสร้างอำนาจการเมืองในท้องถิ่น จะเห็นว่าโครงสร้างนี้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญเลย บทบาทของตระกูลการเมือง ลักษณะสังคมวิทยา ชุมชนท้องถิ่น ยังคงเกาะติดอยู่กับเรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ความรู้จักมักคุ้น ซึ่งระยะเวลา 7 ปีที่ไม่ได้มีการเลือกตั้ง เท่ากับเป็นการปิดพื้นที่ของคนหน้าใหม่ ๆ ที่จะมาแสดงผลงาน เพราะคนที่รักษาการก็คือคนที่มีตำแหน่งเดิม ดังนั้นการนำเสนอนโยบายจากตัวผู้สมัครใหม่ ๆ จึงไม่ค่อยมีผล
“เราจะเห็นได้ว่ากระแสการเมืองระดับชาติกับท้องถิ่นเป็นคนละตัวกัน การเมืองระดับชาติเป็นเรื่องประเด็นนามธรรม เช่น การเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย เป็นต้น แต่ระดับท้องถิ่น สิ่งที่ประชาชนต้องการ คือผลงานที่เป็นรูปธรรม มีการแก้ปัญา น้ำไม่ไหล ไฟดับ ซึ่งคนที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้คือคนที่มีเครือข่ายความสัมพันธ์ในท้องถิ่น หรือคนที่อุปถัมภ์ช่วยเหลือชุมชนมาโดยตลอด หรือที่เรียกว่าตระกูลการเมือง หรือบ้านใหญ”
นายยุทธพร กล่าวอีกว่า และ 3.พฤติกรรมในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชน โดยการเข้าถึงบริการสาธารณะของภาครัฐไม่ได้อยู่บนความเสมอภาคหรือเท่าเทียมกัน จึงต้องพึ่งพาอาศัยผู้คนที่อาจจะต้องมีสายสัมพันธ์อันดี นำพาซึ่งความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ ทำให้เกิดระบบเจ้าพ่อ หรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น แต่คนนอกมองเรื่องเจ้าพ่อเรื่องการเมือง เป็นสิ่งไม่พึงปรารถนาหรือไม่พึงประสงค์ในการเมือง แต่คนในพื้นที่มองว่าระบบเจ้าพ่อก็คือผู้บริหารอย่างหนึ่ง ในการแก้ปัญหาให้กับเขาได้ ไม่ต้องมีขั้นตอนมากมาย ส่งผลให้เป็นเหมือนความสัมพันธ์ฉันญาติมิตรของคนในพื้นที่ และไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เขาทำกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
"ดังนั้นนี่คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชน สะท้อนให้เห็นว่าคณะก้าวหน้าที่ไม่ได้เลยแม้แต่จังหวัดเดียว เพราะการเมืองระดับชาติกับการเมืองท้องถิ่นเป็นตัวชี้วัดคนละตัวกัน การเมืองท้องถิ่นไทยไม่เหมือนการเมืองระดับชาติ เพราะมีปัญหาในเรื่องโครงสร้างรัฐรวมศูนย์อำนาจ มายาคติในการกระจายอำนาจต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการกระจายอำนาจ"