ยาแรง!! กมธ.คมนาคม ชงเพิ่มโทษ 4 เท่า! พวกแหกกฎจราจร พร้อมให้แยกใบขับขี่บิ๊กไบค์
“นิกร” เผยกมธ.คมนาคม สภาฯ เดินหน้าถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งัดมาตรการความปลอดภัยทางถนน คุ้มครองผู้ใช้ทางม้าลาย ยันไม่นิ่งนอนใจ เสนอแยกใบขับขี่บิ๊กไบค์ออกเฉพาะ ไม่ให้เคส “หมอกระต่าย” เป็นไฟไหม้ฟาง ผลักดันให้มีสัญญาณไฟกดอัตโนมัติ ป้องกันคนเสี่ยงวิ่งข้ามเอง
วันที่ 27 ม.ค.65 เวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมคณะกมธ.การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาเรื่องมาตรการความปลอดภัยทางถนน ศึกษากรณีการคุ้มครองผู้ใช้ทางข้าม (ทางม้าลาย) โดยเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (นปถ.) กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะรองประธานคณะกมธ.การคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมประชุมว่า กรณีพญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย เสียชีวิตหลังถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชน บริเวณทางม้าลายได้ฌาปนกิจศพแล้วเมื่อวานนี้ (26 ม.ค.65) แต่เรากลัวว่าเรื่องจะเงียบหายไป ซึ่งกมธ.คมนาคมฯได้ทำเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยเฉพาะรณงค์เรื่องการใช้ความเร็ว จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุมและให้ข้อมูล โดยวันนี้ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทราบว่าในเชิงนโยบายพล.องประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปแล้ว ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เชิญมาพูดคุยเรื่องคดีและการบังคับใช้กฎหมายว่าจะเป็นอย่างไร อีกทั้งเรื่องการใช้ทางม้าลาย รวมถึงกรมขนส่งทางบก ซึ่งเป้าหมายของเราคือจะแยกประเภทใบขับบี่บิ๊กไบค์ เนื่องจากที่ผ่านมาที่มีปัญหามาก อีกส่วนคือกรุงเทพมหานครจะทำอย่างไรต่อไป เพราะทางม้าลายที่เหลือที่ยังไม่ได้ดำเนินการปรับให้มีความปลอดภัยมากขึ้น
เมื่อถามว่า นอกจากเรื่องแยกใบขับขี่รถบิ๊กไบค์แล้ว ทางกมธ.การคมนาคมฯจะเสนอมาตรการอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ เช่น เรื่องเพิ่มบทลงโทษ นายนิกร กล่าวว่า โทษเพิ่มไปแล้ว ตนอยู่ในกมธ.การคมนาคมฯ ทำเรื่องกฎหมาย เราเพิ่มโทษฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรเป็น 4 เท่า จากปรับ 1,000 บาท เป็นปรับ 4,000 บาท ซึ่งกฎหมายนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาในวันที่ 31 ม.ค.นี้ เมื่อดำเนินเสร็จแล้วจะส่งกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร จากนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป คาดว่าจะบังคับใช้ได้ประมาณเดือน ก.ค. เมื่อโทษเพิ่มแล้วแต่การบังคับใช้จะเป็นอย่างไร เพราะยังมีปัญหาอยู่ และที่เราต้องการเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกเรื่องคือการเพิ่มมาตรการตัดแต้ม เกี่ยวกับเรื่องทางม้าลายด้วย ส่วนการเปลี่ยนปรับพื้นที่จุดทางม้าลายทาสีให้มีความชัดเจนขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ แต่กมธ.การคมนาคมฯอยากเสนอให้มีเป็นสัญญาณไฟกดอัตโนมัติ ไม่ใช่ให้คนวิ่งเสี่ยงเอาข้างหน้า
“เรื่องนี้ยืนยันว่าเราทำมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ไม่ใช่เกิดเรื่องแล้วเพิ่งมาดำเนินการ เราจึงมาติดตามและรู้กลไกล รวมถึงทราบว่าปัญหาอยู่ตรงไหน อย่าให้คุณหมอต้องมาเสียชีวิตเปล่าๆ หรืออย่าให้เป็นไฟไหม้ฟาง เพราะเดี๋ยวสักพักก็ลืมกันไปหมด ดังนั้นเราต้องทำเป็นหลักการ เมื่อข้อสรุปแล้วเราจะทำหนังสือส่งพล.อ.ประวิตร ผู้ว่าฯกทม. อธิบดีกรมขนส่งทางบก รมว.คลัง คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อสอบถามและให้มาตอบว่าทำอะไรไปบ้างแล้ว”นายนิกร กล่าว