ผู้ตรวจการฯจับมือ 4 กท.จัดงบฯ63 ฝึกอาชีพนักเรียนยากจนให้มีงานทำ

การเมือง2 พ.ย. 2562 • 04:52 น.
ผู้ตรวจการฯจับมือ 4 กท.จัดงบฯ63 ฝึกอาชีพนักเรียนยากจนให้มีงานทำ
ผู้ตรวจการแผ่นดิน เดินเทรนอาชีพให้นักเรียนยากจนหลังจบภาคบังคับไม่ได้เรียนต่อ ก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน จี้จังหวัดเร่งแยกเด็ก ดีเดย์เมษา 63 มั่นใจมีงานทำ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการได้ลงนามความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4 กระทรวงหลัก ผลักดันการดำเนินโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ พร้อมส่งมอบคู่มือและปฏิทินดำเนินงาน 10 ขั้นตอน ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อใช้เป็นกรอบทำงานให้เสร็จทันในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งขณะนี้ทุกจังหวัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานจัดประชุมมอบหมายภารกิจทุกหน่วยงานในสังกัดทั้ง 4 กระทรวง รวมถึงภาคเอกชน เช่น หอการค้าจังหวัด และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินงาน กำหนดปฏิทิน หน้าที่ความรับผิดชอบ พร้อมทั้งกำหนดหลักสูตรตามความเหมาะสมและความต้องการของตลาดแรงงานในแต่ละจังหวัด เพื่อเตรียมการเปิดอบรมในเดือนเม.ย.63 เช่น ช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก ช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ ช่างตัดผมบุรุษ/สตรี ช่างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ต้องการทราบถึงความต้องการ จำนวนนักเรียนที่จะเข้าร่วมโครงการสำนักงานจัดหางานจังหวัดจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมชี้แจงผู้อำนวยการโรงเรียนและครูแนะแนวทุกโรงเรียนในแต่ละจังหวัดให้ทราบวัตถุประสงค์ ขั้นตอน ปฏิทินการดำเนินโครงการ รายละเอียดในการกรอกแบบสอบถามให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 พ.ย.62 เพื่อที่ครูแนะแนวจะต้องทำการสำรวจและจำแนกนักเรียนกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้ารับการฝึกอบรมให้เสร็จทันภายในวันที่ 21 ธ.ค.2562 “โครงการนี้ช่วยตอบโจทย์สังคมเรื่องการแก้ไขปัญหาและภาวะเด็กเรียนจบพร้อมตกงานในอนาคตโดยเฉพาะเด็กที่เรียนจบชั้น ม.3 ที่มีฐานะยากจนไม่สามารถเรียนต่อได้ ไม่มีทักษะฝีมือในการทำงาน แต่ต้องกลายเป็นผู้ใหญ่โดยฉับพลันแบกภาระความรับผิดชอบต่อสู้ชีวิต หางานทำต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวให้ได้รับโอกาสการพัฒนาตนเองติดอาวุธให้พวกเขาได้เป็นสมาชิกที่ดีของสังคมไทย นำไปสู่การสร้างอาชีพที่มั่นคงในอนาคต” นายสมศักดิ์ กล่าว