“สันติ”แจงงบเผยแพร่ความจริง ส่วนบูรณาการแก้ไฟใต้ ไม่ใช่งบล้างสมองเด็ก

การเมือง11 ม.ค. 2563 • 04:25 น.
“สันติ”แจงงบเผยแพร่ความจริง ส่วนบูรณาการแก้ไฟใต้ ไม่ใช่งบล้างสมองเด็ก
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 11 ม.ค.2563 นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฐานะเลขาเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 กล่าวต่อประเด็นที่ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน อภิปรายปรับลดโครงการเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ความจริงที่ถูกต้อง ซึ่งบูรณาการโครงการ 15 หน่วยงาน มูลค่ารวม 1,293 ล้านบาท ในมาตรา 37 งบรายจ่ายสำหรับแผนบูรณาการการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตอนหนึ่งของการอภิปราย ของนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เปรียบเทียบงบในโครงการว่าเป็นงบล้างสมองเยาวชน ว่า ตนขอให้ฝ่ายค้านอย่าใช้มายาคติในการพิจารณารายการงบประมาณต่างาๆ และขอให้พิจารณาด้วยใจเป็นธรรม ซึ่งงบประมาณในโครงการเพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ความจริงที่ถูกต้องในพื้นที่ภาคใต้นั้น ต้องยอมรับความจริงว่าเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บางพื้นที่ ไม่สามารถพูดหรือสื่อสารภาษากลางได้ เพราะใช้ภาษาถิ่นหรือภาษายาวี ดังนั้นหากในอนาคตเยาวชนต้องเข้าเมืองอาจเกิดปัญหาด้านการสื่อสารได้ ดังนั้นงบประมาณเพื่อทำโครงการดังกล่าวจึงมีความจำเป็น เหมือนในยุคสมัยหนึ่งมีมีวิชาหน้าที่พลเมือง เพื่อการเรียนการสอน หรืออย่างกรณีที่มีหน่วยงานรัฐเข้าให้ความรู้กับประชาชนที่มีฐานที่อยู่บนภูเขาในพื้นที่ภาคเหนือ “ในพื้นที่ภาคใต้ต้องยอมรับด้วยว่าครูในพื้นที่ทำหน้าที่ได้เต็มที่หรือไม่ บางครั้งต้องมีทหารเข้าไปช่วยเหลือและคุ้มครอง รวมถึงช่วยสอนด้วย ดังนั้นควรมองด้วยใจเป็นธรรม อย่ามองแค่ด้านเดียวเท่านั้น ซึ่งภายใต้โครงการดังกล่าวต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ไปเปลี่ยนรากหรือวัฒนธรรมของคนในพื้นที่” นายสันติ กล่าว นายสันติ ยังกล่าวถึงการจัดสรรงบบูรณาการที่ส.ส.พรรคฝ่ายค้านอภิปรายว่าไม่ใช่การบูรณาการอย่างแท้จริงว่า ถือเป็นประเด็นข้อเสนอแนะที่ต้องหารือกับสำนักงบประมาณ ในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบฯ พ.ศ.2564 ต่อไปว่า การจัดทำงบในส่วนงานบูรณาการนั้นต้องจัดกลุ่มเพื่อให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไม่กี่โครงการ และมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่ทำหลายสิบโครงการ และประเมินเคพีไอซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณแต่ไร้เป้าหมายที่ชัดเจน ส่วนงบบูรณาการของร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 นั้นเชื่อว่าไม่ใช่เป็นงบที่จัดทำเป็นปีแรก แล้วจะทำให้งานไม่สำเร็จเพราะหน่วยงานต่างๆ ที่มีโครงการร่วมกันต้องหารือเพื่อออกแบบให้ดีที่สุด ดังนั้นต้องติดตามการทำงานในส่วนของงบประมาณส่วนดังกล่าวต่อไปหลังจากที่ร่างพ.ร.บ.งบฯ 63 มีผลบังคับใช้แล้ว.