"องอาจ” ชงคลายล็อกทางสายกลาง สร้างสมดุลให้ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันได้

การเมือง15 พ.ค. 2563 • 02:36 น.
"องอาจ” ชงคลายล็อกทางสายกลาง สร้างสมดุลให้ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันได้
“องอาจ” ชงคลายล็อกทางสายกลาง สร้างสมดุลให้ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันได้ เมื่อวันที่ 15 พ.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการคลายล็อกเฟส 2 ว่า มีประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มมีความวิตกกังวลว่าการคลายล็อกเฟส 2 อาจนำมาสู่การระบาดของโควิด – 19 รอบ 2 เนื่องจากจะมีการอนุญาตให้เปิดพื้นที่ให้มีคนจำนวนมากไปใช้บริการ เช่น ศูนย์การค้า และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น จะมีคนเข้าไปเบียดเสียดใกล้ชิดกันอย่างแออัดเหมือนภาพที่เราเคยเห็นในอดีต เพราะมีตัวอย่างจากหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ขณะเดียวกันก็มีเสียงเรียกร้องให้คลายล็อกเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนเดินหน้าไปได้ก่อนที่เศรษฐกิจจะตกต่ำมากไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นายองอาจ กล่าวว่า การคง หรือคลายล็อกเต็มที่แบบไม่มีเงื่อนไขย่อมก่อให้เกิดปัญหาทางใดทางหนึ่งได้ เพราะฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดขณะนี้ควรเป็นการคลายล็อกแบบทางสายกลาง ไม่ตึงไม่หย่อนเกินไป สร้างสมดุลให้ทุกภาคส่วนอยู่ร่วมกันได้ โดยมีเป้าหมายสำคัญ 2 ประการคือ 1.ป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดเพิ่มมากกว่าที่ผ่านมา 2.ฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาเหมือนเดิม เพราะฉนั้นการจะบรรลุเป้าหมายหลังคลายล็อกแบบทางสายกลางได้ ทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำทางราชการตามมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งการรักษาระยะห่างทางสังคม การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา การล้างมือบ่อยๆ การไม่เข้าไปในสถานที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีกลุ่มเสี่ยง เพราะถ้าเราไม่เคร่งครัดจริงจัง เราก็อาจมีการแพร่ระบาดรอบ 2 เกิดขึ้นได้เหมือนบางประเทศ "ถ้าทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจกันอย่างเต็มที่ ช่วยกันทำให้การคลายล็อกเฟส 2 ผ่านไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหาใดๆ ก็เชื่อมั่นว่าการคลายล็อกในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงหนัง โรงละคร สนามมวย สนามกีฬา ผับ บาร์ คาราโอเกะ ก็อาจจะคลายล็อกตามมาได้ในไม่ช้า และอาจจะปลดล็อกให้บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติได้ในที่สุด การที่เศรษฐกิจ สังคมจะกลับคืนมาสู่สภาวะปกติแบบ New Normal หรือความปกติใหม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วน คนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจัง"นายองอาจ กล่าว