นายกฯสั่งเร่งดับไฟป่านครนายก เพลิงโหมกระหน่ำลามข้ามภูเขา

การเมือง31 มี.ค. 2566 • 00:03 น.
นายกฯสั่งเร่งดับไฟป่านครนายก เพลิงโหมกระหน่ำลามข้ามภูเขา

 โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ สั่งการจนท.เร่งดับไฟป่าจ.นครนายก-พื้นที่ภาคเหนือ ย้ำขอความร่วมมือประชาชนหยุดลักลอบจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรและหาของป่า กำชับคุมเข้มดำเนินคดีคนเผาป่าอย่างเคร่งครัด ขณะที่สถานการณ์ไฟป่าจ.นครนายกลามไม่หยุด

    
 จากกรณีสถานการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกลามในพื้นที่จ.เชียงใหม่และจ.เชียงราย ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 29 มี.ค.66 ได้เกิดเหตุไฟป่าลุกไหม้บริเวณเขาชะภู ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก นั้น
     
เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดตามสถานการณ์เหตุไฟป่าจ.นครนายก เชียงใหม่ เชียงราย และพื้นที่ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยนายกฯ สั่งการกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช ส่งทีมชุดดับไฟป่าเข้าปฏิบัติการเข้าดับไฟป่า พร้อมขอให้กองทัพสนับสนุนการปฏิบัติการ เพื่อดำเนินการดับไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนและต่อเนื่อง
     
สำหรับไฟป่าที่เกิดขึ้นบริเวณเขาชะภู ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก ปภ.ได้นำรถสูบน้ำระยะไกลเข้าปฏิบัติการดับไฟป่า ร่วมกับทีมไฟป่าของกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยผู้ว่าฯจ.นครนายกร่วมบัญชาการดับไฟป่า ทั้งนี้พื้นที่เกิดเหตุมีลักษณะเป็นเขาสูงชัน ทำให้ชุดดับไฟป่าของสถานีควบคุมไฟป่าไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดับเพลิงได้ อีกทั้งเพลิงยังได้ลุกลามไปยังเขาแหลมซึ่งอยู่ติดกัน โดยจ.นครนายกได้ประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปภ.เขต 3 ปราจีนบุรี และเฮลิคอปเตอร์บรรเทาสาธารณภัย (KA-32) จากปภ. เพื่อดำเนินการดับไฟป่าแล้ว ซึ่งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี ได้ให้การสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย ประกอบด้วยรถสูบส่งน้ำระยะไกล รถดับไฟป่า รถส่องสว่าง รถบรรทุกน้ำ 10,000 ลิตร รถกู้ภัย รวม 5 คัน ออกปฏิบัติการดับไฟป่าในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า อ.บ้านนา จ.นครนายก ตลอดช่วงคืนที่ผ่านมาแล้ว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารกำลังเตรียมเฮลิคอปเตอร์ดับเพลิงขึ้น เพื่อระงับเพลิงบริเวณยอดเขาเช่นกัน
    
 นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าฯจ.นครนายก กล่าวว่า ไฟป่าไหม้บริเวณเขาชะภูมา 2 วันแล้ว จากนั้นลามมาถึงเขาแหลมที่อยู่ติดกัน และลามขึ้นไปทางด้านบนยอดเขา ทั้งนี้ได้พยายามจะใช้ชุดเสือไฟป้องกันไม่ให้แนวไฟลงทางพื้นล่างและค่อยๆ คุมพื้นที่ไปเรื่อยๆ แต่ก่อนหน้านี้เกิดฟ้าผ่า ทำให้เกิดไฟลุกลามเพิ่มขึ้นมาได้ง่าย จังหวัดพยายามประเมินสถานการณ์เป็นรายชั่วโมง นอกจากนี้ถ้าไม่มีอุปสรรคเรื่องทิศทางลม อาจจะต้องใช้โดรน ช่วยในการควบคุม 
   
  วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า จุดความร้อนในไทยวานนี้ลดลงเหลือ 2.8 พันจุด พบที่จ.เชียงใหม่มากที่สุด ส่วน PM2.5 เช้านี้ที่แม่ฮ่องสอน พุ่งกว่า 5 ร้อยไมโครกรัม เตือน! ออกกำลัง ไม่ใส่หน้ากากจะหายใจเอา "PM2.5" เข้าไป 900 ล้านเม็ดต่อนาที
     
  GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 29 มี.ค.66 ไทยพบจุดความร้อน 2,870 จุด โดยมีเพื่อนบ้านอย่างพม่าขึ้นนำอยู่ที่ 3,964 จุด, สปป.ลาว 2,139 บาท, เวียดนาม 205 จุด, กัมพูชา 195 จุด และมาเลเซีย 53 จุด
    
 สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นป่าอนุรักษ์ 1,479 จุด, พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 1,080 จุด, พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 111 จุด, พื้นที่เกษตร 100 จุด, พื้นที่เขต สปก. 86 จุด, และพื้นที่ริมทางหลวง 14 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ เชียงใหม่ 608 จุด, แม่ฮ่องสอน 522 จุด และเชียงราย 435 จุด
   
  ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 วันนี้ทางภาคเหนือยังคงน่าเป็นห่วงมากเช่นเคย เมื่อตรวจสอบจากแอปพลิเคชัน เช็กฝุ่น แบบรายชั่วโมง เมื่อเวลา 11:00 น. ที่ผ่านมาพบหลายจังหวัดมีค่า PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง และมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะที่จังหวัด #แม่ฮ่องสอน ที่มีค่า PM 2.5 สูงสุดกว่า 500 ไมโครกรัม ซึ่งเกินค่ามาตรฐานไปถึง 10 เท่า (ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 50 ไมโครกรัม) ตามด้วย #เชียงราย #เชียงใหม่ #พะเยา #น่าน #ลำพูน #ลำปาง #แพร่ #ตาก #เลย ควรสวมหน้ากากอนามัย และงดกิจกรรมภายนอกอาคารสถานที่เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่จะตามมา ในขณะที่กรุงเทพมหานคร พบค่าคุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี
     
สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM 2.5 สถานการณ์การจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM 2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดนเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น