- โฆษณา -

สัมภาษณ์พิเศษ "ยุทธพร อิสรชัย" เช็คอุณหภูมิ "ศึกอภิปรายฯ"

การเมือง8 ก.ย. 2562 • 23:00 น.
สัมภาษณ์พิเศษ "ยุทธพร อิสรชัย"  เช็คอุณหภูมิ "ศึกอภิปรายฯ"
หมายเหตุ : วาระการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 โดย "7พรรคฝ่ายค้าน" ที่ได้ยื่นญัตติพื่อซักฟอก "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จากกรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 ก.ย.นี้คือความเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้ง "ฝ่ายค้าน" และ "รัฐบาล" ถูกจับตามอง อย่างมาก เนื่องจากเป็นการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในสมัยแรกของการประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 จะดุเดือด เข้มข้นมากน้อยแค่ไหน ในเรื่องของการโต้เถียงกันนั้นคงเกิดขึ้นอยู่แล้วตามปกติของการทำงานในสภาที่จะมีการประท้วงเกิดขึ้น ทั้งทางฝ่ายของรัฐบาล คงมีเรื่องขององครักษ์พิทักษ์รัฐบาล แม้ว่าจะมีการประกาศว่าจะไม่มีก็ตาม แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เช่นเดียวกันฝ่ายค้านก็ต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด เพราะการทำงานในสภาเป็นพื้นที่เดียวที่ฝ่ายค้านมี" "ยุทธพร อิสรชัย" อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช "ในการอภิปรายแน่นอนว่าเป็นการอภิปรายที่ฝ่ายค้านคงไม่ได้หวังผลในระยะสั้น เพราะเป็นการอภิปรายแบบไม่ลงมติ ดังนั้นคงเป็นการอภิปรายที่ฝ่ายค้านหวังผลในระยะยาว คือหวังในเรื่องของการสะสมข้อมูล หรือทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองในระยะยาวมากกว่า ซึ่งคงเป็นกลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์ของฝ่ายค้านในการทำให้กระบวนการตรงนี้ เป็นลักษณะการทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลในระยะยาว แต่ในระยะสั้นคงไม่มีผลอะไร เพราะเป็นการอภิปรายแบบไม่ลงมติ สำหรับท่าทีของนายกรัฐมนตรี ผมเชื่อว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่นายกฯ จะเข้าไปตอบคำถามในสภา เพราะการที่นายกฯ ไม่ไปตอบกระทู้เมื่อครั้งที่ผ่านมาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมเป็นจำนวนมาก และถึงแม้ในวันที่ 18 ก.ย. ศาลรัฐธรรมนูญจะมีนัดอ่านคำวิจฉัยในเรื่องความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ แต่ไม่จำเป็นที่ผู้ถูกฟ้องจำต้องไปฟังด้วยตนเอง ดังนั้นเป็นไปได้ที่จะเห็นนายกฯ ไปสภา เพราะนายกฯ เองก็มีความมั่นใจในหลายๆ ครั้งที่ออกมาให้สัมภาษณ์ รวมไปถึงบรรดาแกนนำรัฐบาลที่ออกมาระบุว่านายกฯ จะมีทีเด็ดให้รอดู ซึ่งก็ต้องรอดูในวันที่ 18 ก.ย. ส่วนเรื่องที่หลายคนกังวลว่า การอภิปรายดังกล่าวจะมีการก้าวล่วงสถาบันนั้น เรื่องนี้คงไม่มีใครตอบได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เชื่อว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ รวมถึงข้อบังคับการประชุมต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้มีการประชุมลับได้ และเป็นอำนาจของประธานสภา ดังนั้นมีโอกาสที่บางช่วงอาจเป็นการประชุมลับได้ อย่างไรก็ตามการอภิปรายดังกล่าวคงไม่ถึงขั้นที่จะทำให้ฝ่ายไหนเพลี่ยงพล้ำ เพราะการอภิปรายแบบไม่ลงมติ จะเน้นการให้ข้อมูล และทั้ง 2 ฝ่ายมีลักษณะในการนำข้อมูลมาเปรียบเทียบกันมากกว่า คงไม่ถึงขั้นทำให้เกิดการเพลี่ยงพล้ำ หรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล หรือเกิดความนิยมของฝ่ายค้าน ในเรื่องของการโต้เถียงกันนั้นคงเกิดขึ้นอยู่แล้วตามปกติของการทำงานในสภาที่จะมีการประท้วงเกิดขึ้น ทั้งทางฝ่ายของรัฐบาล คงมีเรื่องขององครักษ์พิทักษ์รัฐบาล แม้ว่าจะมีการประกาศว่าจะไม่มีก็ตาม แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เช่นเดียวกันฝ่ายค้านก็ต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ที่สุด เพราะการทำงานในสภาเป็นพื้นที่เดียวที่ฝ่ายค้านมี เพราะทางฝ่ายรัฐบาลเองเขามีพื้นที่ทั้งในสภา การทำงานในฐานะฝ่ายบริหาร ที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นฐานเสียงได้มากกว่า ดังนั้น ฝ่ายค้านก็ต้องใช้โอกาสตรงนี้ให้คุ้มค่ากับการที่เขาอภิปราย อย่างไรก็ตาม การโต้เถียงกันระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลก็เป็นภาพปกติที่เราได้เห็นกันอยู่แล้ว และจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน วันนี้ต้องอย่าลืมว่าการเมืองนอกสภาได้ย้ายที่ไปสู่ในสภา เรามีสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นก็ไม่เหมือนกับเมื่อ 5 ปีก่อนที่มาจากการสรรหาทั้งหมด ดังนั้นเมื่อมีที่มาจากหลากหลาย ก็แน่นอนว่ากระบวนการต่างๆ ก็ต้องมีความเห็น มีจุดยืน และอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน"