"สุเทพ" แนะ "ว่าที่ผู้ว่าฯกทม." อย่าละเลยปัญหาศก.-ปากท้อง ชม "รัฐบาลบิ๊กตู่" พัฒนาคูคลอง แก้ปัญหาระบายน้ำได้ดี

การเมือง7 เม.ย. 2565 • 07:44 น.
"สุเทพ" แนะ "ว่าที่ผู้ว่าฯกทม." อย่าละเลยปัญหาศก.-ปากท้อง ชม "รัฐบาลบิ๊กตู่" พัฒนาคูคลอง แก้ปัญหาระบายน้ำได้ดี
“ สุเทพ ” แนะ “ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.” อย่าละเลยปัญหาศก.-ปากท้อง ชม "รัฐบาลบิ๊กตู่" พัฒนาคูคลองแก้ปัญหาระบายน้ำได้ดี ฝาก “ ผู้สมัคร ” อย่าลืม แผนแก้ปัญหาน้ำท่วม บอกยังไม่เห็นมีใครพูดถึง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันที่ 7เม.ย.65 เวลา14.13 น. เฟซบุคส่วนตัว “ Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย(มปท.)ได้เผยแพร่รายการ “คุยกับลุง” EP 24 นายสุเทพ กล่าวว่า วันที่ 6 เม.ย.เป็น วันจักรี เป็นวันสำคัญของชาติและของกทม. เพราะเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระเจ้าอยู่หัว พระองค์แรก ของราชวงศ์จักรี ที่ได้ทรงสร้างเมือง กรุงเทพฯ ขึ้นมา ใครที่สนใจประวัติศาสตร์ จะรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย ภาคภูมิใจ ในความเป็นคนเมืองหลวง อายุของกรุงเทพฯตอนนี้ คือ 240 ปี พอๆกับอายุของประเทศสหรัฐฯ แต่ถ้าลองเปรียบเทียบ ตอนที่สร้างสหรัฐฯขึ้นมาใหม่ ชาวยุโรปที่อพยพมาจากประเทศต่างๆในทวีปยุโรป มาอยู่ในโลกใหม่ ในพื้นแผ่นดินใหม่ ที่อุดมสมบูรณ์ แต่มีชนพื้นเมืองอย่างอินเดียแดง ก็ได้นำเอาความรู้มาพัฒนาใหม่ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสร้างเมืองกทม.ขึ้นมาท่ามกลางความยากจนของประเทศ ประเทศไทยเคยเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งร่ำรวยในสมัยมีเมืองหลวงอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา แต่ในปีพ.ศ.2310 เมื่อเราแพ้สงครามพม่า พม่าปล้นเอาความมั่งคั่งเหล่านั้นไปหมด เมืองหลวงคือกรุงศรีอยุธยาไม่เหลืออะไร พระเจ้าตากสินได้มาสร้างเมืองใหม่ที่ธนบุรี ในขณะที่ไม่มีทรัพยากรไม่มีความมั่งคั่งที่สะสมมาหลายร้อยปีเหลืออยู่ กรุงธนบุรีเป็นเมืองหลวง เรายังอยู่ในฐานะประเทศที่ยากจนอยู่มาก แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงเห็นว่า กรุงธนบุรี ไม่เหมาะสม ที่จะเป็นเมืองหลวง จึงย้ายเมืองหลวง มาพัฒนาสร้างเมืองใหม่ในพื้นที่รกร้าง วันนี้ 240 ปีผ่านไป กรุงเทพฯหลาย เป็นเมืองหลวง ที่มีความสำคัญติดอันดับโลก เพราะว่า พระเจ้าแผ่นดินของเราหลังจาก นั้น ทุกพระองค์ได้ทรงทำนุบำรุง พัฒนาประเทศ พัฒนาเมืองหลวง จนกรุงเทพฯกลายเป็นศูนย์กลางการค้า การผลิต การคมนาคม อ่านประวัติศาสตร์ เห็นว่า รัชกาลที่3 ท่านค้าขาย แต่งสำเภาไปค้ากับประเทศต่างๆ เพราะฉะนั้นพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งหลายกลายเป็นพื้นที่แห่งแรกๆ ที่มีการพัฒนา มีพ่อค้าจากหลายประเทศ มาตั้งรกรากเป็นสถานีการค้า ขยายตัวไปเรื่อยๆ จนถึงรัชกาบที่ 4 รัชกาลที่ 5 มีการนำเอาวิทยาการจากประเทศตะวันตกมาใช้ เรียกว่า พัฒนาเมืองมาตามลำดับ นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เราคนไทยในยุคหลังถ้ามองย้อนอดีตไปเราต้องรู้สึกภาคภูมิใจที่เราได้สร้างบ้านเมือง สร้างกรุงเทพ กลายเป็นเมืองสำคัญ หลังจากที่เรามีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศกลายมาเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ก็เป็นภาระหน้าที่ของคนที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล ตนไม่ใช่คนกรุงเทพฯโดยกำเนิด ตนเหมือนคนที่มาจากทั่วสารทิศ แล้วมาตั้งรกราก มาทำมาหากิน มาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ นายสุเทพ กล่าวต่อว่าตนจำได้เลยว่าปีแรกที่มากรุงเทพฯ ตนไปขึ้นรถรางสายสนามหลวง – ท่าพระจันทร์ ค่าโดยสาร 25 สตางค์ วันนี้ในกรุงเทพฯไม่มีใครคิดว่าเราจะมีรถรางไฟฟ้า จำได้ว่าสมัยนั้น นายสมัคร สุนทรเวช คิดที่จะทำรถไฟฟ้า หรือBTS มีคนคัดค้าน วิพากษ์วิจารณ์กันมาก วันนี้เรามีโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนด้วย รถไฟฟ้า แทบจะเต็มพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล อันนี้ก็ต้องยกให้เป็นคะแนนของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะหลายสายได้ใช้แล้ว หลายสายกำลังจะทยอยเปิดใช้ นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ปัญหาการจราจร ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของชาวกทม.รถติดสาหัส ถือว่าเป็นเมืองหนึ่งของโลกที่รถติดมากที่สุด นักการเมือง พรรคการเมือง มักจะเอาเรื่องปัญหาการจราจร ในกทม.มาเป็นประเด็นในการหาเสียง จำได้ว่ามีนักการเมืองคนหนึ่ง เคยประกาศว่า ถ้าเขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง เขาจะแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ ให้เสร็จภายใน 6 เดือน โม้มาก ทำไม่ได้ แต่เมื่อประกาศอย่างนี้ คนฮือฮากันมาก เพราะคนมีความทุกข์เรื่องการจราจร วันนี้เราไม่มีความทุกข์แล้ว เรามีทางด่วนหลายสาย ถนนลอยฟ้า รถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน ปัญหาการจราจรก็เบาบางไป วันนี้ในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ไม่ได้ยินใครพูดเลยเรื่องปัญหาการจราจร นายสุเทพ กล่าวต่อว่า อีกปัญหาที่คนกทม.พบเจอกันทุกยุคทุกสมัย คือเรื่องปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ เคยเห็นภาพประวัติศาสตร์ที่ส.ส.นั่งเรือไปประชุมสภาฯ เห็นภาพ นายควง อภัยวงศ์ ยืนบนเรือ มีคนพาย นั่นในอดีต แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราพบเห็นด้วยตัวเอง น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯปี 2554 รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯถูกคนตำหนิมาก แก้ปัญหาไม่ดี แต่นางสาวยิ่งลักษณ์ ออกมาประกาศว่าเอาอยู่ๆ แต่เอาไม่อยู่ คนเดือดร้อนมาก น้ำท่วมกทม.นานเป็นเดือนๆ คนภาคใต้เห็นใจคนกรุงเทพฯพากันตั้งโรงครัวเลี้ยงอาหารนานเป็นเดือนๆ ตนได้เข้าไปร่วมกับเขาด้วย นายสุเทพ กล่าวต่อว่า วันนี้ไม่ได้ยินใครพูดถึงแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมกทม.ในอนาคตเลย อาจจะเป็นเพราะว่า หลายคนมองว่า ไม่ใช่ปัญหาใหญ่แล้ว ผู้ว่าฯกทม.คนหนึ่งในอดีต อย่าง พล.ร.อ.เทียม มกรานนท์ เดินลุยน้ำไปดูแลประชาชน คนชอบภาพอย่างนี้ อยากเห็นผู้ว่ากทม.อย่างนี้ มาวันนี้ระบบระบายน้ำของกกทม.อาจจะดีขึ้นเพราะคูคลองต่างๆที่รัชกาลที่ 5 ที่ทรงสร้างไว้ เพื่อเลี้ยงพื้นที่นารอบๆกรุงเทพ และเป็นเส้นทางการจราจรทางน้ำในยุคนั้น ต่อมาคนมากขึ้น มีการรุกพื้นที่คูคลอง ทิ้งขยะทำให้กลายเป็นความไม่สะดวกในการระบายน้ำ มายุครัฐบาลนี้ เขาแก้ปัญหาคูคลองต่างๆได้ดี “ ถ้าไปตามที่ต่างๆจะเห็นว่าคลองต่างๆสะอาดสะอ้าน มากเขาปรับปรุงรื้อสิ่งกีดขวาง และบ้านเรือนที่บุกรุก วันนี้ดีขึ้น ทำให้ปัญหาเรื่องการระบายน้ำเบาบางลง แต่ก็ไม่แน่ ใครก็ตามที่จะมาเป็นผู้บริหารกทม.ต้องคิดถึงปัญหานี้เอาไว้อย่างหนักแล้วจะต้องมีแผนการ โครงการที่จะแก้ปัญหานี้อย่างต่อเนื่องต่อไป” นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เรื่องความสวยงามของกทม.ก็เป็นประเด็นสำคัญ เราต้องร่วมมือกัน ในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี ให้กรุงเทพฯสวยงาม การที่จะต้องมีสวนสาธารณะมากขึ้น มีต้นไม้มากขึ้น น่าดีใจในช่วง7 – 8 ปีที่ผ่านมา มีการสร้างสวนสาธารณะที่เป็นปอดชองชาวกทม.มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่10 ได้ทรงพระราชทานที่ดิน ที่เคยเป็นสนามม้านางเลิ้ง มาสร้างเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ ให้ชาวกทม.นี่ก็จะเพิ่มความน่าอยู่ให้กับชาวกทม.มากขึ้น นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ในช่วง 2 -3 ปีนี้ คนกทม.เหมือนคนทั้งโลกและทั้งประเทศ เจอกับภาวะโรคระบาดโควิด วันนี้หลายคนยังกลุ้มใจอยู่ อย่างฉีดวัคซีน3-4เข็ม ก็ยังติดโควิดอยู่ แล้วไม่สบายใจ โดยเฉพาะเป็นห่วงคนมีอายุ ที่เมื่อติดโควิดแล้วจะรักษายาก เป็นความกังวลของคนกทม. แต่ก็โชคดีที่รัฐบาลสามารถคลี่คลายปัญหาได้ดีมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น กทม.มีประชากร 10 กว่าล้านคนมีคนติดโควิดวันหนึ่งประมาณหมื่นกว่าคน เมื่อเทียบกับประเทศอื่นมีเป็นแสนคน เราก็ถือว่าทำได้ดี คนไทยเองร่วมมือกันดีมาก การ์ดไม่ตก มั่นใจว่าในเวลาอีกไม่นานเราจะเปิดกรุงเทพฯ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาเมืองไทยได้สะดวกขึ้น โรงแรม ร้านค้า ที่พักต่างๆก็จะคึกคักขึ้นคนกทม.ก็จะมีงานทำมากขึ้นเศรษฐกิจของกทม.ก็จะดีขึ้น นายสุเทพ กล่าวอีกว่า เมื่อพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจแล้ว อันนี้ที่อยากได้ยินบรรดานักการเมือง ที่อาสามาจะเป็นผู้บริหารกทม.ว่าเขาคิดอย่างไร ไม่ได้หมายถึงเศรษฐกิจในภาพรวมหรือภาพใหญ่ แต่หมายถึงเศรษฐกิจของครอบครัวคนกทม.รับได้รับผลจากโควิด และผลจากสงครามในยุโรป คนต้องเดือดร้อนแน่นอน ทำอย่างไรถึงจะให้ครอบครัวชาวกทม.ที่ส่วนใหญ่ อยู่ตามชุมชนต่างๆ กระจัดกระจายกันอยู่ ให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีรายได้ที่จะเลี้ยงครอบครัว เมื่อก่อนเราจะเคยได้เห็นว่าหากมีการย้ายโรงงานไปตามที่ต่างๆ แต่ประชาชนยังอยู่ในชุมชน ทำอย่างไร เราถึงจะมีโรงงานอยู่ติดชุมชน หรือในชุมชน และเป็นโรงงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลิตสินค้าประเภทที่ไม่สร้างมลภาวะ ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ผลิตสินค้าใหม่ หลายอย่างได้ในชุมชน โดยไม่ทำให้คนในชุมชน ไม่มีชีวิตที่เลวร้ายลง แต่ ได้ทำงานใกล้บ้าน มีรายได้ เป็นกำลังผลิตที่สำคัญ สำหรับทำรายได้ให้กับเมืองและครอบครับ “ อยากได้ยินนะว่า ทีมที่อาสาลงมาสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริการกทม.ใครมีความคิดดีๆในเรื่องนี้ ความคิดที่จะช่วยให้ครอบครัวแต่ละครอบครัว ของคนกรุงเทพฯมีรายได้เพียงพอสำหรับชีวิตที่จะมีความสุข คิดว่าเรื่องใหญ่ของคนที่เป็นนักการเมืองที่จะมาดูแลกรุงเทพ ทำอย่างไรให้คนกรุงเทพฯ มีชีวิตอย่าง มีความสุข อันนี้เป็นเรื่องใหญ่เราสมควรจะได้ยินข่าวคราวโครงการ แผนงาน ในเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจครอบครัวจากบรรดาผู้สมัครรับเลือกตั้งทีมต่างๆ” นายสุเทพ กล่าว