"จุรินทร์" บอก "นายกฯ" นัดกินข้าว "พรรคเล็ก" เป็นเรื่องดี ชี้มีความสำคัญเสถียรภาพรัฐบาลทั้งสิ้น

การเมือง13 มี.ค. 2565 • 10:03 น.
"จุรินทร์" บอก "นายกฯ" นัดกินข้าว "พรรคเล็ก" เป็นเรื่องดี ชี้มีความสำคัญเสถียรภาพรัฐบาลทั้งสิ้น
วันที่ 13 มี.ค.65 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม นัดพรรคเล็กร่วมรับประทานอาหารค่ำ ในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 18.00 น. ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วย เพราะถือว่าพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองขนาดเล็ก ขนาดกลาง ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อเสถียรภาพของรัฐบาลทั้งสิ้น ฉะนั้นการให้เกียรติทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลถือเป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วย และให้การสนับสนุน “ การที่นายกรัฐมนตรีเชิญพรรคเล็กร่วมรับประทานอาหารค่ำ ถือเป็นเรื่องที่ดี และพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ เพราะถือเป็นพรรคที่เข้ามาทำงานร่วมกันในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ” เมื่อถามว่ามีการมองกันว่าการที่นายกรัฐมนตรีเชิญพรรคเล็กร่วมรับประทานอาหารค่ำ ถือเป็นการเช็กเสียงหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ ว่าวัตถุประสงค์เพิ่มเติมคืออะไร แต่ตนคิดว่าการที่พรรคร่วมรัฐบาลจะได้เจอกันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างไม่เป็นทางการถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการทำงานร่วมกันในรัฐบาล แต่จะเป็นประโยชน์ต่อเสถียรภาพรัฐบาล เพราะการเป็นรัฐบาลเสถียรภาพ ถือเป็นเรื่องสำคัญถ้าไม่มีเสถียรภาพ การแก้ปัญหาต่างๆบรรลุความสำเร็จยาก เพราะจะขรุขระ และติดปัญหาทางการเมืองโดยไม่จำเป็น เมื่อถามย้ำว่าส่วนตัวยังมั่นใจหรือไม่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังสนับสนุนรัฐบาลอยู่เหมือนเดิม นายจุรินทร์ กล่าวว่า ต้องไปถามนายกฯ และพรรคแกนนำหลักจะต้องเป็นตัวตั้งสำคัญในการที่จะประเมินและตรวจสอบเสียงว่าเสียงที่แท้จริงของรัฐบาลสุดท้ายแล้วมีจำนวนเท่าใด ซึ่งความจริงตนเคยให้ความเห็นเรื่องนี้ไปแล้วว่าต้องมีคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้เพราะในระบบรัฐสภาเสียงในสภาผู้แทนราษฎรมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของรัฐบาลรวมถึงจำเป็นที่รัฐบาลในระบบรัฐสภาจะต้องมีเสียงข้างมาก ไม่เช่นนั้นจากกระทบกับรัฐบาล เช่น ถ้าเป็นเสียงข้างน้อย กฎหมายรัฐบาลไม่ผ่านจะมีผลทำให้รัฐบาลต้องยุบสภาฯหรือลาออก และถ้ารัฐบาลแพ้เสียงในประเด็นที่มีความสำคัญ มันก็จะกระทบกับเสถียรภาพของรัฐบาลได้