“อดีต อนค.- พท.” พร้อมใจแต่งดำเข้าสภา “พิธา” ยัน ยังทำงานร่วมฝ่ายค้านต่อ
“อดีต อนค.- พท.” พร้อมใจแต่งดำเข้าสภา “พิธา” ยัน ยังทำงานร่วมฝ่ายค้านต่อ แต่ต้องปรับความเข้าใจ หอบ 55 ส.ส.ถกตั้งพรรคใหม่ต่างจังหวัดสุดสัปดาห์นี้
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 ก.พ. ที่รัฐสภา ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่ ร่วมแถลงข่าวปิดอภิปรายไม่ไว้วางนอกสภา โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนขอแถลงปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ พากเรายืนยันในเนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ถึงความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพ ความไม่ชอบธรรม ความไม่เหมาะสม และคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง 6 ท่าน ทั้งในสภา และนอกสภาเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา แม้จะขลุกขลักไปบ้าง แต่เรามาลงมติในวันนี้ เพื่อทำหน้าที่ส.ส.ในสภาฯ เพื่อประชาชน ซึ่งเรายืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมา เต็มที่ทุกมิติ และคิดว่าประชาชนได้รับผลประโยชน์ แม้เราจะเป็นเสียงข้างน้อยแต่สู้ในสภาฯ เต็มที่ทุกคน อย่างไรก็ตาม คะแนนการโหวตของรัฐมนตรีแต่ละคน อาจมีผลต่อการปรับครม. ไม่ช้าก็เร็ว แต่เรื่องนอกสภา เกิดสถานการณ์ ป่าล้อมเมือง 3-4 วันที่ผ่านมา มีการส่งข้อมูล ข้อเท็จจริง ความไม่ชอบมาพากล ความล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพ ถูกส่งต่อไปให้ประชาชน และคนรุ่นใหม่ ที่ตื่นรู้ปัญหาบ้านเมืองและระบบที่มีอยู่
นายพิธา กล่าวว่า คืนนี้ ส.ส.ในกลุ่ม จะเดินทางไปต่างจังหวัด เพื่อถอดบทเรียนการทำงานหนึ่งปีที่ผ่านมา พร้อมจะสร้างให้พรรคมีความเข้มแข็ง วางแผนยุทธศาสตร์บุคคล และอุดมการณ์ ยอมรับว่าจะมีการพูดคุยถึงพรรคใหม่ แต่จะชื่ออะไรนั้น ยังไม่ขอเปิดเผย ส่วนความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยนั้น ภาพใหญ่ พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องทำงานร่วมกัน แต่ปีกย่อยต้องถอดบทเรียนร่วมกัน ประชาชนเห็นแล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่อยากให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ที่ตัวบุคคล ไม่ใช่เรื่องเวลาเพียงอย่างเดียว ขณะที่การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในช่วงนี้ เป็นเพราะน้องๆ รู้สึกไม่มั่นคง ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ออกมาแสดงสิทธิ์
ด้านนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น ใน 5 ชั่วโมงสุดท้ายของวันที่ 27 ก.พ. ถ้ารัฐบาลแบ่งเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายโดยไม่ยึดกติกาที่จัดสรรไว้อย่างเดียว บรรยากาศจะดีกว่านี้ แต่เมื่อรัฐบาลเลือกแบบนี้ทำให้เสียงข้างมากกุมสภาฯ จนฝ่ายค้านไม่สามารถสรุปการอภิปรายได้ ประเด็นต่อมา ส.ส.ที่ทำหน้าที่อภิปรายถูกข่มขู่ รวมทั้งกรณีของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่ใช้สิทธิ์ของประชาชน อภิปรายนอกสภาเรื่อง 1MDB แต่กลับถูกรัฐข่มขู่
นายคารม กล่าวอีกว่า ขอบคุณ ส.ส. 55 คน ที่ยังอยู่ร่วมเดินไปข้างหน้าพร้อมกันกับประชาชน ส่วนส.ส.ที่ย้ายไปสังกัดพรรคอื่น ตนเองไม่ขอตอบ ว่ามีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะมีมารยาทพอไม่อยากให้ใครเรียกว่า กุ๊ย ขอให้สังคมตั้งคำถามเอง ส่วนกรณี น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มีการติดต่อจากรัฐบาล แต่ปฏิเสธไม่เข้าไปสังกัดพรรคด้วย กลับถูกข่มขู่ ซึ่งน.ส.เบญจา ได้ไปแจ้งความแล้ว ตนเองเห็นว่าเป็นการกระทำไม่เหมาะสม เรื่องเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เรื่องคุณสมบัติ มีข้อสังเกตทางกฎหมายหลายประเด็น ซึ่งผู้อภิปราย ได้บอกเรื่องนี้กับสังคมไปแล้ว ส่วนนายกรัฐมนตรีจะเห็นอย่างไร ก็แล้วแต่จะพิจารณา อย่างไรก็ตาม การทำงานฝ่ายค้านต้องเดินร่วมกันต่อไป แต่ขอร้องพรรคการเมืองใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยต้องให้เกียรติกัน
ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตอนนี้คนสำคัญคือคนที่ยังอยู่ ซึ่งเราต้องร้อยรักและเดินทางไปข้างหน้าด้วยกัน เพราะเราเชื่อในผู้คนและการเดินทาง ส่วนคนที่ไปแล้ว ถึงคิดอย่างไรเขาก็ไม่กลับมา นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีต้องถามตัวเองว่ามีการใช้ภาษีมาสร้างความแตกแยกของประชาชนหรือไม่ เราต้องทำลาย IO กระบวนการที่ทำให้เราเกลียดกัน ทั้งนี้ ส.ส.กลุ่มอนาคตใหม่ ยอมรับว่า ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ได้มีการนัดแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอบคุณ และคงใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยทำความเข้าใจกัน
เมื่อถามว่า การอภิปรายนอกสภาของ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่เมื่อวานนี้ จะเป็นการผิดระเบียบการใช้พื้นที่ของรัฐสภาหรือไม่ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนมองว่าการใช้พื้นที่แถลงข่าวไม่ได้เกิดความเสียหายวุ่นวาย แต่กลับเป็นสิ่งดีให้ ประชาชนเข้าใจเนื้อหาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจเนื่องจากเวลาหมด ส่วนการ มาเข้าร่วมลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายพิจารณ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับวิปฝ่ายค้าน แต่ตนเห็นว่าเมื่อมีคนไม่ถูกอภิปราย ก็ยิ่งต้องไปลงมติไม่ไว้วางใจและประชาชนก็คาดหวัง ส่วนเรื่องกระบวนการ เห็นว่า แม้จะอภิปรายรัฐมนตรีได้ไม่ครบทุกคน แต่ก็มีการอภิปรายนอกสภา เพื่อส่งไปยังประชาชนได้
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อภิปราย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้คะแนนจากการลงมติไว้วางใจสูงที่สุด เพราะตนอาจเปลี่ยนใจเพื่อนสมาชิกได้ ส่วนตัวไม่กลัวการถูกฟ้อง เพราะเคยติดคุกมาแล้ว ตอนนี้กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนแสนกว่าบาท จึงต้องทำหน้าที่หากไม่เริ่มทำตรงนี้ แล้วอะไรคือคุณค่าที่ต้องเป็น ส.ส.จึงพยายามพิสูจน์ ใช้กลไกสภา ให้มีคุณค่าสูงที่สุด และทำให้ประชาชนเชื่อมั่น ซึ่งรัฐบาลมีสิทธิ์ฟ้อง แต่ตนเองก็มีสิทธิ์นำเสนอความจริง และหากพูดกันถึงความจริง เชื่อว่ารัฐบาลอาจจะไม่อยากฟ้องตนเองก็ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่ วันนี้แต่งกายด้วยชุดสีดำเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งตรงกับการรณรงค์ในโซเชียลมีเดีย ภายใต้ชื่อ “แบล็คฟายเดย์” #เสื้อดำจะยำเผด็จการ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์
Cr.รูปจากเพจเฟซบุ๊ก Pita Limjaroenrat - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตอนนี้คนสำคัญคือคนที่ยังอยู่ ซึ่งเราต้องร้อยรักและเดินทางไปข้างหน้าด้วยกัน เพราะเราเชื่อในผู้คนและการเดินทาง ส่วนคนที่ไปแล้ว ถึงคิดอย่างไรเขาก็ไม่กลับมา นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีต้องถามตัวเองว่ามีการใช้ภาษีมาสร้างความแตกแยกของประชาชนหรือไม่ เราต้องทำลาย IO กระบวนการที่ทำให้เราเกลียดกัน ทั้งนี้ ส.ส.กลุ่มอนาคตใหม่ ยอมรับว่า ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ได้มีการนัดแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอบคุณ และคงใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยทำความเข้าใจกัน