เปิดใจ “เผดิมชัย สะสมทรัพย์” กับการกลับมาผงาด ของ “บ้านใหญ่ นครปฐม”
หมายเหตุ: “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “เผดิมชัย สะสมทรัพย์” ส.ส.เขต 5 นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา เปิดใจถึงความสำเร็จที่กลับมาทวงเก้าอี้ส.ส.ได้สำเร็จ โดยสนามเลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม ครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างมาก เพราะ “ชัยชนะ”หรือ “ความพ่ายแพ้” ในสนามแห่งนี้ คือเครื่องชี้วัด “กระแส” ของพรรครัฐบาลและฝ่ายค้านในคราวเดียวกัน
-รู้สึกอย่างไรกับชัยชนะครั้งนี้
ก็มีความดีใจที่ชนะ แต่การดีใจคือได้วางแผนและยุทธศาสตร์ที่สำเร็จ จนประสบความสำเร็จ และประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เยอะมากถึง 70 เปอร์เซ็นต์เกือบเท่ากับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.62 แม้จะมีฝนตก แสดงว่าประชาชนสนใจการเมืองมากขึ้น
-การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายมากน้อยแค่ไหน
ผมทำงานมาตลอดชีวิตทางการเมืองมา 30 กว่าปี วันนี้ได้กลับมาก็หายเหงา เหมือนว่าเราได้ทำงานต่อเนื่อง เพราะงานที่ชอบคือการปรึกษามาตลอด เพราะการเว้นว่างไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ และบางครั้งก็เบื่อหน่ายกับการเว้นวรรค แต่เมื่อได้กลับมาทำงานก็รู้สึกกระชุ่มกระชวย อยากทำงาน โดยเฉพาะงานของบ้านเมือง
-กลยุทธ์การหาเสียงที่ผ่านมาพรรคเน้นเคาะประตูบ้าน และในการหาเสียงรอบนี้ มีกลยุทธ์อะไรเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะคู่แข่งของเราคือพรรคอนาคตใหม่ เก่งด้านโซเชียล
กลยุทธ์จากการเลือกตั้ง 24มี.ค. เราศึกษาว่าเราเพลี่ยงพล้ำเพราะอะไร ผิดพลาด พลั้งเผลอเพราะอะไร ไม่ได้โทษใคร และคิดว่าการผันแปรในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.เกิดจาก 1. เราทอดระยะเวลาหลายปีกว่าจะมีการเลือกตั้ง และเลือกตั้งครั้งสุดท้ายเมื่อปี 53 และเว้นวรรคอีก 9 ปี ทำให้ส.ส.ที่จะทำงานให้กับประชาชนก็ห่างออกไป รวมทั้งการทำงานในท้องถิ่นก็ขาดหายไปไม่ต่อเนื่อง
ต่อมาเมื่อเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.มีเด็กรุ่นใหม่เข้ามา วิธีการหาเสียงก็มีรูปแบบใหม่ ๆ บางครั้งเราจะยึดการหาเสียงแบบเดิมๆ ระเบียบของกกต.ให้ใช้เงินเพียง 1.5 ล้านบาท ทำอะไรได้บ้าง ยุทธวิธีเดิมของทุกพรรคก็ใช้รูปติดตามเสาไฟฟ้า ตามถนนหนทางเยอะแยะ รถหาเสียงทุกวันเช้าจนถึงเย็น แต่นักการเมืองรุ่นใหม่ก็ใช้ยุทธวิธีใหม่โดยบางพรรคที่ประสบสำเร็จ สามารถสื่อถึงชาวบ้าน นั่งอยู่ที่บ้าน ที่ทำงานก็เห็น โดยใช้เทคโนโลยีใหม่
แต่ผมก็ออกไปหาเสียง มีรถโฆษณา มีรูปตามถนน แต่การเข้าถึงจริง ไม่มีเครื่อง Social Media ตรงนี้ถือเป็นข้อผิดพลาดอันหนึ่งที่เราเรียนรู้ว่าเมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมเราก็นำตรงนี้มาปรับแก้ว่าจะแก้อย่างไรที่ทุกคนใช้วิธีนำ Social Media เข้ามาช่วยศึกษา ถ้าผมจะสื่อกับชาวบ้านด้านเทคโนโลยี และอีกด้านหนึ่งคือรักษาประเพณีดั้งเดิมของชาวนครปฐม ถ้าจะพูดภาษาเทคโนโลยีคือผมเป็นพวกอะนาล็อก ส่วนเด็กใหม่ก็ใช้ดิจิทัล จึงนำสองอย่างมาผสมกันชี้แจงว่าระบบดิจิทัลดีน่ะไม่ใช่ไม่ดี แต่อะนาล็อกก็ดีเพราะสุดท้ายตัวบุคคลก็มีความสำคัญอยู่ ถ้าเราใช้เครื่อง Google มีความสะดวกก็จริง สะดวกสบาย แต่สุดท้ายการเมืองก็ต้องเชื่อมโยงกับตัวบุคคล หรือตัวแทน สุดท้ายก็ใช้คนในการตัดสินใจ เช่น สะพาน ถนนหนทาง ต้องใช้งบประมาณ ก็ต้องใช้คนในการผลักดัน
เพราะฉะนั้นการเชื่อมโยงก็ต้องใช้ตัวบุคคลหรือส.ส. เข้าไปตัดสินใจและหาทางที่จะเข้ามาประสานงาน ทำให้เกิดความเจริญในด้านที่ขาดหายไป แต่ Google อาจจะไม่ทำตรงนี้ได้ ผมจึงก็ใช้วิธีเข้าไปชี้แจงเป็นกลุ่ม ๆกับชาวบ้านว่าใช้โซเชียลมีเดีย ดีบางอย่าง แต่อาจจะขาดบางสิ่ง และสิ่งสำคัญอีกอันหนึ่งที่สำคัญคือ น้องๆนักการเมืองทุกคนหลังจากเลือกตั้งผ่านไปก็ต้องผูกโยง ยึดโยงกับท้องถิ่น กับชาวบ้าน ไม่ว่างานประเพณีทุกงานทำให้เห็นว่าเรายังเคลื่อนไหว และติดต่ออยู่ เห็นตามงานต่าง ๆ งานดีใจ หรืองานเสียใจเราก็ไป คนเก่าก็จะมองว่าเลือกไปแล้วไม่เห็นหน้า ก็จะเกิดการเปรียบเทียบของประชาชนด้วยกัน เพราะฉะนั้นเราจะรู้ว่าประชาชนบางกลุ่มมีความคิดหลากหลายไม่เหมือนกัน ผมจึงพยายามรวบรวมความหลากหลายมาเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้งครั้งนี้
-มีอะไรจะฝากถึงการเลือกตั้งซ่อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอีก 3 เขตหรือไม่
ไม่บังอาจที่จะแสดงความคิดเห็น เพราะแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน บางทีในพื้นที่ผมอาจจะได้เปรียบเพราะน้องลาออก และไม่ได้ไปตามงานมากนัก แต่ประชาชนเองก็เห็นผมลงพื้นที่บ่อย จึงเป็นโอกาส แต่จะนำจุดนี้ไปเป็นประโยชน์ในพื้นที่อื่นคงไม่ได้
- การกลับมาของ"บ้านใหญ่"ครั้งนี้ กำลังบอกอะไรสังคม ได้บ้าง
ทุกอย่างในชีวิตต้องมีอดีต ปัจจุบัน กว่าที่จะไปถึงอนาคต เราอาจมองไม่เห็น แต่อดีตจะชี้ได้ว่าเราแยกแยะได้ว่าคนไหนทำงาน คนไหนไม่ทำงาน คนไหนเป็นคนดี คนไหนเป็นคนไม่ดี คนไหนที่มีความห่วงใยสม่ำเสมอไหม เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายหรือเปล่า ซึ่งเป็นเหตุผลที่เรารู้ทุกสิ่งทุกอย่างในอดีต ผมเป็นนักการเมืองมากว่า 30 ปี ก็อาจจะได้เปรียบในการคุ้นเคย และประชาชนนึกถึงอดีตแล้วเห็นภาพว่าอย่างน้อยผมก็ยังแก้ไขปัญหาให้ได้
-ก่อนวันเลือกตั้งคุณเผดิมชัย ถูกโจมตีไม่น้อย รู้สึกท้อบ้างหรือไม่ และยังมีประเด็นไหนที่คิดว่าคนยังเข้าใจเราผิด
ผมไม่ทราบว่ามีการโจมตี และเรื่องอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่พ่อสอนไว้ เราให้ทุกคนเข้าใจเราคงยาก บางคนสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เราอยู่มา 30 ปีอาจจะมีคนไปพูดว่าเราไม่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าความจริง ว่าจริง ๆแล้วเป็นอย่างไร อาจจะมีบางคนใช้บารมีว่าเราเป็นส.ส.เอาไปอ้างอิงในทางที่ไม่ดี ก็นำไปเหมารวมกัน ผมว่าเป็นเรื่องปกติ ของส.ส.ทุกท่านก็ต้องโดนแบบนี้
-การพลิกกลับมาชนะในนครปฐมรอบนี้ ยังเป็นความหวังให้กับรัฐบาลที่อยู่ในสภาวะเสียงปริ่มน้ำ
คงไม่ ผมว่าการทำงานในซีกฝ่ายค้านหรือรัฐบาลไม่แตกต่าง ทุกคนล้วนเป็นคนไทย แต่ผมหวังอย่างเดียวว่าไม่อยากให้ใครมาว่าประเทศไทยของเรา ไม่ว่าด้านความสามัคคี ความสมานฉันท์ เมื่อมาอยู่ฝ่ายบริหารก็พยายามเป็นตัวแทนประชาชนชี้แจงในสิ่งที่ทำดี หรือไม่ดี เพื่อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ว่าประชาชนไม่มีความสุข จะแก้ได้หรือไม่ ถ้าทุกฝ่ายคิดกันอย่างนี้เหมือนกันบ้านเมืองก็เดินไปได้
-กลับเข้าสภาฯรอบนี้ เป็นจังหวะที่มาเจอกับช่วงที่ฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจพอดี ประเมินว่าบรรยากาศการเมืองจะเป็นอย่างไร
ต้องดูว่ามีต้นเหตุของการกล่าวหา เป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นทุกยุคทุกสมัย เพราะเป็นกติกาที่จะซักฟอก มีการตรวจสอบรัฐบาลในการทำงาน ซึ่งเป็นระบบที่ดี ทุกฝ่ายไม่ว่ารัฐบาลก็ต้องระมัดระวังในการบริหารประเทศ และต้องให้ความสนใจแก้ไขปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก ผมคิดว่าเป็นการทำหน้าที่ในการตรวจสอบเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะต้องเป็นเรื่องใหญ่
-การตัดสินใจของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ส่งคุณเผดิมชัย ลงสนามเลือกตั้งรอบนี้ มีส่วนทำให้ชนะมากน้อยแค่ไหน
มีทุกภาคส่วนในการคิด และใช้ยุทธศาสตร์ว่า คนที่ลงสมัครแข่งขันก็ต้องรู้เขา รู้เราว่าเขาใช้นโยบายอะไร เช่นเบื่อคุณลุง เลือกอนาคตใหม่ ที่มีป้ายหาเสียง หนึ่งเสียงล้มรัฐบาล สิ่งต่างๆเหล่านี้เราก็มองจุดว่า พรรคน้องๆใช้นโยบายแบบนี้ และเราจะอธิบายอย่างไรให้ประชาชนฟัง ถ้าเบื่อเราจะแก้ความเบื่อได้อย่างไร ผมก็ไปแก้ความเบื่อ เพราะว่าเป็นการเลือกตั้งซ่อม ประชาชนรู้อยู่แล้วว่าใครเป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนาก็เป็นรัฐบาลอยู่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นรัฐบาล ส่วนพรรคอื่นก็เป็นฝ่ายค้าน
เพราะฉะนั้นประชาชนรู้ชัดอยู่แล้วว่าจะเลือกใคร ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มี.ค. เพราะไม่มีใครรู้จะออกหัว ออกก้อย เพราะฉะนั้นครั้งนี้ก็ไปชี้แจงความจริง ถ้าหากมีโอกาสอยู่กับรัฐบาล และรัฐบาลทำไม่ดี ผมก็จะมีโอกาสติติงไม่ดี และไม่ดีอย่างไร เป็นการชี้แจงข้อเท็จจริงเท่านั้น
-การตัดสินใจครั้งนี้ของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เลือกไม่หลีกทาง ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคร่วมรัฐบาล ถือว่าตัดสินใจถูกต้องหรือไม่
ผมเชื่อมั่นว่าอาจเป็นผู้แทนนครปฐมมานาน แต่เมื่อ 24 มี.ค.ที่ผ่านมาไม่มีใครรู้ แม้แต่พรรคอนาคตใหม่ก็ยังไม่ทราบว่าจะประสบผลสำเร็จซึ่งเป็นยุทธวิธีอันหนึ่ง การเมืองเว้นวรรคไปนาน และมีการชุลมุน ระหว่างคนรุ่นใหม่ และเกิดความเบื่อหน่ายทางการเมือง เมื่อมีการเบื่อหน่ายการเมือง ใครที่ฉกฉวยยุทธศาสตร์ได้เปรียบ เช่นใช้เทคโนโลยีไปไวกว่าที่คิด เขาก็ประสบผลสำเร็จ ผมว่าคนไทยในระยะหนึ่งก็จะเข้าใจเองว่าผลออกมาแล้ว ผลต่อไปที่จะทำ ทำอย่างไรที่จะได้ประโยชน์ และมีประโยชน์กับประชาชนทุกคนในส่วนรวม
การที่พรรคชาติไทยพัฒนาตัดสินใจก็ดูพื้นฐานเป็นหลัก เราทำงานทางการเมืองมานาน แต่การพลาดพลั้งครั้งเดียวก็ไม่ได้วัดว่า เราจะต้องพ่ายแพ้ไปตลอด เพราะในอดีตเราก็เคยพ่ายแพ้มาแล้ว และวันนี้เราก็กลับมาได้
-มองว่าการเมืองมีปัญหาเพราะรัฐธรรมนูญหรือไม่
รัฐธรรมนูญทุกฉบับมีทั้งส่วนดีและไม่ดี และรัฐธรรมนูญที่ดีก็เยอะ ความจริงสมัยก่อนผมอยู่กับนายอุทัย พิมพ์ใจชน เป็นพรรคเล็ก ๆมีอยู่ 3 -5 เสียง แต่รัฐธรรมนูญปี 40 ระบุว่าไม่อยากให้มีพรรคเล็ก อยากให้การบริหารประเทศเดินไปข้างหน้า พอเดินไประยะหนึ่งก็มองว่าฝ่ายบริหารเข้มแข็งเกินอาจจะเกิดเผด็จการรัฐสภา พรรคเล็กมีแต่ต่อรองอยากมีตำแหน่ง จึงถูกสลายไปในปี 40 และรัฐธรรมนูญก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆเหมือนกฎหมายไม่ดีก็ต้องยกเลิก อะไรที่มาใหม่ก็ต้องเพิ่มเติมไปให้ทันสมัยเป็นเรื่องปกติ ในการเปลี่ยนแปลง
-ส่วนตัวมองว่าการเมืองที่ผ่านมากว่า 10 ปี เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน
ถือว่าเปลี่ยนไปเยอะมาก ในความคิดผม อย่างผมเองไม่เคยโทรศัพท์แล้วได้เห็นหน้าลูกในต่างประเทศ ผมก็ได้เห็น และไม่นึกว่าจะเป็นไปได้ ได้ยินทั้งเสียง ได้เห็นทั้งหน้า วันนี้อยากจะดูกีฬาข้ามประเทศก็ดูได้ อันนี้เป็นนวัตกรรมที่เราจะต้องยอมรับ และต้องเปลี่ยนแปลง เราเองรุ่นเก่าก็ต้องปรับปรุงให้ทัน เหมือนกัน