"ปธ.กกต." หวังประชาชนไปใช้สิทธิเกิน 80% คาดบัตรเสียไม่เกิน 2% พร้อมสู้คดีหากถูกฟ้อง ชี้ไม่มีเหตุให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ

การเมือง9 พ.ค. 2566 • 04:12 น.
"ปธ.กกต." หวังประชาชนไปใช้สิทธิเกิน 80% คาดบัตรเสียไม่เกิน 2% พร้อมสู้คดีหากถูกฟ้อง ชี้ไม่มีเหตุให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ

 

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 9 พ.ค. 66 ที่ลานคนเมือง ศาลาว่ากรุงเทพมหานคร นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมกิจกรรม Big Day การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เพื่อเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 66

โดยนายอิทธิพร ได้กล่าวเปิดงานว่า ทีมกกต.พร้อม ทีมเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้งพร้อม เราเชื่อมั่นว่าประชาชนผูัมีสิทธิเลือกตั้งก็พร้อมเช่นกัน วันที่ 14 พ.ค.นี้ เราไปเจอกันที่ที่เลือกตั้ง ขอเชิญท่านผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกท่านอกกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 66 ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. ก่อนออกไปใช้สิทธิ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิของท่าน ที่เลือกตั้ง ข้อมูลผู้สมัครและข้อมูลพรรคการเมือง โดยท่านสามารถตรวจสอบได้จากเอกสารแจ้งเจ้าบ้าน แอพพลิเคชั่นสมาร์ทโหวต หรือโทรสายด่วนกกต. 1444 

“ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ในวันที่ 14 พ.ค. ถือเป็นวาระแห่งชาติ หนึ่งเสียงของท่านเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาการเมืองไทย ขอให้ทุกท่านร่วมใจออกไปใช้สิทธิอย่างสุจริต โดยปราศจากซื้อสิทธิขายเสียง ไทยโหวตคนไทยพร้อมใช้สิทธิ” นายอิทธิพร กล่าว

ด้านนายแสวง กล่าวว่า สำนักงานกกต.และหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดการเลือกตั้ง ทั้งภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน พร้อมแล้วที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.นี้ให้เป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส และชอบด้วยกฎหมาย ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่านจะได้รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กากบาทได้เพียงใบละ 1 หมายเลข บัตรสีม่วงกาส.ส.แบบแบ่งเขต บัตรสีเขียวกาส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 

ทั้งนี้ ทางสำนักงานกกต. ได้จัดทำแผ่นป้ายไวนิล เพื่อที่ท่านสามารถดูหมายเลข และรายละเอียดผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตของท่าน หรือดูรายละเอียดหมายเลขพรรคการเมืองที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง หรือในบริเวณที่ลงคะแนนที่ท่านเข้าไปใช้สิทธิ เพื่อท่านจะได้ไม่พลาดในการจดจำสีของบัตร หรือหมายเลขของผู้สมัครและพรรคการเมือง ที่ท่านประสงค์จะเลือก พร้อมยืนยันว่า สำนักงานกกต. จะดูแลทุกคะแนนเสียงของท่าน ให้มีความหมายทุกคะแนนเสียง

ต่อมา นายอิทธิพร ได้ให้สัญญาณในการปล่อยขบวนรณรงค์ รวมทั้งขบวนรถของกรุงเทพมหานคร 50 คัน ไปตามเส้นทางต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งยังมี นักแสดง ศิลปิน ภาคีเครือข่ายส่วนต่างๆ เข้าร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่า  ในส่วนการประชาสัมพันธ์ที่เข้มข้น ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนมาใช้สิทธิมากกว่า 80% ใช่หรือไม่ โดยนายอิทธิพร กล่าวว่า เป็นตัวเลขที่เราตั้งใจจะประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุด รณรงค์มาโดยตลอดทั้งในระดับท้องถิ่น ในระดับจังหวัด ในระดับเมืองใหญ่ๆ วันนี้ก็เป็นการเปิดตัวอีกครั้งหนึ่งเพื่อหวังว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะพร้อมใจกันออกไปใช้สิทธิ ดูกฎหติกาให้เรียบร้อย จะได้ป้องกันไม่ให้บัตรเสียเราตั้งเป้าเอาไว้ไม่อยากให้เกิน 2% และพยายามทำทุกวิธีทางเพื่อสร้างความมั่นใจ และเข้าใจให้ประชาชนทราบก่อนเข้าไปที่เลือกตั้ง

เมื่อถามว่า จากการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 7 พ.ค. ที่มาผ่าน ที่เกิดปัญหามาก ในวันเลือกตั้งที่ 14 พ.ค.จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาเดิมอีก นายอิทธิพร กล่าวว่า ทุกๆครั้งที่จัดเลือกตั้งแล้วมีปัญหา เราจะต้องตรวจสอบสาเหตุ และหาวิธีการแก้ไขให้เร็วที่สุด สิ่งสำคัญคือไม่กระทบสิทธิของผู้ที่ใช้สิทธิไปแล้ว นี่เป็นเป้าหมายหลักของเรา เราไม่อยากทำงานให้ผิดพลาด แต่ถ้ามีข้อผิดพลาด เราจะจะแก้ไขในทันที สิ่งที่เราปฏิบัติมาเสมอ คือเมื่อพบความผิดพลาดในประเด็นใดแล้ว เราจะพยายามป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นอีก แต่สิ่งที่เราได้รับทราบรับรู้ความผิดพลาดในวันที่ 7 พ.ค. เราได้พยายามกำชับ และสร้างความเข้าใจในระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกัน ว่าจุดใดบ้างที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการเลือกตั้ง การใช้สิทธิ หรือปฏิบัติที่ผิดพลาดอีก

เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่ในขณะนี้ กกต.ตกเป็นเป้าและโดนถล่ม นายอิทธิพรกล่าวว่า เราไม่ได้รู้สึกว่าว่าตกเป็นเป้าและโดนถล่ม แต่ตนรู้สึกดีใจที่การทำงานของเราและการเลือกตั้งมีคนช่วยตรวจสอบ เป็นงานของกกต. ที่จะต้องชักชวน และจูงใจให้ประชาชนเข้ามามีสิทธิในการตรวจสอบการเลือกตั้ง พอพบปัญหาก็สามารถทำให้เราแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ถ้าไม่มีการตรวจสอบขากภาคประชาชน หรือสื่อมวลชน การทำงานเราอาจจะไม่ 100% สำหรับตน ตนถือเป็นสิ่งที่ดี

เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการจ่าหน้าซองใส่บัตรเลือกตั้ง มีกรณีที่ไม่ได้กรอกรายละเอียดบนหน้าซองเลยหรือไม่นายอิทธิพรกล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานมีน้อยมาก คนที่มาลงทะเบียนใช้สิทธิ กว่า 2.2 ล้านคน มีข้อผิดพลาดบ้างไม่เยอะ ที่จะพบคือ การกรอกเขตเลือกตั้งผิด ไม่ใช่กรอกรหัสผิด โดยหลังจากปิดหีบเวลา 17.00 น. ในวันที่ 7 พ.ค. เราเปิดหีบ ตรวจสอบการจ่าหน้าซองและแก้ไขแล้ว ตามระบบ 

เมื่อถามย้ำว่า มีหน้าซองเปล่าหรือไม่ นายแสวง กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า จากการคัดแยก และตรวจสอบเมื่อวันที่ 8 พ.ค. หลังเกิดปัญหาจากวันเลือกตั้งล่วงหน้า ทางสำนักงาน กกต. ได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการเขตทั่วประเทศ ว่า ก่อนมอบบัตรให้กับทางไปรษณีย์ ให้ตรวจหน้าซองก่อน เพราะเรารู้ว่ามีข้อผิดพลาด เมื่อประสานไปยังไปรษณีย์ ก่อนที่ไปรษณีย์จะรับ ก็ให้มีการตรวจจำนวนนับ และตรวจหน้าซองว่ามีการกรอกหน้าซองด้วยหรือไม่ ตรวจสอบจากทั้งสองฝ่าย ทั้งจำนวนและหน้าซอง เรื่องการไม่กรอกหน้าซองไม่มี แต่การกรอกผิดเขตต้องมีคณะกรรมการวินิจฉัย 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีบางกลุ่มออกมาระบุว่า จะไปฟ้องเอาผิดกกต.ในมาตรา 157 รวมทั้งกังวลว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ และเป็นการล้างไพ่การเลือกตั้ง นายอิทธิพร กล่าวว่า เป็นกระแสและเป็นความคิดของท่าน ที่เห็นว่าการทำงานของกกต.เป็นอย่างไร เป็นสิทธิของท่านที่จะดำเนินการอะไรก็ได้ เพราะกกต.ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย เราเองก็ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าท่านเห็นว่าการทำงานของเราบกพร่อง ก็สมควรที่จะได้รับการพิจารณา โดยผู้มีสิทธิตัดสินและวินิจฉัยในการทำงานของเรา ก็ไม่มีปัญหา เพราะเป็นสิ่งที่เราต้องทำ เราละเว้นไม่ทำไม่ได้ 

เมื่อถามต่อว่า หากมีการฟ้องมาก็พร้อมที่จะสู้คดีใช่หรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการฟ้องก็ต้องสู้คดีโดยหลักทั่วไป ที่สู้คือเรายืนยันว่าเราปฏิบัติโดยสุจริต ปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ ไม่มีปัจจัยที่ทำให้ตนต้องเป็นห่วง เรามุ่งหน้าจัดการเลือกตั้งให้ดีที่สุด เพราะในวันที่ 14 พ.ค. ที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ เสียงเป็นอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น 

เมื่อถามถึงปัญหาคำร้องต่างๆ ในวันเลือกตั้งล่วงหน้า และกรณีที่มีการร้องเรื่องการซื้อเสียงที่เขตคลองสามวา นายอิทธิพร กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบข้อเท็จจริงหรือมีมูล จะเข้าสู่กระบวนการสืบสวน ไต่สวนล่าสุดตนได้รับรายงานเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งมี 101 เรื่อง โดย 38 เรื่อง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการซื้อเสียง อีก 34 เรื่อง เป็นเรื่องการหลอกลวงใส่ร้าย หากมีข่าวเรื่องการร้องเรียน กกต.จะตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง ว่าหากมีเหตุเชื่อได้ว่ามีการทุจริต กกต. จะรับเป็นคำร้องและดำเนินการตามระเบียบ หากเป็นคำร้องแล้ว กรณีการซื้อเสียงถือว่าผิดตามมาตรา 73(1) เป็นคดีอาญาหรือใบส้มหรือไม่ ซึ่งกระบวนการนี้จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อถามถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งหนังสือกลับมาเรื่องพิจารณาการอนุมัติงบประมาณในการช่วยเหลือปัญหาค่าไฟแพง นายอิทธิพร กล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 11 พ.ค.นี้ กกต.จะนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อพิจารณา