ยังไม่ยกธงขาว! จับตา 3 ลุง “โทนี่-ป้อม-ตู่” เดินเกมแกล้งตาย?
ท่าทีของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกรัฐมนตรี แคนดิเดทนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หลังพ่ายศึกเลือกตั้ง กำลังถูกจับตามองว่าจะหันหลังให้การเมือง วางมือ เช่นที่คนใกล้ชิดอย่าง “แด๊ก” ธนกร วังบุญคงชนะ ย้ำถึงสองครั้งหรือไม่ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะพอแล้วในทางการเมือง
เพราะเป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้พูดออกมาจากปากของตนเองว่า จะวางมือทางการเมือง แม้ผู้สื่อข่าวจะถาม แต่ พล.อ.ประยุทธ์ กลับตอบ แค่ว่าโน คอมเมนต์ก่อนยุติการให้สัมภาษณ์
ท่ามกลางการถูกจับตามองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทหารเสือราชินี จะยอมแพ้ศึกครั้งนี้ง่ายๆจริงหรือ เพราะสำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ เองแล้ว ในภาพรวม อาจจะแพ้ศึกการเลือกตั้ง เพราะพรรคก้าวไกลได้ส.ส.มาเป็นอันดับ 1 พรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ2 พรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 3 ก็จริงอยู่ แต่สำหรับ พรรครวมไทยสร้างชาติของตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นพรรคน้องใหม่ ได้จำนวนส.ส. ถึง 36 คน จนทำให้พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความพอใจในก้าวแรกของพรรครวมไทยสร้างชาติ กับ คะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์กว่า 4 ล้านที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้
แต่อาจจะผิดคาดตรงที่ พรรคภูมิใจไทย ได้แค่ 70 ส.ส. จากที่คาดกันว่า อาจเกือบ 100 หรือ ทะลุ 100 ที่นั่ง
ผิดแผน ที่จะให้ พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กับ พรรคร่วมรัฐบาลเดิม และดูเหมือนมีสัญญาใจกันว่า จะยกเก้าอี้นายกฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ หรืออย่างน้อย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ก็เป็นนายกฯเอง อำนาจจะได้ไม่เปลี่ยนขั้ว
จึงน่าจับตามองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จึงยังไม่ประกาศวางมือทางการเมือง เพราะต้องการจะสู้ จนถึงที่สุด หรืออาจจะเป็นเพราะต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อยก่อนไม่ว่าจะเป็นสูตรใด
เพราะเป็นที่คาดการณ์กันอยู่แล้วว่าพรรคก้าวไกล คงไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ เพราะ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะไม่ผ่านด่าน 250 สมาชิกวุฒิสภา และอาจจะโดนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติกรณีการถือครองหุ้นสื่อ
เมื่อนั้นจะเป็นโอกาสของพรรคเพื่อไทย ในการจัดตั้งรัฐบาลในฐานะพรรคอันดับ 2 ที่มีกระแสข่าวสะพัดว่ามีการหารือกันเงียบๆ ภายในแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาททางการเมืองที่ไปตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคก้าวไกล
แต่ก็มีข่าวจากในมุ้งการเมืองว่ามีการจับขั้วใหม่กันเกิดขึ้นแล้วคือ พรรคเพื่อไทย จับมือกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ ตามที่เคยคาดการณ์ในเรื่องของบิ๊กดีล โดยดึงพรรคภูมิใจไทย ของอนุทิน ร่วมรัฐบาลด้วย พร้อมกับพรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทยพัฒนา และพรรคร่วมรัฐบาล ของพล.อ.ประยุทธ์ในปัจจุบัน และอยู่ระหว่างการเจรจาว่าพรรคของพล.อ.ประยุทธ์ รวมไทยสร้างชาติ จะร่วมด้วยหรือไม่ หรือจะไปเป็นฝ่ายค้าน กับพรรคก้าวไกล
แต่หากจะร่วมรัฐบาลกับ พรรคเพื่อไทย จะมีเงื่อนไขว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ นั่นหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกจากพรรคและไปรับตำแหน่งสำคัญที่ไม่ใช่ทางการเมืองและไปเดินเกมอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้พรรคเพื่อไทยไม่ลำบากใจ ที่ต้องร่วมรัฐบาลกับพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร ซึ่งพรรคเพื่อไทย ประกาศจุดยืน ที่จะไม่ร่วมรัฐบาลกับพวกที่เคยรัฐประหาร
ส่วน พล.อ.ประวิตร นั้น ก็ย้ำมาตลอด ช่วงก่อนการเลือกตั้งว่า ตนเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยมาปรึกษา หรือบอกว่า จะรัฐประหาร แม้เคยถาม แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็บอกว่า ไม่คิดรัฐประหาร
แต่ก็มีข่าวสะพัด จากสายการเมืองว่า หาก พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะต้อง ไม่มี “2ลุง” ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ หรือแม้แต่ พล.อ.ประวิตร จนมีข่าวว่า เตรียมลาออก เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย และ กำลังมองหา หัวหน้าพรรค พปขร. คนใหม่ แต่แน่นอนว่า 2 ลุง ย่อมไม่แฮปปี้ ที่จะต้องถูกบีบให้ ลาออก หรือถอยออกจากพรรคการเมือง ของตนเอง
ดังนั้น จึงมีความพยายาม ต่อรอง กับพรรคเพื่อไทยด้วยการเจรจาให้ อนุทิน เป็นนายกฯ เพราะเวลานี้ ในเมื่อ พรรคเพื่อไทย แพ้เลือกตั้ง แพ้พรรคก้าวไกล ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ นส. แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาว ก็คงโฟกัส ที่การพาทักษิณ กลับประเทศไทย มากกว่า
เพราะหากทักษิณ กลับไทย ในช่วง ก.ค. นี้ ตามที่ประกาศไว้ ก็จะยังอยู่ในยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงเป็นรัฐบาลรักษาการ อยู่ และจากนั้น เมื่อ ทักษิณ อยู่ในเรือนจำนายกฯ และรัฐบาลใหม่ หากเป็น นส.แพทองธาร และรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะยิ่งถูกจับตามอง ว่า จะแอบช่วยเหลือหรือไม่
แต่หากการต่อรอง นี้ไม่สำเร็จ พล.อ.ประยุทธ์ อาจต้องยอมฝืนกระแส จับมือกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ตั้งรัฐบาล ที่จะไม่เป็น รัฐบาล เสียงข้างน้อย เช่นที่ถูกจับตามอง
แต่จะใช้ ขั้นตอน ให้มีการโหวตเลือก นายกฯ โดยใช้เสียง ส.ว. ช่วย โดยไม่สนว่า จะถูกครหาโจมตี มากแค่ไหน และเมื่อเป็นนายกฯแล้ว ก็ไปรวบรวมเสียง ในการจัดตั้งรัฐบาล ที่ อาจดึง พรรคต่างๆ เข้ามามากขึ้น จากที่เคยเป็นพรรคร่วมฯเดิม เพื่อให้พ้นสภาพ การเป็นรัฐบาล เสียงข้างน้อย
แต่ทว่า แผนนี้ พล.อ.ประวิตร และพปชร. ต้องร่วมด้วย จึงมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร เพราะถึงยังไง ก็แพ้ด้วยกันทั้งคูั แต่ทว่า จะไม่ยอมแพ้ อีกทั้งเพราะเป็นทหารเก่า จึงยังไม่ยอมยกธงขาว ง่ายๆ
สำหรับ พล.อ.ประวิตร อาจจะไม่ร่วมมือกับ พล.อ.ประยุทธ์ หาก พรรคเพื่อไทย ยอมให้เก้าอี้สำคัญ โดยเฉพาะ รมว.มหาดไทย และ มี ดีล กันมาก่อนแล้ว โดยที่ ไม่ต้องลาออก จาก พปชร.
แต่ ก็ต้องรอดู เช่นกันว่า หาก 2 ลุง 2 พรรค กลับมาคืนดี จับมือกันอีกครั้ง และ แทคทีม กับ อนุทิน และ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมเดิม ก็อาจจะสู้ไหว แม้จะไม่สง่างาม ก็ตาม
ในตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงยังไม่ประกาศ วางมือทางการเมือง แต่คล้ายใช้แผน “แกล้งตาย” ก่อนเท่านั้น ดูเหมือนยอมแพ้ แล้ว ธนกร ย้ำปูทางให้สังคม เชื่อแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะวางมือ
แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ อีกสมัย ไม่ว่าด้วยวิธีใดคาดว่า จะเกิดความวุ่นวาย ตามมา และเกิดการลุกฮือ ของประชาชน ขึ้นมาได้ ไม่ใช่ แค่ฝั่ง สีส้ม เท่านั้น แต่ สีแดง ด้วย แต่นาทีนี้ ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะถือเป็นการเดิมพันประเทศ และ ภารกิจ เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่พายุแห่งการเปลี่ยนแปลง กำลังถาโถม
รอดูเขี้ยวเล็บ กลยุทธ์ กลเกม ของ ทหารเสือพยัคฆราช อย่าง พล.อ.ประยุทธ์