นายกฯ เปิด "มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1" บอก ไม่ใช่รัฐบาล ทำอะไรไม่ได้ แต่ต้องทำภายใต้กฎหมาย

การเมือง25 ก.พ. 2565 • 07:36 น.
นายกฯ เปิด "มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1" บอก ไม่ใช่รัฐบาล ทำอะไรไม่ได้ แต่ต้องทำภายใต้กฎหมาย
วันที่ 25 ก.พ. 2565 ที่ห้องภิรัชฮอลล์ 1-3 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ครั้งที่ 1 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง นางทัศนีย์ เปาอินทร์ อธิบดีกรมบังคับคดี นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้บริหาร และประชาชนเข้าร่วมงาน นายสมศักดิ์ กล่าวรายงานว่า จากที่รัฐบาลประกาศให้ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้หนี้ นายกฯให้ 8 แนวทางในการช่วยเหลือประชาชน แต่มี 4 หัวข้อที่กระทรวงยุติธรรมช่วยเหลือได้ทันที คือ 1.การแก้ปัญหาหนี้ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือกยศ. 2. การแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล 3. แก้ปัญหาหนี้เช่าซื้อรถยนต์ (ลิสซิ่ง) และ 4.ปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม อำนวยความสะดวกการไกล่เกลี่ย ทำให้กระทรวงยุติธรรม เร่งดำเนินการ จากนั้นนายกฯ มอบโล่รางวัลให้ศูนย์ไกล่เกลี่ย 9 หน่วยงาน และมอบโล่เชิดชูเกียรติ ผู้ส่งเสริม สนับสนุนและขับเคลื่อนงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกระทรวงยุติธรรม 6 ราย โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่ว่า ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง แต่วันนี้เจอสถานการณ์โควิด -19 แม้ว่าไม่มีสถานการณ์โควิด รัฐบาลก็ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้งนี้รัฐบาลประกาศให้มีการแก้ไขปัญหาความยากจน โลกเปลี่ยน เราจึงต้องปรับตัว ตนไม่สามารถจะไปช่วยเหลือหลายอย่างได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน วันนี้พร้อมหรือยังที่จะเพิ่มศักยภาพ พัฒนาตัวเอง ไม่เลือกงาน ประเทศไทยมีอะไรให้ทำอีกเยอะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทุกคนจะต้องช่วยกันแก้ไขปัญหา ตนพร้อมรับฟังความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ว่าทำอะไรไม่ได้สักอย่าง กฎหมายมีอยู่แล้ว ต้องทำต้องทำภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาความยากจนหลายรัฐบาลไม่ใช่ไม่คิด แต่ตนให้นโยบายว่า ต้องแก้ไขปัญหาจากต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ต้องดูว่าจะแก้ได้อย่างไรเพื่อให้สามารถอยู่รอด ให้เหลือเงินเพียงพอที่จะนำไปใช้จ่าย จะอยู่รอดอย่างพอเพียง นำไปสู่ความยั่งยืนได้หรือไม่ หนี้สินครัวเรือน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ลามไปถึงปัญหาสังคม ความเสียหาย การล้มละลาย การฟ้องร้อง เราจึงต้องขจัดความยากจน และพัฒนาคนตามช่วงวัยอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหาความยากจน ต้องพุ่งเป้าไปที่ครัวเรือน และต้องดูว่าความจนเกิดจากอะไร บางครั้งไม่ใช่จนแค่เงิน แต่จนความรู้ จนเรื่องเทคโนโลยี เราจึงต้องหาวิธีการแก้ไข โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปีนี้ วันนี้เป็นมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ เพื่อลดการฟ้องร้อง ไอ้ประเภทฟ้องแล้วฟ้องอีกอยู่เนี่ย กลายเป็นเรื่องใหญ่โต ฟ้องแล้วฟ้องอีก ประกันแล้วประกันอีก มันอะไรกัน ฟังกันอยู่ทำไม เจ้าหน้าที่เขาทำงานกันแทบตาย