“วรวุฒิ” ขึ้นเหนือติดอาวุธนักธุรกิจ YEC-เอสเอ็มอี จ.เชียงใหม่
“วรวุฒิ” ขึ้นเหนือ ติดอาวุธนักธุรกิจ YEC และ เอสเอ็มอี จ.เชียงใหม่ ชี้โอกาสเติบโตธุรกิจ ต้องได้รัฐบาลที่เข้าใจ พลิกวิกฤตได้ เศรษฐกิจประเทศโตยั่งยืน
วันที่ 31 ส.ค.65 นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า ในฐานะอดีตประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เดินสายบรรยายให้กับเอสเอ็มอี และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ ภายใต้หอการค้าจังหวัดของแต่ละจังหวัด หรือ YEC ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ในฐานะผู้ที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจที่เติบโตตั้งแต่เอสเอ็มอีห้องแถว จนถึงระดับหมื่นล้าน และได้ถ่ายประสบการณ์ผ่านหนังสือ ชีวิต (ไม่) หมู ซึ่งเป็นเหมือนคัมภีร์การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายวรวุฒิ ได้เดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่ เพื่อพบกลุ่มเอสเอ็มอี เพื่อให้คำปรึกษา ชี้แนะ รวมถึงการวางแนวทางการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ในยุควิกฤตเศรษฐกิจ โดยกลุ่มเอสเอ็มอีมาจากภาคเกษตร บ้านและที่ดิน ธุรกิจสุขภาพความงาม ตลอดจนสินค้าอุปโภคบริโภค ในยุคที่ต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเข้าถึงลูกค้า โดยนายวรวุฒิ ได้แนะนำถึงแนวทางในการพัฒนาสินค้า ทั้งการแปรรูปสินค้าเกษตร การขายออนไลน์ รวมถึงการใช้ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรมเข้าไปเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างธุรกิจกันด้วย
นอกจากนี้ ยังได้บรรยายให้กับ YEC จ.เชียงใหม่ โดยให้แนวทางการทำธุรกิจไว้ตอนหนึ่งว่า การจะทำอะไรให้สำเร็จลุล่วง มีเรื่องที่ต้องเตรียมความพร้อมมากมาย ถ้ามองออกว่าต้องเตรียมเรื่องอะไรบ้างโอกาสประสบความสำเร็จก็มา 20% ถ้าทำทุกเรื่องที่มองออกหมด โอกาสประสบความสำเร็จก็เป็น 50% ถ้าแก้ปัญหาทุกเรื่องที่มองไม่ออกและไม่ได้เตรียมไว้ โอกาสประสบความสำเร็จก็ 70% ดังนั้น ยังมีอีก 30% ของโอกาสที่จะล้มเหลวรออยู่เงียบ ๆ เสมอ แม้ว่าเราจะเตรียมตัวและแก้ปัญหามาดีแค่ไหนก็ตาม คนที่ทำอะไรมาสำเร็จมากๆ มักจะล้มเหลวมามาก ๆ ด้วยเช่นกัน และคนเหล่านี้ไม่เคยประมาทหรือลำพองกับความสำเร็จชั่วครั้งชั่วคราวใด ๆ ต้องคิดหาทางออกในอุปสรรคที่ผ่านมาเสมอ ไม่ไปติดกับดักปัญหาเดิม ๆ แต่ให้คิดใหม่
“ถ้าเรานิยามตัวเองให้ได้ สโคปงานก็จะเปลี่ยนทันที เช่น ผมเกิดจากธุรกิจร้านเครื่องเขียนของครอบครัว ก็นิยามใหม่ให้เป็น office supply ร้านขายยาบางแห่งก็นิยามตัวเองใหม่เป็น Health and beauty ทำให้ลูกค้าขยายฐานไปด้วย แต่ทั้งนี้สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปคือการเทรนพนักงานเพื่อรองรับวิธีการทำงานแบบใหม่ พนักงานเป็นหัวใจสำคัญ ที่ต้องมีทักษะในการบริหารคน จะทำให้งานเดินต่อไปอย่างราบรื่น” นายวรวุฒิ กล่าว
อดีตประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ยังได้ยกข้อคิด ฝากทางกลุ่ม YEC ด้วยว่า ความคิด ดีแค่ไหนทำไม่ได้อย่างที่คิดก็จบกัน วัตถุดิบดีแค่ไหนผลิตได้ไม่ดีก็เป็นของไม่ดี สินค้าดีแค่ไหนการตลาดไม่เก่งลูกค้าก็ไม่รู้ว่าเป็นสินค้าดี การตลาดเก่งแค่ไหนขายไม่เป็นก็ไม่มียอดขายอยู่ดี ขายเก่งแค่ไหนเก็บเงินลูกค้าไม่ได้ก็ยิ่งเจ๊งเร็วเท่านั้น กำไรดีแค่ไหนบริหารจัดการไม่ดีก็ขาดทุนอยู่ดี การทำธุรกิจใครบอกว่าง่าย นั่นแสดงว่าเขาไม่เคยทำธุรกิจ
โดยส่วนตัวในช่วง 10 ปีแรกของการทำธุรกิจ ทำงานหนักมากตั้งเช้าจนถึง 3 ทุ่มเกือบทุกวัน แต่ก็ต้องมีเวลาให้กับครอบครัวด้วย เพราะทุกอย่างต้องหนุนเสริมกัน แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ ในโลกธุรกิจ “เก่งไม่กลัว กลัวไม่อึด”
อย่างไรก็ตาม นายวรวุฒิ กล่าวย้ำว่า เศรษฐกิจประเทศไทยเวลานี้ อยู่ในจุดวิกฤตเป็นอันดับต้นของโลก การแก้ปัญหาจึงต้องมีรัฐบาลที่เข้าใจ ที่ผ่านมาการเมืองบ้านเรามีปัญหา วางคนทำงานในกระทรวงตามโควตา ไม่มีความรู้ ความเข้าใจกับงาน ดังนั้นการเมืองจึงต้องแก้ด้วยการเมือง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ตนเข้าสู่การเมือง เพื่อที่ต้องการช่วยเหลือประเทศชาติ ด้วยประสบการณ์ 30 ปี ในการทำธุรกิจที่ผ่านทุกวิกฤตมาได้ เลือกตั้งครั้งหน้าจึงขอให้คนรุ่นใหม่คิดให้ดี ๆ เพื่อหลุดพ้นวงจรการเมืองเก่า ที่ไม่ได้ทำการพัฒนาเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริง