แกนนำปชป.เมืองคอน ห่วงสนามเลือกตั้งปากพนัง เจอคู่แข่งเขี้ยวลากดิน ดัน "ทนายเชาว์" ลงสู้
"โชติ สิริวัฒน์ " แกนนำปชป.เมืองคอน ห่วงสนามเลือกตั้งปากพนัง เจอ คู่แข่งเขี้ยวลากดิน ดัน "ทนายเชาว์" สวมเสื้อฟ้า ลงชนศึกเลือกตั้ง ชูคุณสมบัติไม่เกรงอิทธิพล-กล้าได้ กล้าเสีย บี้ ผู้บริหารพรรค คว้าตัวมาเสริมทัพด่วน
วันที่ 3 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของนายโชติ สิริวัฒน์ แกนนำคนสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แสดงความเห็นวิเคราะห์ถึงสนามเลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช มีข้อความโดยสรุปว่า พรรคประชาธิปัตย์ สูญเสียบุคลากรคนสำคัญในสนามเลือกตั้งนี้ไปหลายคน ไล่ตั้งแต่ นายเทพไท เสนพงศ์ ซึ่งเมื่อเลือกตั้งซ่อมก็ยังพ่ายให้กับผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ทำให้เหลือสส.เพียง 4 คนเท่านั้น และยังเสียนายวิทยา แก้วภราดัย ที่ลาออกไปสร้างพรรคใหม่ แข่งกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วย จึงมีความกังวลว่า การเลือกตั้งในเขตุลุ่มน้ำปากพนังครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ จะสามารถเอาชนะ สส.คืนมาได้หรือไม่เพียงใด โดยเห็นว่าหากพรรคประชาธิปัตย์มีความมุ่งมั่นสู้เพื่อหวังชัยชนะแล้ว ต้องให้ความสำคัญกับการจัดวางยุทธศาสตร์และทีมผู้สมัคร ของพรรคประชาธิปัตย์ ในเขตุลุ่มน้ำปากพนัง แม้ว่าขณะนี้ มีผู้ ที่ประกาศ เสนอตัวต่อสาธารณะชนอาสา เป็นผู้สมัคร ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แล้ว 2 คนคือ นาย พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ และนาย พิทักษ์เดช เดชเดโช ซึ่งเป็น เป็นเลือดใหม่ นักสู้ ที่จะเป็นกำลังสำคัญของพรรคในอนาคตได้ ก็จริง แต่ในสถานการณ์ วันนี้ ยังเป็นการยากที่เพียงสองคนนี้ จะ ฝ่าด่าน นักการเมืองเจ้าถิ่นที่เก๋าเกม อย่าง นาย วิทยา แก้วภราดัย , ดร. สัณพจน์ สุขศรีเมือง และ นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ แชมป์เก่า ไปได้ เพราะชื่อชั้นประสบการณ์ทางการเมือง หรือกระดูกมวย ของตัวผู้สมัครของ พรรค ปชป.ที่กล่าวมา .ถือว่ายังอ่อน เสียเปรียบคู่แข่งอย่างมาก
นายโชติ ระบุด้วยว่า นอกจาก ผู้สมัครจะต้องมีความแข็งแกร่ง เข้าถึงประชาชน ทั้งโดยตัวเองและใช้สื่อถึงครัวเรือน อย่างมีประสิทธิภาพทั่วถึงแล้ว พรรคยังจะต้องสร้าง นโยบายพื้นที่เฉพาะเป็นพิเศษด้วย โดยการขับเคลื่อนยก โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนังตามพระราชดำริปัจจุบัน ขึ้นเป็น โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง เวอร์ชั่น 2 ให้ได้ ซึ่งมีความจำเป็นต้องคัดสรรตัวบุคคลที่เหมาะสมลงตัวและ มีจุดแข็งทั้งงานมวลชนในพื้นที่ ในระดับนโยบาย และสามารถรับมือ กับพรรค คู่แข่ง ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ซึ่งในบรรดาบุคลากรของพรรค ฯ ที่เราและชาวพรรคประชาธิปัตย์หลายคนเห็นว่าเหมาะสมและ เรียกร้องให้ มาทำภารกิจเสริมทีมการเมืองลุ่มน้ำปากพนังอันสำคัญยิ่งตามนโยบายของผู้บริหารพรรคฯ คือ ทนายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ สมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคฯ และอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ประชาธิปัตย์
“ทนายเชาว์ มีขวด มีถิ่นเกิด พ่อแม่ญาติพี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย รากฐานบ้านเดิมที่บ้านวัดสระ ต.ท่าพญา อำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แม้มาเติบโตในวัยมัธยม ที่ อ.ร่อนพิบูลย์ แต่ทนาย ได้สร้างทีมงานและเครือข่ายสายสัมพันธ์ในกิจกรรมสาธารณะ ทั่วถึงทุกพื้น ที่ในเขตลุ่มน้ำปากพนัง อย่างต่อเนื่อง นอกจากได้พิสูจน์ถึงการยืนหยัดในอุดการณ์ประชาธิปัตย์และ มีความชื่อสัตย์สุจริต มาอย่างต่อเนื่องยาวนานแล้ว อีกทั้งยังเป็นผู้ มีน้ำใจ ช่วยเหลือและแก้ปัญหา ประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนทุกข์ยากในฐานะทนายอาสา อย่างเอาจริงเอาจังทุกกรณี คำไหน คำนั้น ไม่สร้างภาพ อีกทั้งมีใจหนักแน่นไม่เกรงอิทธิพล มีใจกว้างขวาง กล้าได้กล้าเสีย พร้อมช่วยเหลือ จนเป็นที่รู้จักและได้รับความชื่นชม ไปทั่วประเทศ ปัจจุบันประชาชน ชาวเขตห้วยขวาง-ดินแดง กทม. ต่าง เรียกร้อง ต้องการให้ ทนายเชาว์ เป็นผู้สมัคร สส. กทม. แต่ เราในฐานะชาวพรรคประชาธิปัตย์นครศรีธรรมราช เห็นว่า ณ เวลานี้หากผู้บริหารพรรคฯต้องการใช้บุคลากรการเมือง ที่มีคุณสมบัติตามที่กล่าวมา เสริมทัพประชาธิปัตย์. นครศรีธรรมราชและระดับชาติให้แข็งแกร่งต่อไปแล้วโปรดพิจารณาเปิดโอกาสให้ ทนายเชาว์ มีขวด เป็นผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราชด้วย” นายโชติ ระบุทิ้งท้าย