นายกฯ พบคณะยุวชนประชาธิปไตย ขอเยาวชนพัฒนาความรู้ทุกด้าน พร้อมปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลง
วันที่ 28 เม.ย. 2566 ที่ตึกสันติไมตรี หลังนอก ทำเนียบรัฐบาล นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสภาผู้แทนราษฎร นำคณะยุวชนประชาธิปไตยและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าเยี่ยมคารวะและรับฟังโอวาทจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม
นายธนกร เทือกศิริ นักเรียนโรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จังหวัดเชียงราย ตัวแทนยุวชนประชาธิปไตย กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมยุวชนประชาธิปไตยประจำปี 2566 ว่า เพื่อให้เยาวชนได้รับองค์ความรู้เชิงบูรณาการ ด้านการปกครองระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ และความรับผิดชอบของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย
โดยมีคนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15 - 20 ปี กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญหรือสายอาชีพ และระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น160 คน โดยในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 24 เม.ย. - 3 พ.ค.สถาบันวิชาการเอ็นที อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
สำหรับหลักสูตรการอบรมกิจกรรมยุวชนประชาธิปไตยประกอบด้วยภาคเนื้อหาสาระ และภาคประสบการณ์ ซึ่งภาคประสบการณ์ได้มาศึกษาดูงานที่ทำเนียบฯ เพื่อให้ยุวชนประชาธิปไตยได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะนายกฯ และได้เรียนรู้ถึงบทบาท หน้าที่ และอำนาจของฝ่ายบริหาร อันเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่ยุวชนได้สัมผัสและเรียนรู้จากสถานที่จริง เพื่อเป็นการเพิ่มพูน และสร้างเสริมประสบการณ์อันจะทำให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ต่อไป
โอกาสนี้นายกฯ กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสมาพบกับคณะผู้บริหารสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่นำคณะยุวชนประชาธิปไตยเดินทางมาศึกษาดูงานและเยี่ยมชมทำเนียบฯ รวมถึงเรียนรู้เรื่องบทบาท หน้าที่และอำนาจของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะศูนย์สั่งการของรัฐบาลที่ทำเนียบฯ ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของนายกฯ
นายกฯ กล่าวว่า ระบบการทำงานของประเทศ ประกอบด้วย 3 ฝ่ายที่สำคัญ 1. ฝ่ายบริหาร คือในส่วนของรัฐบาล ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคือหัวหน้าฝ่ายบริหาร 2. ฝ่ายนิติบัญญัติ คือ สภาฯ และ 3. ฝ่ายกระบวนการยุติธรรม (ฝ่ายตุลาการ) โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของทั้ง 3 ฝ่ายที่จะต้องไม่มีการล่วงซึ่งกันและกัน แต่จะเกิดความร่วมมือระหว่างกันผ่านช่องทางการดำเนินการตามกฎหมากระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ที่มีอยู่ ทุกคนต้องรู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง และมีสิทธิทุกอย่างตามกฎหมายที่กำหนดไว้ โดยไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น
นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ทุกคนเท่าเทียมกันคือการอยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญเดียวกัน ที่ได้กำหนดให้ทุกคนมีสิทธิ์ มีหน้าที่ และมีความรับผิดชอบ มีความเท่าเทียมทางด้านโอกาสในการเข้าถึงบริการพื้นฐานต่าง ๆ ของภาครัฐ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญและดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงทุกพื้นที่ เช่น การศึกษา สุขภาพ การขนส่งคมนาคม เทคโนโลยีดิจัลต่าง ๆฯลฯ
การดูแลแก้ไขปัญหาความยากจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความเหลือมล้ำในสังคม
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ความเชื่อมั่นต่อสถานะการเงินของประเทศไทยที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญในการบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้เยาวชนพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีรวมถึงความรู้ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และทักษะในการดำเนินชีวิตที่จะทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุขศึกษาเรียนรู้พัฒนาตนเองในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันและอนาคตทั้งด้านเทคโลโลยี สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและสถานการณ์โลกของต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า ขอชื่นชมสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นความสำคัญของเยาวชนและจัดกิจกรรมนี้ขึ้น ซึ่งเยาวชนทุกคนจะร่วมเป็นพลังในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ชาติบ้านเมืองต่อไป