สว.จี้ถามรบ.แก้ปัญหาฝุ่นชาติไหนจบ ด้าน “เฉลิมชัย” รับคุมทิศทางลมไม่ได้

การเมือง27 ม.ค. 2568 • 13:54 น.
สว.จี้ถามรบ.แก้ปัญหาฝุ่นชาติไหนจบ ด้าน “เฉลิมชัย” รับคุมทิศทางลมไม่ได้

วันที่ 27 ม.ค.2568 เวลา 11.40น. ที่รัฐสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สว. ที่สอบถามนายกรัฐมนตรี ถึงแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติฝุ่น PM2.5ว่า การยกระดับแก้ปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ ไม่แน่ใจว่า เป็นชาติไหน นอกจากฝุ่นจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ยังกระทบต่อเศรษฐกิจ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ระบุถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจจากฝุ่นแต่ละปีมากกว่า 4แสนล้านบาท ถึงปัจจุบันสร้างความเสียหายไปแล้วเป็นล้านล้านบาท รัฐบาลมีแนวทางแก้ปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวอย่างไรบ้าง การแก้ปัญหาโดยวิธีให้ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าฟรี ใช้เงิน 140ล้านบาท แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ เพราะมีประชาชนออกจากบ้านมาใช้รถไฟฟ้าจำนวนมาก เป็นอันตรายต่อสุขภาพขึ้นไปอีก แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ลดการใช้รถยนต์ได้หรือไม่

ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงกระทู้ถามสดแทนนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ปัญหาฝุ่น มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้มลพิษทางอากาศมาแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มอบหมายงานให้แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่นคือ 1.ยานพาหนะ 2.การก่อสร้าง 3.โรงงานอุตสาหกรรม 4.การเผาของภาคการเกษตร ปัจจัยเหล่านี้ยังพอควบคุมได้ แต่ยังมีปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้คือ ฝุ่นควันจากประเทศเพื่อนบ้าน และทิศทางลมที่พัดเข้าสู่กทม. ประกอบกับสภาพอากาศปิด ทำให้เกิดฝุ่นมหาศาลช่วงที่ผ่านมา นี่คือความจริงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามขณะนี้มีความกดอากาศสูงจากจีนเข้าสู่ภาคอีสาน อากาศจะเย็นลง 2-5องศาเซลเซียส ซึ่งลมจะช่วยผลักดันอากาศเสียออกไป

“ในสัปดาห์นี้ สภาพอากาศจะกลับมาดีขึ้น เราโชคดีที่ลมเปลี่ยนทิศ แสดงให้เห็นว่า ปัจจัยภายนอกมีความสำคัญต่อสภาพฝุ่นไม่น้อยกว่าปัจจัยภายใน ส่วนการลดปัญหาฝุ่น โดยให้ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าฟรีนั้น ไม่ใช่การสร้างภาพ แต่เป็นมาตรการที่เสนอมาตั้งแต่ต้น การแก้ปัญหาฝุ่นต้องเอาทุกปัจจัยมาแก้ไปพร้อมกัน ทั้งเรื่องยานพาหนะ  Work from home  แม้จะมีผลแค่ 3-5%ก็ต้องทำไปพร้อมกัน ทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่งแก้ไขไม่ได้ การทำให้ฝุ่นหมดไปเป็นเรื่องยาก แต่จะทำอย่างไรให้อยู่ในระดับไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ยืนยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ทำเต็มที่”รมว.ทส.กล่าว