“ก้าวไกล” ประกาศพร้อมเป็น “ฝ่ายค้านเชิงรุก” ตรวจสอบฝ่ายบริหาร-ผลักดันกม. ทั้งใน-นอกสภา เผย“สส.สมุทรสงคราม” สโตรกกลางสภา พ้นขีดอันตรายแล้ว
เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 22 ส.ค. 66 ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรคก้าวไกลพร้อมด้วยสส.ก้าวไกล แถลงถึงทิศทางของพรรคก้าวไกลหลังจากนี้ ว่า วันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนี้ มิได้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ ที่ได้แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลขอย้ำว่า การจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้มิใช่การสลายขั้วความขัดแย้ง โดยเอาวาระของประชาชน และวาระของประเทศเป็นตัวตั้ง แต่นี่เป็นการสยบยอม และต่อลมหายใจให้กับระบบการเมืองที่คณะรัฐประหารเมื่อปี 2557 พยายามที่จะสถาปนาขึ้น เป็นการทำลายความหวัง ความฝัน และอำนาจของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย
ต่อจากนี้ไปพรรคก้าวไกลจะทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้าน โดยเราจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ทุกเสียงของพี่น้องประชาชนที่มอบให้กับพรรคก้าวไกลต้องมีความหมาย ผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลทุกคนจะทำงานอย่างสุดความสามารถทั้งในด้านการตรวจสอบฝ่ายบริหาร ทั้งในด้านการผลักดันกฎหมายที่ก้าวหน้า ทั้งในด้านการผลักดันวาระของประชาชน ผ่านกลไกต่างๆ ของสภา รวมทั้งการทำงานกับประชาชนนอกสภา เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมร่วมกันอย่างไม่ท้อถอย
แม้ผู้มีอำนาจจะพยายามทำให้อำนาจของประชาชนไม่มีความหมาย แต่พรรคก้าวไกลยังยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างมั่นคง ด้วยความเชื่อมั่นว่า พลังของพี่น้องประชาชนจะสามารถสร้างอนาคตแบบใหม่ให้แก่สังคมไทยได้ในที่สุด
“สักวันนึงเราจะมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สักวันนึงเราจะมีระบบเศรษฐกิจที่ก้าวหน้าเท่าทันโลกและเป็นธรรม สักวันนึงเราจะมีสังคมที่เคารพความแตกต่างหลากหลาย เคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ยึดถือความมั่นคงของประชาชนเป็นความมั่นคงของชาติ ด้วยความเคารพในประชาชนที่มีอำนาจสูงสุดของประเทศ” นายชัยธวัช กล่าว
ทั้งนี้ นายชัยธวัช ยังได้เปิดเผยถึงกรณีของนายอานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.สมุทรสงคราม พรรคก้าวไกล ที่มีอาการสโตรกระหว่างการประชุมรัฐสภา ว่า ขณะนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว กำลังรอตรวจเช็คร่างกายอีกรอบหนึ่ง ซึ่งทางพรรคก้าวไกลได้ติดต่อทางภรรยาและครอบครัวของนายอานุภาพแล้วตั้งแต่ตอนเกิดเหตุ พรรคก้าวไกลขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันดูแล
เมื่อถามถึงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน นายชัยธวัช กล่าวว่า ยังมีเวลาอยู่ ซึ่งจริงๆ ตามรัฐธรรมนูญมีกำหนดไว้ ว่า ผู้นำฝ่ายค้านจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ส่วนตัวจำไม่ได้ว่าภายในสามสัปดาห์หลังจากได้รัฐบาลหรือไม่
เมื่อถามถึงเงื่อนไขที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกสั่งให้หยุดปฎิบัติหน้าที่สส. จะมีผลในตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่ เนื่องจากผู้นำฝ่ายค้านจะต้องเป็นหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช กล่าวว่า แน่นอน เป็นปัญหาแน่ แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือเราเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพราะในเมื่ออีกคดีหนึ่งคณะกรรมการไต่สวนสืบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เอง ได้มีความเห็นไปยังกกต. แล้ว ให้ถอนฟ้อง ด้วยเหตุผลที่ชัดเจนว่า คณะกรรมการไต่สวนและสืบสวนของกกต. ในอีกคดีนึงที่จะยื่นไปยังศาลอาญาเห็นว่า “ไอทีวี” ไม่ได้เป็นบริษัทสื่อแล้ว ดังนั้น ในอีกคดีหนึ่งซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญ เราก็หวังว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะดำเนินกระบวนการพิจารณาไต่สวนเรื่องนี้ หลังจากที่ทางพรรคก้าวไกลได้ยื่นคำชี้แจงไปแล้วโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนความยุติธรรม คืนความเป็นธรรมให้กับนายพิธา
เมื่อถามถึงกรณีที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุในที่ประชุมรัฐสภาว่า “ถ้าไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พรรคเพื่อไทยก็จะไม่จับมือกับพรรคก้าวไกลตั้งแต่แรก” นายชัยธวัช กล่าวว่า ก็เป็นความคิดของพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามถึงแผนที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เร็วสุดที่จะยื่นได้คือเมื่อไหร่ นายชัยธวัช กล่าวว่า การทำงานในฐานะพรรคฝ่ายค้านเราก็คงต้องทำแบบสร้างสรรค์ยึดถือหลักการ และเหตุผลเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นฝ่ายที่คัดค้านหรือไม่เห็นด้วย หรือจ้องจะล้มรัฐบาลทุกวัน ตนคิดว่าสิ่งที่จะล้มรัฐบาลชุดนี้ได้ คือศรัทธาของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ แม้ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะบริหารประเทศให้ดีที่สุดในการเลือกตั้งครั้งหน้า นี่คือเป้าหมายของเรา
เมื่อถามถึงกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพื่อไทยนั้น ในฐานะที่เป็นพรรคฝ่ายค้านเชิงรุก จะมีการดำเนินการอย่างไรหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ต้องดูข้อเท็จจริง ถ้ามีประเด็นที่สมควรที่จะต้องถูกตรวจสอบ เราก็ตรงไปตรงมาอยู่แล้ว แต่จะต้องดูเนื้อหาให้ชัดเจน
เมื่อถามว่ายังยืนยันในหลักการเดิมเกี่ยวกับการผลักดันกฎหมายต่างๆ ตามที่เคยหาเสียงไว้หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เราจะดำเนินการทั้งหมด ตอนนี้เราก็ทยอยเสนอร่างกฏหมายไปหลายชุดแล้ว ก็จะดำเนินการให้ครบทั้งหมด
เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่จะเป็นพันธมิตร เพื่อร่วมกันทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน จะมีพรรคใดบ้าง นายชัยธวัช กล่าวว่าพรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรในการเป็นฝ่ายค้านนั้น ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีการไปจับมือกันเพราะทุกคนทุกพรรคที่ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ต้องถูกเป็นฝ่ายค้านทั้งหมดโดยภาระหน้าที่อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าได้มีการแบ่งงานระหว่างพรรคฝ่ายค้านหรือยัง นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่มีการแบ่งงานกันเพียงแต่บางวาระที่จะต้องทำร่วมกัน เช่น ในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร และในวาระอื่นๆ ก็จำเป็นต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมชาติ หลังจากที่มีการแต่งตั้งวิปทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลแล้ว ก็คงได้เริ่มพูดคุยกันเป็นเรื่องปกติของกลไกรัฐสภา
เมื่อถามถึงความชัดเจนในตำแหน่งรองประธานสภาคนที่หนึ่ง ของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา จะต้องมีการลาออกหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เรายังมีเวลาเหลืออยู่ ต้องดูตามกรอบแล้วถ้าธรรมนูญ
เมื่อถามต่อว่า จะมีการกดดันให้ลาออกหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของพรรคก้าวไกลอย่างเดียว คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ฝ่ายบริหาร จะมากดดันในเรื่องนี้
เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลจะยอมยกตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน และยังคงรั้งตำแหน่งประธานสภาคนที่หนึ่งของนายปดิพัทธ์ไว้หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า หากเราไม่ยึดติดเรื่องของตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน โดยกลไกก็ต้องถือว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการตามรัฐธรรมนูญที่มีจำนวนสส. มากที่สุด
เมื่อถามถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับประเทศไทยในวันนี้ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่ได้ติดตามเรื่องของนายทักษิณ อยู่ในสภาทั้งวัน ทราบเพียงแค่ว่านายทักษิณได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วแค่นี้จริงๆ