"บรรยง"เผยเบื้องหลัง บทสนทนารมต. 1 ใน "4ยอดกุมาร" ที่ต้องลงมาเล่นการเมือง พร้อมเผยแผนฮุบกระทรวงพลังงาน

การเมือง2 ก.ค. 2562 • 10:20 น.
 "บรรยง"เผยเบื้องหลัง บทสนทนารมต. 1 ใน "4ยอดกุมาร" ที่ต้องลงมาเล่นการเมือง พร้อมเผยแผนฮุบกระทรวงพลังงาน
วันที่ 2 ก.ค. นายบรรยง พงษ์พานิช ประธาน บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กระบุว่า...ความวุ่นวายในการจัดคณะรัฐมนตรี ………2 กค. 2562 อ่านข่าวความวุ่นวายในพรรคพปชร.ซึ่งเป็นพรรคแกนนำในการตั้งรัฐบาลสืบทอดฯ แล้วทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวสองเรื่องขึ้นมาเรื่องแรก… เมื่อตอนประกาศจัดตั้งพรรคพปชร.ใหม่ๆเมื่อปีกว่าที่แล้ว ปผมบังเอิญได้พบกับรัฐมนตรีคนหนึ่งใน”สี่กุมาร”ที่คุ้นเคยกันมานานเลยได้สนทนากัน… เตา: “รู้จักกันร่วมยี่สิบปี ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะมาทำงานการเมือวได้” …ท่านรมต.:”พี่ต้องเข้าใจผมนะ ที่ผมต้องยอมเสียสละ เพราะไม่อย่างนั้น พวกคนไม่ดีอาจจะกลับเข้ามามีอำนาจอีก …เตา:”ยังไงพวกเค้าก็กลับมาแน่ๆนี่ครับ ก็ท่านเล่นกวาดมาตั้งครึ่งนึงแล้ว … :นี่ถ้าท่านดูดคุณฉ.กับเจ๊ด.มาได้ อีกฝ่ายจะดูขาวขึ้นมาเลยนะครับ” …แล้วท่านก็เดินจากไปยุติบทสนทนาในวันนั้น เรื่องที่สอง…ถ้ามาพิจารณาประเด็นที่มีปัญหา นอกจากเรื่องจำนวนโควตาแล้ว เรื่องสำคัญยังเป็นเรื่องจะให้นั่งกระทรวงอะไร เกรดเอหรือเปล่า โดยเฉพาะระหว่างกท.พลังงานกับอุตสาหกรรม ซึ่งถ้ามองย้อนก็จะเห็นเป็นเรื่องตลก เพราะดั้งเดิมเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว กท.อุตสาหกรรมเคยเป็นเกรดเอมาก่อน ซึ่งท่านส.ที่เป็นประเด็นก็เคยนั่งมาก่อนในครม.ทักษิณ1ปี2544 ซึ่งก็ทำให้ท่านสะสมผลงานบารมีได้มากมาย จนพอปรับครม.ปีถัดมา ท่านก็สามารถขยับฐานะไปกระซวกกระทรวงเกรดซุปเปอร์เอคือ คมนาคมแย่งมาจากท่านวันนอร์ได้สำเร็จ…ส่วนกระทรวงพลังงานนั้นเพิ่งจะตั้งเมื่อปี2545 ซึ่งท่านเองไม่เคยได้มานั่งสักครั้ง ที่ว่าถนัดงานด้านพลังงานมากกว่า วัดจากอะไรไม่ทราบ ถ้าจะว่าไป …กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นกระทรวงใหญ่เก่าแก่ งบประมาณ อำนาจและบทบาทก็มากกว่า ในขณะที่กระทรวงพลังงานเล็กนิดเดียว งบประมาณโดยตรงค่อนข้างน้อย ข้าราชการก็ไม่กี่คน แถมระบบพลังงานของไทยใช้ระบบตลาดนำเป็นหลักมาแต่ไหนแต่ไร รัฐมีหน้าที่ควบคุมให้ตลาดทำหน้าที่ได้ดี กับแทรกแซง(ผ่านกองทุนฯ)ไม่ให้มีความผันผวนเกินควรเท่านั้น …:แล้วเขาแย่งอะไรกันล่ะครับ แย่งกันเอาเป็นเอาตายเพื่อมาทำความดีตามถนัดหรือครับ ? เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ…เมื่อคราวตั้งกระทรวงพลังงานเมื่อ2545 มีการย้ายรัฐวิสาหกิจสำคัญสองแห่ง คือ ปตท.จากกท.อุตสาหกรรมและกฟผ.จากสำนักนายกฯ ให้มาขึ้นกับกระทรวงพลังงาน ซึ่งหมายความถึงรมต.สามารถกำกับดูแล ให้นโยบาย รวมทั้งตั้งกรรมการส่วนใหญ่ ซึ่งแปลง่ายๆว่าแทรกแซงได้เต็มที่ ซึ่งรัฐวิสาหกิจสองแห่งนี้ถือเป็นแหล่งผลประโยชน์มหาศาล มีธุรกิจกว้างขวางใหญ่โต ค้าขายกับเอกชนมากมาย (ลองคิดดูว่ามหาเศรษฐีแสนล้านกี่คนที่รำ่รวยจากการขายไฟฟ้าให้กฟผ.) ...นี่ตามนโยบายเริ่มแรก จะต้องมีการย้าย กฟน.และกฟภ.มาสังกัดด้วย แต่บังเอิญกระทรวงมหาดไทเตะถ่วงไม่ยอมให้ดำเนินการ(“ก็พลังงานมีรมต.แค่คนเดียว มหาดไทมีรมช.ตั้งสามคน แบ่งๆกันบ้างสิ “ …อดีตรมต.มหาดไทยคนหนึ่งเคยให้เหตุผลแบบตรงไปตรงมากับผมอย่างนี้จริงๆ) นี่ถ้าพี่รองยอมปล่อยในคราวนี้ พลังงานต้องพุ่งขึ้นเป็นกระทรวงเกรดเอบวก แย่งทึ้งกันยิ่งกว่านี้อีกแน่ๆ …เห็นแล้วยังครับ ว่าเขาแย่งกันทำงานหรือแย่งอะไรกัน จากเรื่องที่สองนี้ ทำให้ผมระลึกถึงแผนปฏิรูปการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ ที่ซุปเปอร์บอร์ดชุดที่ผมร่วมด้วยเคยเสนอที่จะเปลี่ยนจากให้เจ้ากระทรวงจัดการครอบครองเสมือนเป็นสมบัติส่วนตัวมาให้มีการจัดการอย่างโปร่งใส ใช้กระบวนการบรรษัทภิบาลแบบตลาด(Market Governance)เข้าดูแลแทนนักการเมือง ซึ่งถ้าทำสำเร็จ รัฐวิสาหกิจทั้งหลายจะได้มาให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ไม่รั่วไหล เป็นสมบัติชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช่สมบัติของนักการเมือง ข้าราชการ และเอกชนที่รุมทึ้งกันอยู่เช่นทุกวันนี้ …ซึ่งแผนทั้งหลายที่ว่านั้น ทำเป็นกฎหมายผ่านครม.เข้าสนช.เรียบร้อยแล้ว เสียดายที่ถูกเหล่าคนดีในสภา ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มNGOsกลุ่มทวงคืนรุมยำเสียจนผิดรูปร่างไปหมด แถมคสช.ก็ขาดความจริงใจและจริงจังที่จะผลักดันให้สำเร็จ ผมเลยทำงานฟรีไปสองปีครึ่ง ได้แค่ประสบการณ์กับได้ชื่อว่าพยายามแล้ว …ซึ่งถ้าแผนทั้งหมดสำเร็จด้วยดี รับรองว่ากระทรวงพลังงานจะกลายเป็นกระทรวงเกรดซี ที่นักล่าบุฟเฟ่ต์ทั้งหลายคงเลิกสนใจ สร้างความสามัคคีในพรรคได้เป็นอย่างดี …เห็นไหมครับ ปวดหัวเพราะไม่เชื่อผมแท้ๆเทียว ขอให้โชคดี…จัดตั้งรัฐบาลคนดีได้เร็วๆ และขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารดีๆของปตท. กฟผ. และข้าราชการที่ดีของกระทรวงพลังงานทุกคนครับ “