"ก้าวไกล" ตั้งกระทู้จี้ถามปมเครื่องบินรบเมียนมารุกล้ำอธิปไตยไทย "บิ๊กช้าง" ลั่นคนตายไม่มีสัญชาติไทย
"ก้าวไกล" ตั้งกระทู้จี้ถามปมเครื่องบินรบเมียนมารุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตยไทย "บิ๊กช้าง" ร่ายยาวแจงยิบยันไทยดำเนินการรอบคอบรัดกุมทั้งด้านทหาร-การทูต ลั่นคนตายไม่มีสัญชาติไทย
วันที่ 8 ก.ค.65 ที่รัฐสภา ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ทั้งนี้ได้พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา ของ นายศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้สดด้วยวาจาสอบถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กรณีที่มีเครื่องบินเมียนมาบินรุกล้ำน่านฟ้าไทย บริเวณอ.พบพระ จ.ตาก เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯรมว.กลาโหม ติดภารกกิจ จึงได้มอบหมายให้พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหมเข้าชี้แจงแทน
โดยนายศราวุธ กล่าวว่า กองทัพเมียนมาได้เข้ามาปฏิบัติภารกิจทางการทหาร ผลการปฏิบัตินั้นทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย และเสียชีวิต 3 ราย ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นคนไทย 1 ราย ทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ประชาชนที่อาศัยตามแนวชายแดนได้รับความตกใจ โรงเรียนต้องปิดเรียน ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทย ทำให้ถูกด้อยค่าศักดิ์ศรีความเป็นชาติ ประชาชนรู้สึหวาดกลัว และรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งก่อนเกิดเหตุทางแม่ทัพภาคที่ 3 บินไปร่วมประชุมกับรัฐบาลเมียนมาในหัวข้อบริหารจัดการชายแดนร่วมไทย-เมียนมา หลังจากการประชุม 1 วันก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เรื่องนี้ทำให้คนไทยและสังคมดลกมองว่าเราหลับตาข้างหนึ่งเพื่อเปิดพื้นที่และเปิดโอกาสให้เครื่องบินรบเมียนมาเข้ามาใช้พื้นที่ไทยยิงถล่มชนกลุ่มน้อยใช่หรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้เมียนมากับชนกลุ่มน้อยรบกันมายาวนาน แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น อีกทั้งรู้สึกผิดหวังจากคำให้สัมภาษณ์ของนายกฯ ที่มีมาตรฐานของนายกฯต่ำมากที่ยอมรับเหตุการณ์นี้ได้ และถามว่าจะซื้ออาวุธไปทำไมทุกปี เพราะเมื่อเกิดเหตุก็บอกว่าเขาเป็นเพื่อนเรา ที่บอกว่าเขาขอโทษแล้วนั้น ถามว่าเขาขอโทษกับใคร เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว รัฐบาลต้องเรียกร้องให้ขอโทษอย่างเป็นทางการ
ด้านพล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงว่า เราปรารถนาที่เห็นสันติภาพในเมียนมาโดยเร็ว และที่ผ่านมาไทยให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านช่องทางต่างๆ ด้วยบทบาทที่สร้างสรรค์ระหว่างประเทศ ส่วนเหตุการณ์เครื่องบินเมียนมารุกล้ำเข้ามานั้น ทางกองทัพอากาศไทยมีการเฝ้าระวังทางอากาศตลอด 24 ชั่วโมงด้วยระบบเรดาห์ของกองทัพที่มีรัศมีตรวจสอบระยะห่างจากแนวชายแดนเพื่อตรวจจับเครื่องบินที่บินใกล้บริเวณแนวชายแดน โดยมีหน่วยบินเตรียมพร้อมที่จะขึ้นปฏิบัติการรองรับสถานการณ์ได้ทันที กรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.เวลา 11.16 น. เรดาห์กองทัพอากาศได้ตรวจพบอากาศยานของเมียนมา คาดว่าเป็นเครื่องบินรบมิก 29 บินห่างชายแดนไทยประมาณ 100 ไมล์ทะเล หรือ 108 กิโลเมตร เมื่อศูนย์ยุทธการทางอากาศได้ทำการพิสูจน์ฝ่ายแล้วได้เฝ้าติดตามตลอดเวลา และเมื่อเวลา11.48 น. เครื่องบินลำดังกล่าวได้ปฏิบัติการอยู่ในประเทศเมียนมาฝั่งตรงข้ามอ.พบพระ และเมื่อเวลา 11.56 น. เครื่องบินลำดังกล่าวได้บินล้ำเขตแดนเข้ามาฝั่งไทยประมาณ 1 ไมล์ทะเลบริเวณต.วาเล่ อ.พบพระ มีทิศทางมุ่งหน้ากลับประเทศ และหายจากจอเรดาห์ไป ในช่วงที่บินล้ำเข้ามาเป็นช่วงเวลาสั้น กองทัพอากาศเมื่อจับเรดาห์ได้จึงมีมาตรการตอบโต้โดยทำการประท้วงผ่านผู้ช่วยทูตทหารอากาศไทยประจำเมียนมา รวมทั้งประท้วงผ่านช่องทางคณะกรรมการชายไทยท้องถิ่นไทย-เมียนมา (ทีบีซี) จากนั้นเวลา 14.00 น.กองทัพอากาศไทยตรวบพบอากาศยานเมียนมาคาดว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์แบบเอ็มไอ17 ห่างแนวชายแดนไทยประมาณ 48 ไมล์ทะเลหรือ 86 กิโลเมตร จึงส่งเครื่องบินขับไล่เอฟ16 จำนวน2 ลำจากอ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ขึ้นทำการบินเวลา14.02 น. เพื่อเตรียมพร้อมสกัดกั้น แต่ไม่ได้มีการล้ำเข้ามาในเขตแดนของไทย กองทัพอากาศจึงได้สั่งการให้เครื่องบินเอฟ 16 ดังกล่าวบินลาดตระเวนรบรักษาเขต เพื่อป้องกันการผิดพลาดหากกรณีเมียนมาล้ำเข้ามาไทยอีก ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการสากล และการสั่งการที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการคิดและตัดสินใจที่เป็นแบบแผนทางทหารด้วยความรอบคอบรัดกุมทั้งด้านทหารและการทูต พร้อมทั้งเรียกร้องเยียวยาค่าเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดขึ้น และขอไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก
"ส่วนที่แม่ทัพภาคที่ 3 ไปร่วมประชุมที่เมียนมานั้น ในประเทศรอบบ้านทั้งหมดเรามีกลไกความร่วมมือสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจร่วมมือป้องกันชายแดนให้มีความมั่นคง ป้อกงันการลักลอบทำผิดกฎหมยา ซึ่งรอบบ้านนั้นมีกลไกความร่วมมือระดับพื้นที่ที่หน่วยทหารในพื้นที่ก็ได้เจรจาทำความเข้าใจกันเพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายมากขึ้น ระดับภาคที่มีแม่ทัพภาคทั้งสองประเทศเป็นประธานร่วมกัน ระดับสูงที่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดสองประเทศดำเนินการร่วมกัน รวมถึงระดับกระทรวงกลาโหม กลไกเหล่านี้ป้องกันความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์รุกลามออกไปจนไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทยและเพื่อนบ้านด้วย ยันยันว่าที่มีการไปร่วมประชุมนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการอะไรของเมียนมาทั้งสิ้น อีกทั้งในระดับกระทรวงต่างประเทศก็มีการดำเนินการอยู่ ไทยมีนโยบายชัดเจนยืนยันไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใช้ดินแดนไทยหรือสนับสนุนฝ่ายใดปฏิบัติในประเทศอื่นให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ไม่ให้ดำเนินการเด็ดขาด"พล.อ.ชัยชาญ กล่าว
พล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงอีกว่า ขณะที่ผู้ที่เสียชีวิตมีสถานะเป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย เป็นบุตรของชนกลุ่มน้อยที่เกิดในไทย มีบัตรสีชมพู ซึ่งมีเพียงสิทธิด้านสาธารณสุขและสิทธิอาศัยในไทยได้ และอาศัยอยู่พื้นที่เมียนมา การเข้าออกไทยเป็นการดำเนินการของเขาตามชีวิตประจำวัน ยืนยันประเทศไทยยึดถือแนวทางการดำเนินการบนพื้นฐานตามฉันทามติ และหลักมนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด