- โฆษณา -

“จุรินทร์”ลั่นผู้นำประเทศต้องเป็นนักประชาธิปไตย ยันปชป.ได้เป็นรบ.ต้องมี “New กรอ.”

การเมือง30 มี.ค. 2566 • 17:26 น.
“จุรินทร์”ลั่นผู้นำประเทศต้องเป็นนักประชาธิปไตย ยันปชป.ได้เป็นรบ.ต้องมี “New กรอ.”

"จุรินทร์"ชี้ผู้นำประเทศต้องเป็นนักประชาธิปไตย มีประสบการณ์ บริหารรัฐกิจตัวจริง ขับเคลื่อนงานบริหารในรัฐสภา ยัน ถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล จุรินทร์เป็นนายกฯ ต้องมี “New กรอ.”

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสนอนโยบายของพรรคในเวทีตอบข้อซักถาม “มุมมองของภาคธุรกิจต่อนโยบายขับเคลื่อนประเทศ” จัดโดย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

- โฆษณา -

โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนทำงานร่วมกับสภาหอการค้า 4 ปีเต็ม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งพรรคการเมืองที่จะพาประเทศไปข้างหน้าหลังเลือกตั้งได้ อย่างน้อยต้องมี 2 ข้อ 1. หลักคิดในการพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน 2. ต้องมีกลไกขับเคลื่อนประเทศที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ขณะที่มีหลายพรรคพูดถึงนักการเมือง  ระบบราชการ แต่เท่านี้ไม่พอ เพราะภาคประชาชนและเอกชน ก็เป็นภาคส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

"ถ้าประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาประเทศรวมทั้งเศรษฐกิจ คือ กรอ.(คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน) จะต้องมีบทบาทมากขึ้น และเป็น New กรอ.  ที่ไม่ใช่ประชุมในห้องแอร์สั่งการแล้วจบ แต่ กรอ. ต้องขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิผลและผลสัมฤทธิ์จริงในการแก้ปัญหาประเทศ ถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นายจุรินทร์เป็นนายกฯ ผมจะเชิญท่านสนั่น (ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย) แล้วเข้าไปร่วมกันแก้ปัญหาเหมือนที่เราทำกันใน กรอ.พาณิชย์ ทำจริงเห็นผลจริง"นายจุรินทร์ กล่าว

นายจุรินทร์ กล่าวว่า หลักคิดของประชาธิปัตย์ในการพาประเทศไทยไปข้างหน้า จะต้องอยู่ในกรอบยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” โดย “สร้างเงิน” นั้น เป็นการสร้างเงินให้ทั้งคนไทยและประเทศ ด้วยการประกันรายได้คนไทยและประกันรายได้ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการประกันรายได้จากการส่งออกหรือการท่องเที่ยว การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญทั้งเศรษฐกิจฐานราก เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และเศรษฐกิจมหาภาค รวมทั้งการลดความเหลื่อมล้ำและโครงสร้างพื้นฐาน แต่เท่านี้ไม่พอ เพราะทันทีหลังการเลือกตั้ง ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ปัญหารัสเซีย-ยูเครน และหลุมดำทางเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนจีดีพี เนื่องจากในช่วง 3 ปีที่ไทยเผชิญปัญหาโควิด ทำให้เม็ดเงินหายไป 1 ล้านล้านบาท ดังนั้นหากจะให้เศรษฐกิจโตไปตามยถากรรม ก็จะโตแค่ 3% เฉลี่ยต่อปีไปจนถึงปี 2570 แต่จะทำอย่างไรให้จีดีพีโต 5% ต่อปี และต้องเติมเม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาทกลับเข้าไปด้วย

"ผมมั่นใจ ประเทศไทยถัดจากนี้ถึงเวลาที่ต้องเดินด้วยประชาธิปไตย คนที่จะมานำประเทศต้องเป็นนักประชาธิปไตย มีประสบการณ์ ทั้งบริหารรัฐกิจตัวจริง และมีประสบการณ์ทั้งการถูกตรวจสอบ และการขับเคลื่อนงานบริหารประเทศในรัฐสภา ที่ต้องครบถ้วนสมบูรณ์แบบ และผมเป็นคนหนึ่งที่พร้อม เพราะฉะนั้นประชาธิปัตย์ขอโอกาสให้ประชาธิปัตย์และนายจุรินทร์คนนี้ ได้มีโอกาสเข้าไปขับเคลื่อนประเทศต่อไป"นายจุรินทร์กล่าว