“สาทิตย์” ปูด จ.ตรัง พบคนอ้างเป็นกก.ผู้ช่วยรมต.มีงบในมือถึง 3 ร้อยล้าน ขณะที่ “โรม” ซัด ใช้งบล้างสมองเด็กแก้ไฟใต้
“สาทิตย์” ชี้ ความเหลื่อมล้ำรวย-จนยังสูง ปูด จ.ตรัง พบคนอ้างเป็นกก.ผู้ช่วยรมต.มีงบในมือถึง 3 ร้อยล้าน ขณะที่ “โรม” ซัด ใช้งบล้างสมองเด็กแก้ไฟใต้ จวกใช้งบไฟใต้เป็นห้องทดลองมนุษย์
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ของประเทศไทยยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่รวยกระจุกก็สูงขึ้นมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา นี่คือความเหลือมล้ำที่มีมาก่อนโควิด-19 และทุกครั้งที่มีโรคระบาด ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งห่างกันมากขึ้น ทั้งหมดนี้จึงมีคำถามว่า ในงบประมาณปี 2564 จะไปดูแลแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรบ้าง เมื่อไม่มีการปรับแก้ งบประมาณปี 2564 จึงเป็นเพียงงบประมาณปกติ ไม่ใช่การจัดงบประมาณในสภาวะวิกฤต และเมื่องบประมาณปี 2564 ไม่ใช่คำตอบ งบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทจึงเป็นคำตอบว่าเราจะแก้วิกฤติได้หรือไม่ แต่เมื่อไปดูการจัดทำงบ 4 แสนล้านบาทจะพบว่าไม่มีกรอบที่ชัดเจน สภาพัฒน์ฯ บรรเลงเองหมด คำถามคือ งบเหล่านี้จะถึงมือประชาชนเท่าไหร่ อยู่ในมือผู้รับเหมา หรืออยู่ในมือของคนที่จัดอีเวนท์
"ที่ จ.ตรัง มีคนแอบอ้างว่าเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี บอกว่ามีงบในมือ 300 ล้านบาท ใครจะขอให้บอกมา ดังนั้นถ้าจะแก้ไขปัญหา 1.ต้องปรับวิธีการกลั่นกรองงบเงินกู้ 4 แสนล้านบาทใหม่ทั้งหมด 2.ปรับหลักเกณฑ์ระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยกับ พ.ร.ก.ซอฟท์โลน 3.เร่งการใช้จ่ายงบปี 63 และ 64 อย่างมีประสิทธิภาพ และ4.งบประมาณปี 2565 ต้องปรับโครงสร้างงบประมาณใหม่ และจัดเป้าหมายใหม่เป็นงบวิกฤต ไม่ใช่งบปกติ" นายสาธิต กล่าว
ต่อมา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตัวเลขงบประมาณแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2564 ได้รับงบ 6,400 กว่าล้านบาท ลดลงจากปี 2563 ประมาณ 900 ล้านบาท ถึงงบประมาณจะลดลง ดูแล้วแม้เป็นเรื่องดี แต่รายละเอียดงบประมาณมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก เพราะงบประมาณส่วนใหญ่ 42 เปอร์เซ็นต์ ยังถูกนำไปใช้ในโครงการการปรับทัศนคติ และโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ ขณะที่งบด้านการเยียวยา และฟื้นฟูสันติภาพได้เพียง 16.4 เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลแค่ลดงบให้พอเอาหน้ารอดว่า ได้ลดงบประมาณแก้ไฟใต้ลงแล้วเท่านั้น ที่น่าสนใจคือ โครงการส่งเสริม และเผยแพร่ความจริงที่ถูกต้อง ซึ่งถูกสภาวิจารณ์มากเมื่อปีที่แล้ว เพราะเป็นงบล้างสมอง ให้ทหารเข้าไปในโรงเรียนปลูกฝังค่านิยมให้เด็กนักเรียนนั้น มาปีนี้แม้จะไม่มีชื่อโครงการนี้ แต่หายไปแค่ชื่อ เพราะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสันติสุข แต่รายละเอียดโครงการแทบจะถอดแบบกันมา ถือเป็นความพยายามตบตาสภาใช่หรือไม่ เห็นสภาเป็นแค่ตรายาง
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีโครงการเพิ่มประสิทธิภาพข่าวกรอง ตั้งงบไว้ 926 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 17 ล้านบาท เป็นโครงการสร้างสายข่าว ซึ่งสร้างความแตกแยก หวาดระแวง เปิดช่องให้ใส่ร้ายกันในพื้นที่ และยังมีโครงการในลักษณะนี้ 100 ล้านบาท รวมๆ แล้วเท่ากับ กอ.รมน.มีงบสร้างความแตกแยก 1,034 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังพบว่า มีการให้ตำรวจทหารเก็บดีเอ็นเอคนในพื้นที่ ปี 2562 มีเด็กนักเรียน ครู คนแก่ ถูกเก็บดีเอ็นเอไป 600 คน และทหารเกณฑ์ในพื้นที่อีก 19,000 คน เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ปฏิบัติต่อประชาชนเหมือนเป็นผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรม รวมถึงบังคับให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในพื้นที่ ทั้งผู้ใช้รายเดิม และรายใหม่ลงทะเบียนซิม การกำหนดงบประมาณเช่นนี้บวกกับการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สะท้อนนโยบายไม่ไว้วางใจประชาชน ไม่เชื่อกระบวนการพูดคุย คิดแต่ใช้กฎหมาย อาวุธ และการโฆษณาชวนเชื่อครอบงำประชาชน สิ่งที่รัฐบาลทำเป็นการใช้พื้นที่ชายแดนใต้เป็นห้องทดลองมนุษย์ ทดสอบนวัตกรรมควบคุมเก็บข้อมูล ล้างสมองประชาชน มีชาวบ้านในพื้นที่เป็นหนูทดลอง วันนี้ทดลองจากประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ก่อน สบโอกาสเมื่อใดค่อยมาเอาใช้ทั่วประเทศ ถ้าสนับสนุนการใช้งบลักษณะนี้ไม่ต่างจากราดน้ำมันเข้ากองไฟ ผลาญชีวิต และอนาคตคนในพื้นที่ จึงไม่ยอมรับการเอาภาษีประชาชนมาเปิดห้องทดลอง ขอให้ส.ส.ใช้ 1 เสียงปิดห้องทดลองที่ชั่วร้ายดี อย่าปล่อยให้ลูกหลานต้องเป็นหนูทดลองต่อไป