นายกฯโยนกม.กัญชาเรื่องสภา/สาทิตย์ตอกอนุทิน

การเมือง3 พ.ย. 2565 • 16:30 น.
 นายกฯโยนกม.กัญชาเรื่องสภา/สาทิตย์ตอกอนุทิน

 "บิ๊กตู่"บอกพ.ร.บ.กัญชาเป็นเรื่องของสภา ไม่ตอบเป็นปัญหาพรรคร่วมฯ  "สาทิตย์" ตอก"อนุทิน" รู้แก่ใจกัญชาเสรีสุดขั้วแล้ว ไล่ไปถามหมอผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มเอาไม่อยู่แล้ว โต้รับงานปชช. มีลูกหลานติดกันงอมแงม แนะ "ภท." ใจกว้างยอมรับมีปัญหา "สุทิน" ชี้โอกาสร่างกม.กัญชาผ่านครึ่งต่อครึ่ง
       
      ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 พ.ย.65 ภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 6/2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ. .. นายกฯ ต้องมีการหย่าศึกหรือไม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "เป็นเรื่องของสภานะจ๊ะ" 
   
  ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่า แต่เป็นปัญหาระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีสีหน้ายิ้มแย้มกล่าวทักทายสื่อมวลชน "สวัสดีจ๊ะ" อย่างอารมณ์ดี
  
   ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวหาการออกมาคัดค้านร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... รับงานของใครมาหรือไม่ ว่า ตนแปลกใจกับท่าทีของนายอนุทินมาก ขอย้ำจุดยืนของพรรคว่ากัญชาต้องใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อนันทนาการ  เพราะขณะนี้สถานการณ์กัญชากลายเป็นกัญชาเสรีสุดขั้ว ตั้งแต่มรการปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติดประเภท  5 จึงขอเรียกร้องให้มีกฎหมายที่ดีรองรับ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น แต่ปัญหาคือกฎหมายที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)จัดทำอยู่ไม่เน้นเรื่องประโยชน์ทางการแพทย์ แต่เปิดช่องให้นำไปใช้นันทนาการ และยังสามารถบิดเบือนนำไปใช้ในด้านอื่นๆได้อีกมาก

  นายสาทิตย์ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ขณะนี้นายอนุทินคงรู้อยู่แล้วว่ากัญชาเสรีสุดขั้วไปแล้ว สามารถหาซื้อได้ง่าย เราจึงเสนอให้นำกัญชากลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดดีหรือไม่ ในฐานะส.ส.เรามีหน้าที่ทำกฎหมาย และทำหน้าที่แทนประชาชนในการติดตามนโยบาย หากเห็นสิ่งใดไม่ถูกต้องก็ต้องช่วยกันติ เติม แต่ง  เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด 
       
"ที่ถามผมว่ารับงานใครมาล้มกฎหมายกัญชา ผมแปลกใจ ก็ต้องบอกว่ารับงานจากประชาชนที่มีลูก มีหลานติดกัญชา มากกว่าอย่างอื่น ต้องยอมรับว่ากฎหมายที่อยู่ในสภาขณะนี้มีโอกาสที่จะพิจารณาไม่ทันในอายุรัฐบาลนี้ หากกฎหมายกัญชาผ่านในสัปดาห์นี้ ก็ต้องส่งไปให้วุฒิสภาพิจารณา ซึ่งมีเวลาพิจารณา 60 วัน กว่าจะกลับมาสภาอีกในช่วงเดือนม.ค.66 ถ้าเกิดวุฒิสภามีความเห็นไม่ตรงกับส.ส.ก็จะต้องตั้งกรรมาธิการร่วมกันก็ต้องใช้เวลาอีก  เพราะฉะนั้นก็ต้องทำกฎหมายให้ดีที่สุด และปิดสุญญากาศการใช้กัญชาให้ได้ ดังนั้นขอฝากไปถึงนายอนุทินให้ไปถามคนในกระทรวงสาธารณสุข หรือหมอว่าคนผู้ป่วยจิตเวชมีเยอะมากขณะนี้รู้สึกอย่างไร และหาทางแก้ไขดีกว่า เราอย่าทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องการเมืองแล้วทะเลาะกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเลย ผมไม่ทีเจตนา แต่ทำหน้าที่แทนประชาชนที่สะท้อนปัญหาที่ประชนมีความวิตกกังวลเท่านั้น
 
    นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้านโยบายจะเป็นเรื่องใหญ่และเป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคที่จะขับเคลื่อน หากร่างพ.ร.บ.กัญชาไม่เสร็จ ก็อาจจะนำไปสู่การจัดทำนโยบายที่จะใช้ในการเลือกตั้ง แต่พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่ากัญชาต้องใช้ในทางการแพทย์เท่านั้น เราไม่เห็นด้วยกับกัญชาเสรีสุดขั้ว 
 
    เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยมองว่าพรรคประชาธิปัตย์พยายามทำประเด็นกัญชาให้เป็นปัญหาทางการเมือง นายสาทิตย์ กล่าวว่า กัญชามีปัญหาในตัวอยู่แล้ว เพราะมีทั้งประโยชน์และโทษ ขณะนี้เรากำลังหยิบปัญหาที่ไม่ถูกพูดถึงขึ้นมา เราต้องใจกว้างและยอมรับว่าสิ่งที่ทำอยู่มีปัญหาและต้องหาทางแก้ไข อย่าไปกลบเกลื่อนเรื่องนี้ให้กลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง เพราะคนที่ต้องรับกรรมคือลูกหลานและประชาชน

     เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าไม่ใช่กัญชาเสรี แต่เป็นกัญชาเพื่อทางการแพทย์นั้น นายสาทิตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยหากใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์ แต่ขณะนี้ไม่ใช่ เพราะกฎกระทรวงสาธารณสุขคุมไม่อยู่และตำรวจจับไม่ได้ ขายกัญชากันเกลื่อนเมือง หาซื้อง่ายตามข้างถนนโดยไม่ต้องใช้บัตรประชาชน

     เมื่อถามว่า นายอนุทิน ระบุหลังจากการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจมีการเปลี่ยนขั้วไม่ขอจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไกลไปที่จะพูดถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า เพราะยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขณะนี้เอาปัญหาเฉพาะหน้าก่อน ส่วนที่บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคารพมติคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล)นั้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล ระบุว่ามติวิปรัฐบาลในเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะภายในวิปรัฐบาลก็ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาจึงขอว่าอย่าหยิบความเห็นไม่ตรงกันนี้ในสภาไปขยายผลให้เป็นความขัดแย้งทางการเมืองเพราะกัญชาเป็นปัญหาต่อสังคม และเรื่องความขัดแย้งไม่ถูกว่าเป็นเรื่องน่ากังวล

     เมื่อถามถึงการถามหามารยาททางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ กล่าวว่า มารยาททางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาลคือการเดินตามแนวทางที่ได้ร่วมตกลงกันไว้ และหากเห็นสิ่งไม่ถูกต้องเป็นโทษ และไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็ต้องติเตือนและต้องฟังกันบ้าง

     นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต หรือร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ตกไป ว่า ได้มีการวิเคราะห์กันว่าต่อไปการทำงานในสภาน่าจะมีปัญหา เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณ ปัญหาเรื่องความเป็นเอกภาพของซีกรัฐบาล เพราะหากการประชุมสภาเมื่อวานนี้  หากรัฐบาลมีเอกภาพเสียงจะไม่ออกมาเช่นนั้น ส่วนซีกฝ่ายค้านไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่คิดว่าอาจจะต้องทำหน้าที่หนักขึ้นในช่วงที่เหลือ และจะต้องมีการตรวจสอบที่เข้มข้นขึ้น เพราะช่วงสุดท้ายของสภาในอดีตเท่าที่มีมา รัฐบาลมักจะทำเพื่อการหาเสียง ใช้งบประมาณเพื่อการหาเสียง และการโยกย้ายก็เพื่อวางฐานเสียง รวมทั้งทรัพยากรต่างๆของประเทศก็จะถูกนำไปใช้ เพื่อการหาเสียงในมือของผู้ถืออำนาจรัฐ ซึ่งเป็นการพรากประโยชน์ไปจากประชาชน ฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่เข้มข้นขึ้น

     เมื่อถามว่า การประชุมสัปดาห์หน้าอาจต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ. กัญชา กันชง (ฉบับที่) พ.ศ.  คิดว่าจะมีปัญหาอีกหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า อยู่ที่รัฐบาล เพราะเห็นว่ามีปัญหากันอยู่ และชัดแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ เขาก็ไม่เห็นด้วย และฝ่ายค้านก็ไม่เห็นด้วย แนวโน้มจึงเชื่อว่าอาจจะไม่ผ่าน ดังนั้นจุดชี้วัดจึงอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ  แต่ที่สอบถามส.ส.พรรคพลังประชารัฐหลายคนบอกว่าเขาเห็นด้วยกับการใช้ในทางการแพทย์ และเห็นว่าเขากำลังควบคุมอยู่ แต่หากไม่ควบคุมเขาก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้นโอกาสที่จะผ่านจึง 50-50
 
    ในส่วนฝ่ายค้านคงยืนตามหลักการเดิม และคิดว่าคงจะมีการอภิปรายกันข้ามสัปดาห์ เพราะเนื้อหาเยอะ อาจจะต้องประชุม 2-3 นัด อย่างไรก็ตาม มีข้อน่าสังเกตว่า อาจจะมีคนเห็นด้วยกับประเด็นที่ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ มีการเพิ่มเนื้อหาเยอะมาก จาก 42 มาตรา เป็น 95 มาตรา เหมือนกับร่างใหม่ ซึ่งต้องไปถามความเห็นประชาชนตามรัฐธรรมนูญ เพราะธรรมดาแล้วกฎหมายทุกฉบับที่จะผ่านสภา ต้องผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อน ซึ่งร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่ทราบว่าที่เพิ่มขึ้นมานั้นได้ถามประชาชนก่อนหรือไม่

     นายสุทิน กล่าวอีกว่า หากการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ไม่เป็นไปตามหลักการเดิมที่พรรคเพื่อไทยเคยเสนอคือต้องใช้ในทางการแพทย์ และโดยตามร่างที่เสนอมานั้นไม่ใช่ควบคุมเพื่อการแพทย์ แต่ยังปล่อยไปในทางสันทนาการ ดังนั้นจึงต้องดูว่า ได้มีการแก้มาหรือไม่ และการอภิปรายในสภาจะเป็นไปในทิศทางใด หากในแต่ละมาตราไปในทาง ใช้ในทางการแพทย์ เราก็ผ่านให้ แต่หากแต่ละมาตรามีการเปิดช่องไปทางสันทนาการเราก็ไม่ให้ผ่าน และจะประมวลภาพรวมอีกครั้ง ว่าจะควบคุมกัญชาหรือไม่ แต่ถ้าเปิดช่องไปทางสันทนาการเราก็ไม่ให้ผ่าน ทั้งนี้ ฝ่ายค้านยืนยันว่า กัญชาจำเป็นที่จะต้องกลับไปเป็นยาเสพติด เพราะหากกลับไปเป็นยาเสพติดก็สามารถใช้ในทางการแพทย์ได้