"เพื่อไทย" ถล่ม “ประยุทธ์” บอกคนไทย 80% ไม่มีที่ดินคิดจะขายให้คนต่างชาติ

การเมือง1 พ.ย. 2565 • 07:14 น.
"เพื่อไทย" ถล่ม “ประยุทธ์” บอกคนไทย 80% ไม่มีที่ดินคิดจะขายให้คนต่างชาติ

"เพื่อไทย" สอน “ประยุทธ์” สร้างรายได้ให้คนไทยก่อนคิดขายที่ดินต่างชาติ เผยตัวเลชครไทย 80% ไม่มีที่ดิน เย้ยอย่าอ้างกระตุ้นเศรษฐกิจ 

วันที่ 1 พ.ย.65 ที่พรรคเพื่อไทย นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า ความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้รับการยอมรับและตอกย้ำอีกครั้งจากการกระทำของพล.อ.ประยุทธ์ เองที่อนุญาตให้ต่างชาติซื้อที่ดินได้ง่าย โดยอ้างว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้ที่ดินราคาเพิ่มขึ้นสูง และ คนไทยส่วนใหญ่ประมาณ 80% ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองจะเดือดร้อนและจะไม่มีปัญญาซื้อที่ดินเป็นของตัวเองได้ ทำให้ถูกโจมตีทั้งโซเชียลอย่างหนักว่าเป็นการขายชาติ ทำให้คนส่วนใหญ่สงสัยกันว่าน่าจะเป็นการขายชาติมากกว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ การที่รัฐบาลอ้างว่าผลการบริหารงานทำให้คนจนและคนว่างงานลดลง ซึ่งย้อนแย้งกับปริมาณบัตรคนจนที่แจกมากขึ้นถึง 23 ล้านใบ อีกทั้งหลักการการนับปริมาณคนว่างงานของไทยยังไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง เพราะคนว่างงานของไทยมากกว่าตัวเลขที่รายงานมาก แถมยังมีการว่างงานแฝงในภาคเกษตรกรรมอีกเป็นจำนวนมาก 

ด้านนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลออกนโยบาย ขายทรัพย์สินของชาติ ให้คนต่างประเทศนั้น หากประเทศมีสภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและคนในประเทศมีกำลังซื้อที่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศได้ นโยบายนี้ก็อาจจะเป็นประโยชน์เพราะน่าจะเป็นการดึงเอาคนเก่งและนักลงทุน เข้ามาในประเทศ และต่อยอดให้เศรษฐกิจในภาครวม แต่วันนี้ เรายังเป็นรองประเทศเพื่อนบ้านมาก ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน เม็ดเงินการลงทุน รวมไปถึงความพร้อมของคนในชาติ เกรงว่านโยบายนี้จะยิ่งทำให้เกิดความเลื่อมล้ำของคนในชาติ และยิ่งจะทำให้ต่างชาติเข้ามาตักตวงผลประโยชน์

"วันนี้หากรัฐบาลต้องการจะขับเคลื่อนนโยบายนี้จริง ยิ่งควรจะต้องปูพื้นฐานให้คนในชาติ โดยเฉพาะรายได้ต่อหัว ควรจะต้องสูงกว่านี้ก่อน แต่วันนี้ เป็นเพราะรัฐบาลน่าจะหมดหนทางในการหารายได้และดึงดูดนักลงทุน เลยใช้วิธีการขายทรัพย์สินแทน เพราะเป็นวิธีที่ง่าย ในการเพิ่มเงินลงทุนในประเทศแต่ ในระยะยาวน่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะสุดท้าย จะทำให้ที่ดินและทรัพย์สินแพงขึ้น จนคนไทยที่มีรายได้น้อยจะไม่สามารถเป็นเจ้าของได้"นายกฤษฎา กล่าว

นายกฤษฎา กล่าวต่อว่า สิ่งเหล่านี้เป็นการตอกย้ำว่า รัฐบาลลงทุนผิดพลาด โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน วันนี้หากในสมัยท่านนายกยิ่งลักษณ์ ได้ขับเคลื่อนนโยบาย 2 ล้านๆ เสร็จตั้งแต่ปี 2563 ก็คงจะมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาแล้ว บทเรียนที่สำคัญก็คือ วันนี้ประเทศลาว มีเม็ดเงินจำนวนมากจากหลายประเทศ มุ่งเข้าไปลงทุน โดยเฉพาะหัวเมืองที่มี สถานีรถไฟความเร็วสูง เช่น บ่อเตน หลวงพระบาง วังเวียง จนถึงแม้แต่ตัวเวียงจันทร์เอง วันนี้เราช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านหลายก้าว และหากจะยังดำเนินนโยบายล่าช้า และไม่ทันโลกแบบนี้อยู่ ก็เป็นไปได้ว่าสุดท้ายก็ต้องกู้เพิ่มแน่นอน

ขฯะที่จุฑาพร เกตุราทร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. และโฆษกคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า 
ปัจจุบันในหลายพื้นที่มีชาวต่างชาติ ซื้อที่ดินในไทยแล้ว แต่ใช้คนไทยเป็นนอมินีใส่ชื่อแทนไว้ หากร่างกฎหมายนี้นำมาบังคับใช้ ราคาอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อย และคนรุ่นใหม่ที่พยายามสร้างเนื้อสร้างตัว ไม่สามารถมีบ้านและที่ดินเป็นของตนเองได้  อนาคตคนไทยต้องเช่าที่บนแผ่นดินเกิดตัวเองจากชาวต่างชาติ ทุกวันนี้ ประชาชนก็ลำบากมากอยู่แล้ว กว่า 80% ยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง และจำนวนคนไร้บ้านจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ซึ่งในปัจจุบันคนไร้บ้านมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  แม้ในพื้นที่กลางเมืองหลวง อย่างเขตบางรัก พบเห็นคนนอนตามฟุตบาท มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก พ่อค้า แม่ค้าร้องเรียนกระทบภาพลักษณ์ประเทศไทย เวลานักท่องเที่ยวสัญจรทางเท้า รัฐบาลควรสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนสนใจมาลงทุนในไทย โดยการจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว อย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้เลือกผู้นำเข้ามากอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ