ระวังครม.เป็นโมฆะ! อดีตรมว.คลังขยี้ปมถวายสัตย์ฯไม่ครบ
นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง โพสต์ข้อความในบทความหัวข้อ'สักวันจะรู้ว่าทำไมไม่ควรพูด' ในเพจเฟซบุ๊กความว่า....
“สักวันจะรู้ทำไมไม่ควรพูด?” ในเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวคำปฏิญาณไม่ครบ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดนั้น เมื่อรองนายกฯวิษณุกล่าวกับนักข่าวว่า สักวันจะรู้ทำไมไม่ควรพูด ก็เท่ากับเป็นการยืนยันว่ามีการกล่าวคำปฏิญาณไม่ครบจริงๆ และน่าจะหมายความว่า การกล่าวคำปฏิญาณที่ไม่ครบนั้น เกิดขึ้นโดยมีเจตนาตั้งใจของท่านนายกเอง? ในสหรัฐ เคยมีกรณีประธานาธิบดี Obama ที่กล่าวคำปฏิญาณไม่ครบถ้วน ภายหลังเมื่อมีคนตั้งข้อสังเกต ก็กลับไปกล่าวคำปฏิญาณใหม่ให้ครบถ้วน เพราะเขาให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้ ถามว่า สังคมไทยควรให้ความสำคัญ แก่เรื่องที่ท่านนายกฯ ปฏิญาณไว้ไม่ครบถ้วน หรือไม่? ประการที่หนึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับนี้จัดทำขึ้นในสมัยของท่านนายกฯเอง ดังนั้นการไม่ให้ความสำคัญต่อผลงานของตนเอง ก็นับว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ประการที่สอง เมื่อกฎหมายบัญญัติไว้ให้ปฏิบัติ โดยมิได้เปิดให้มีการแก้ไขปรับปรุงด้วยตนเอง ไม่ว่าจะอ้างว่า เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หรือให้สอดคล้องกับแนวความคิดของตนเอง การไม่ปฏิบัติให้ครบถ้วน จึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ประการที่สาม การปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุด และกำหนดให้คณะรัฐมนตรี รวมไปถึงองคมนตรี ต้องทำการปฏิบัติ การไม่ปฏิบัติเช่นนี้ จึงเป็นการไม่เหมาะสม อย่างยิ่ง ประการที่สี่ ถ้าหากการปฏิญาณไม่ครบถ้วนนั้น มิได้เกิดจากความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ แต่ถ้าหากเกิดจากความตั้งใจของท่านนายกฯเอง ก็จะมีปัญหาว่า จะแก้ไขให้ถูกต้อง ด้วยวิธีการกราบบังคมทูล ขอพระราชทานอภัยโทษได้อย่างไร เรื่องนี้ น่าสงสัยว่า ที่รองนายกฯวิษณุกล่าวว่า สักวันจะรู้ทำไมไม่ควรพูด นั้น คือเหตุผลใด และใครจะเป็นผู้เฉลย และถ้าหากวันหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูณวินิจฉัยว่าผิดกฎหมาย จะทำให้ คสช.ฟื้นกลับมาหรือไม่? และกรณีที่หากเกิดจากเจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย จะทำให้การงานของ ครม.เป็นโมฆะหรือไม่? วันที่ 3 สิงหาคม 2562 ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล Facebook Thirachai Phuvanatnaranubala (เครดิตภาพตามแหล่งที่แสดงชื่อ) หมายเหตุ: การกล่าวถึงชื่อบุคคลใดมิใช่เป็นการกล่าวหากระทำความผิด แต่เป็นเพื่อประกอบการบรรยายทางวิชาการเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการรักษาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ