“นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” ร่วมรำลึก “คึกฤทธ์” ปราชญ์ของแผ่นดิน
เรื่อง :ทีมข่าวสยามรัฐ
หมายเหตุ : “ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “สยามรัฐ” ร่วมรำลึกถึง เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 20 เมษายน ของ “พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช” อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 13 และยังถือเป็นปราชญ์ของแผ่นดิน
ทั้งนี้นิพิฏฐ์ คือหนึ่งนักการเมืองที่ติดตามผลงานด้านวรรณกรรม ของม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งเก็บรวบรวมผลงานด้านงานเขียนปราชญ์แห่งสยามเอาไว้มากมาย
- ความประทับใจที่มีต่ออาจารย์คึกฤทธิ์
ในทัศนะของผม ท่านเป็นปราชญ์คนหนึ่ง เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของปรัชญา การเมือง เรื่องของการใช้ชีวิต เราสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ในชีวิตได้
ประการต่อมา ผมคิดว่าท่านอาจารย์หม่อมเป็นผู้ที่ใช้ภาษาไทยได้อย่างยอดเยี่ยม ประการที่สามการใช้สำนวนในการเขียนหนังสือของท่านสวยงาม สละสลวยมาก ถือเป็นแบบอย่างได้ นักเขียนบางคน ในยุคของเขาอาจจะโด่งดังเป็นที่รู้จัก มีคนติดตามเยอะ แต่พอทิ้งเวลาไป 20-30ปี บทความ ข้อความหรือหนังสือของเขา ก็ไม่มีคนสนใจ อ่านแล้วก็เข้ากับยุคไม่ได้ แต่สำหรับหนังสือของอาจารย์หม่อม ท่านเป็นนักปรัชญา เป็นนักปราชญ์ ทำให้สิ่งเหล่านี้มันไม่ล้าสมัย คนที่ต้องการความสวยงามของภาษาก็ยังใช้อยู่
ส่วนตัวผมเอง ผ่านผลงานของท่าน ตั้งแต่ผมอยู่ประถม 7 ผมอ่านจบ2เรื่อง คือสี่แผ่นดินและหลายชีวิต ต่อมาพอเราอายุมากขึ้นก็หันกลับไปอ่านหนังสือของท่านอีก สามารถพูดได้ว่าหนังสือของอาจารย์หม่อม ผมสืบเสาะหาทุกเล่มที่ท่านเขียน ผมมีทุกเล่มเลย แต่ผมอาจจะไม่ได้อ่านละเอียดหมดทุกเล่ม
ผมมีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง ผมอาจจะแปลกไปจากคนอื่นตรงที่ว่า ถ้าผมคิดว่าคนไหนเป็นนักปราชญ์ ผมจะพยายามอ่านหนังสือตอนท้ายๆชีวิตของเขา เพราะผมคิดว่าในช่วงท้ายของชีวิต นักปราชญ์ นักปรัชญา ความคิดและงานจะตกผลึกหมดแล้ว ถ้านักเขียน เริ่มเขียนหนังสือตอนอายุยังน้อย หรือมาช่วงปลายๆ ผมคิดว่า งานเขียนช่วงปลายของชีวิตมันจะตกผลึกแล้ว เราสามารถนำสิ่งที่เขาเขียนมาใช้ได้เลย
อย่างหนังสือของอาจารย์หม่อม เกิด แก่ เจ็บ ตาย มาตอนบั้นปลายของท่านแล้ว ท่านเขียนตอนที่ท่านนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ที่ต่างประเทศ แต่ก็มีบางเรื่องที่อ่านยาก แต่เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ทำให้เราได้เห็นชีวิตที่เป็นสัจธรรม ดังนั้นสำหรับผม หากใครที่เราคิดว่าท่านเป็นนักปราชญ์ หรือผู้ที่เรายึดเป็นตัวอย่างได้ ผมจะพยายามหาหนังสือที่เขียนในช่วงท้ายๆของชีวิตมาอ่าน เพราะความคิดได้ตกผลึกแล้ว
-ถ้าพูดถึงอาจาร์หม่อม อาจจะนึกถึงเรื่องราวทางการเมือง เหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น กับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน มีอะไรที่ทำให้เรานึกถึง
ผมว่ามีหลายคนกำลังคิดถึงตอนที่ท่านมีส.ส.18 เสียง ของพรรคกิจสังคม ก็สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ (ในปี2518) ทั้งนี้อยู่ที่การยอมรับในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในครั้งนั้นว่าส.ส.เขายอมรับใคร ซึ่งบางครั้งพรรคการเมืองมีเสียงมาก แต่ไม่ได้เป็นที่ยอมรับของพรรคอื่น หรือเลือกไปแล้วจะสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง คนก็อาจจะไม่เลือก แต่จะไปเลือกพรรคกลางๆ ขึ้นมาเป็นผู้นำก็ได้
ผมว่าเมืองไทยตอนนี้ ดูเหมือนว่ามีคนกำลังย้อนคิดกลับไปเมื่อสมัยพรรคกิจสังคมของอาจารย์คึกฤทธิ์ ที่มี 18 เสียงแล้วท่านได้เป็นนายกฯคนที่ 13 โดยคาดว่าหลังเลือกตั้งก็อาจจะเป็นไปได้ที่พรรคการเมืองที่มีเสียงมาก ได้ส.ส.มาเป็นอันดับ1 อันดับ 2 ก็อาจจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่ต้องเอาเสียงที่มีส.ส.ลำดับน้อยกว่า มาเป็นแกนนำในการรจัดตั้งรัฐบาล คนเริ่มคิดอย่างนั้น
-แต่สถานการณ์วันนี้อาจจะแตกต่างออกไป เพราะดูเหมือนว่าไม่มีใครยอมใคร
ผมคิดว่าก่อนการเลือกตั้งบรรยากาศก็จะเป็นแบบนี้ ก่อนเลือกตั้งไม่มีใครยอมใคร บางพรรคก็ประกาศว่าจะไม่ร่วมกับพรรคนั้นพรรคนี้ แต่สุดท้ายก็มาร่วมกัน จะเป็นอย่างนี้ ซึ่งเราจะให้มีการประกาศยอมกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งคงไม่ได้ เพราะจะกระทบกับฐานเสียง
-อยากให้ฝากเนื่องในวันคึกฤทธิ์ 20 เมษายน 66
อย่างที่ผมเรียน อาจารย์หม่อม ผมถือเป็นนักปราชญ์ คนหนึ่ง ซึ่งทั้งในชีวิตการเมือง และในแง่การใช้ชีวิต ของท่านที่เป็นทั้งนักเขียนเป็นศิลปิน เป็นนักปราชญ์ เราถือเป็นแบบอย่างได้ ผมอยากให้คนไทยที่ยังรักการอ่าน ได้อ่านหนังสือของอาจารย์หม่อม เรื่องสั้นๆที่อ่านได้ง่าย อย่างเรื่องมอม เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือหนังสือที่ท่านเขียนแนวประวัติศาสตร์