"ลูกพรรคอนค."แต่งดำบุกกกต.รอบ 3 ขอคัดสำเนาการสืบสวนคำวินิจฉัยกกต.ปมมติยุบพรรค

การเมือง7 ม.ค. 2563 • 08:01 น.
"ลูกพรรคอนค."แต่งดำบุกกกต.รอบ 3 ขอคัดสำเนาการสืบสวนคำวินิจฉัยกกต.ปมมติยุบพรรค
วันที่ 7 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.เขต 3 ปทุมธานี และทนายความ เดินทางมาที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อทวงถามความคืบหน้า เรื่องขอคัดสำเนาการสืบสวน ไต่สวน และคำวินิจฉัยของ กกต. จากกรณีมีมติยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อยุบพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งการเดินทางมาในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว และมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจด้วย โดยทั้งหมดแต่งกายในชุดสีดำ น.ส.จารุวรรณ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่ได้มาติดตามเพื่อทวงถามตามเอกสารที่ได้ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ ที่กกต.ได้อ้างว่า ได้พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานนั้นข้อเท็จจริงดังกล่าว จากคำให้การของพยานปากใด หรือเอกสารใดในสำนวนการสืบสวนหรือไต่สวนคดีนี้ แต่ในคำแถลงการณ์ดังกล่าวก็ไม่ปรากฏ เป็นการกล่าวอ้างขาดข้อเท็จจริงและพยานยืนยัน เสมือนการพิจารณาและวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการตีความตามความคิด และความเข้าใจของคณะกรรมการเลือกตั้งเสียงข้างมากเท่านั้น อันขัดกับหลักพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 2537 ว่าคำสั่งทางปกครองเป็นหนังสือต้องจัดให้มีเหตุผลไว้ด้วยและเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญข้อกฎหมายที่อ้างอิง และข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลยพินิจ และตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน เลขาธิการกกต. คณะอนุกรรมการวินิจฉัย และกกต.ต้องพิจารณาแล้วสรุปความเห็นโดยให้มีเหตุผลในการพิจารณาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ยกขึ้นอ้างอิงเท่านั้น นอกจากนี้ก็ไม่มีข้อเท็จจริงในคำวินิจฉัยหรือรายงานการสอบสวนว่าการสืบสวนไต่สวนและคำวินิจฉัยดังกล่าวได้มีการกระทำตามขั้นตอน และมีการแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแก่พรรคการเมือง และคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อให้ชี้แจงแสดงหลักฐานแก้ข้อกล่าวหาอันเป็นสิทธิโดยชอบธรรมตามกฎหมายตามระเบียบกกต.ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาดถ้าการดำเนินการดังกล่าวไม่ครบถ้วนตามกำหนดก็จะมีผลทำให้คำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีผลให้กกต.มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เพื่อความยุติธรรม และใช้สิทธิตามกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสในการต่อสู้ข้อกล่าวหาอย่างเป็นธรรม จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ “ขนาดดิฉัน เป็น ส.ส. เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับการเลือกตั้งมาอย่างถูกต้อง ยังถูกกระทำด้วยกระบวนการกฎหมายที่ส่อว่าไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรม และการดำเนินการต่างๆ ของ กกต. ส่อให้เห็นว่ามีเหตุจงใจใช้อำนาจโดยมิชอบ และการถูกกระทำเช่นนี้ จะบอกกับพี่น้องประชาชนที่เลือกดิฉัน และพรรคอนาคตใหม่ได้อย่างไรจะปกป้องด้วยสิทธิเสรีภาพแห่งความยุติธรรมได้อย่างไร หากในครั้งนี้ยังไม่ได้รับเอกสารใดๆ ตามที่ได้ร้องขอถือว่า กกต.มีเจตนาจงใจกระทำความผิด ปกปิดซ่อนเร้น อำพรางข้อมูลอันเป็นสิทธิตามกฎหมาย และเข้าข่ายมีความผิดฐานการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย มาตรา157 อีกทั้งยังบังอาจมีเจตนาจงใจละเมิดสิทธิใช้อำนาจโดยมิชอบ ดิฉันจะไม่ยอมย่อท้อ และจะขอใช้สิทธิแห่งความยุติธรรมเพื่อต่อสู้เรียกร้องฟ้องเอาผิดกลับ ตามสิทธิกระบวนการกฎหมายต่อไปอย่างถึงที่สุด” น.ส.จารุวรรณ กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ประชาชนที่มาให้กำลังใจ กล่าวว่าจะช่วยกันออกเงิน เพื่อคัดสอบเอกสารดังกล่าว หาก กกต.อ้างมีเอกสารจำนวนมาก อย่างไรก็ตามหลังจากนั่งรอประมาณ 1 ชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้นางสาวจารุวรรณ พร้อมตัวแทน 3 คน ขึ้นไปพบกับเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้แจ้งรายละเอียดว่าไปพบใคร