"เทพไท"เดือดซัดกลับ"แรมโบ้"เป็นแค่บริวารไม่เข้าใจหน้าที่ส.ส.-สอพลอ ข้องใจนายกฯทำโพลมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่
"เทพไท"เดือดซัด"แรมโบ้"เป็นแค่บริวารไม่เข้าใจหน้าที่ส.ส.-สอพลอ ข้องใจนายกฯทำโพลมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ เชื่อสุดท้ายตัดสินใจตามแพทย์แนะนำ ชี้สิ้นเปลืองงบประมาณ
เมื่อวันที่ 12 พ.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสเฟสบุ๊คส่วนตัว ตอบโต้นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พาดพิงเกี่ยวกับการแสดงความเห็นในการทำโพลของนายกรัฐมนตรีว่า การแสดงความเห็นของตนที่ผ่านมาจะพูดเฉพาะเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่มีผลกระทบจากเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น ไม่เคยแสดงความเห็นในประเด็นทางการเมืองเลย จึงอยากจะให้นายสุภรณ์ได้เข้าใจถึงบทบาทการทำหน้าที่ของตัวแทนของประชาชน ซึ่งคุณสุภรณ์ อาจจะไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของ ส.ส.ดีพอ เพราะเป็น ส.ส.สอบตก ห่างเหินจากการเป็น ส.ส.มาเป็นเวลานานแล้ว จึงขออธิบายให้นายสุภรณ์ ได้เข้าใจว่า ระหว่าง ส.ส.กับ สอพลอ มีความแตกต่างกันอย่างไร คนเป็น ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน เจ้านายคือประชาชน เมื่อประชาชนมีความเดือดร้อนก็ค้องไปช่วยถ้าไม่ทำงานให้กับประชาชนก็ลงโทษไม่เลือกเข้ามาเป็น ส.ส.อย่างแน่นอน ส่วน สอพลอ คือคนที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้มีอำนาจ จึงจำเป็นทำงานเพื่อเอาใจเจ้านาย คอยเลียแข้งเลียขาพูดจาประจบประแจงให้ถูกใจเจ้านาย ทำทุกอย่างเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่ง จึงทำตัวเป็นลูกน้องผู้รับใช้นายอย่างใกล้ชิด ประเภทนายว่าขี้ข้าพลอย หรือดีครับผมเหมาะสมครับท่าน ไม่ได้มีจิตสำนึกในการรับใช้ประชาชนแต่อย่างใด ทุกอย่างที่ทำไปก็เพื่อปกป้องเจ้านายที่แต่งตั้งตัวเองเท่านั้น
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนการที่นายสุภรณ์ ออกมาบอกว่าการทำโพลครั้งนี้ เพื่อรับฟังความเห็นของประชาชนประกอบการพิจารณายกเลิกหรือคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น ตนเห็นว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีต้องการอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 จึงจัดตั้ง ศบค.ขึ้นมา จึงไม่เข้าใจทำไมการจะตัดสินใจยกเลิกหรือคงอยู่ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงต้องมาทำโพลนำความเห็นของประชาชนมาประกอบการตัดสินใจ อยากจะถามว่าถ้าความเห็นของผลโพลขัดแย้งกับความเห็นของที่คณะอาจารย์แพทย์ รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร ตนเชื่อว่ารัฐบาลต้องเลือกทำตามคำแนะนำของอาจารย์แพทย์อย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้จะมาทำโพลให้สิ้นเปลืองงบประมาณและเสียเวลาทำไม รัฐบาลควรจะแยกแยะ เรียงลำดับความสำคัญให้ได้ว่า เรื่องใดบ้างที่ควรรับฟังความเห็นของประชาชนโดยตรง หรือทางอ้อม ที่ผ่านมามี ส.ส.หลายคนออกมาแสดงความเห็นที่ดี มีข้อเสนอและให้คำแนะนำต่อรัฐบาลมากมาย แต่รัฐบาลไม่ได้รับฟังความเห็นและนำไปปฎิบัติเลย ต้องถามตรงๆว่าการทำโพลเรื่องนี้ มีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือไม่ การปฎิเสธความเห็นของ ส.ส.ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน แต่อยากฟังความเห็นประชาชนด้วยการทำโพล เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เป็นตรรกะวิบัติ เพราะในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ส.ส.ก็คือตัวแทนของประชาชนที่แท้จริงนั่นเอง
"ไม่ทราบว่าคุณสุภรณ์เข้าใจหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มากน้อยแค่ไหน ขอให้รัฐบาลใจกว้างเปิดรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย ตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรี คือบุคคลสาธารณะ สามารถยอมรับการตรวจสอบ และรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่นายสุภรณ์เป็นแค่บริวาร ไม่ควรออกมาทำหน้าที่จนเกินความพอดี อยากให้นายกรัฐมนตรีได้ตักเตือน อบรมดูแลคนรอบข้าง ที่ออกมาระรานผู้ที่มีความเห็นต่างกับรัฐบาลแบบรายวัน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศทางเมืองของประเทศ" นายเทพไทกล่าว และว่า เมื่อนายสุภรณ์ถามกับตนว่า หยุดพูดสักเรื่องจะได้ไหม ตนก็อยากจะตอบกลับไปยังนายสุพรว่า “คุณจะด่าใครแขวะใครก็ได้ อาจจะไม่มีใครตอบโต้คุณ คุณอาจจะย่ามใจ แต่คุณอย่าแขวะผมซักคนได้ไหม เมื่อคุณเว้นไม่ได้ ผมขอตอบโต้คุณไปตามข้อเท็จจริง เพราะคนอย่างผมจะไม่ยอมให้ใครมาแขวะได้เพียงฝ่ายเดียว