ผู้ตรวจการแผ่นดินรับพิจารณาคำร้อง ชงศาลฯวินิจฉัย เลือกตั้งโมฆะ
“กลาโหม”ออกโรงโต้ข่าว“บิ๊กป้อม”ติดโผเศรษฐีเอเชีย จวกเป็นข่าวปลอม แฉกลับเว็บไซต์แสบจดทะเบียนเกาะฟอกเงิน บอกทรัพย์สินจริงแจ้ง ปปช.หมดแล้ว ขู่ฟ้องดำเนินคดี “รมว.กลาโหม”ยังนิ่งหลัง“ฮุนเซน”ระบุไม่หนุนกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลไทยในกัมพูชา “ผู้ตรวจฯ”รับคำร้องเลือกตั้งโมฆะ พร้อมให้“กกต.”แจงภายใน 7 วัน มั่นใจวินิจฉัยได้ก่อน 9 พ.ค. “เพื่อไทย”ร้อง “กกต.”โละทีมสรรหาส.ว.“บิ๊กป้อม” จวก“บิ๊กตู่” ชงเองกินเอง ด้าน“ปิยบุตร”งัดข้อ กม.เบรก กกต. ยันไร้อำนาจแจกใบส้มให้“ธนาธร”ล้านเปอร์เซ็นต์ แนะยืนหลักให้มั่น ขู่ดึงดันสังคมครหาใช้อำนาจโดยมิชอบ ขณะที่“ธนาธร”โพสต์เฟสเตรียมบินกลับไทยด่วน ! เผยได้รับแจ้งให้เตรียมพร้อมรับ"สถานการณ์ไม่คาดคิด"
เมื่อวันที่ 23 เม.ย.62 พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเว็ปไซด์อินเวสติ้ง เผยแพร่ข้อมูล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ติดโผเศรษฐีเอเชีย ว่า เรื่องนี้อยากให้สื่อมวลชนช่วยติดตามว่าใครเป็นผู้จัดทำข้อมูล และใครเริ่มต้นปล่อยข่าว พร้อมอยากให้ติดตามว่าเว็ปไซค์อินเวสติ้ง มีบริษัทอะไรเป็นเจ้าของ โดยส่วนตัวมีข้อมูลเบื้องต้นว่าบริษัท ฟิวชั่นมีเดีย เป็นเจ้าของ และจดทะเบียนอยู่ที่เกาะที่ใช้ในการฟอกเงิน ซึ่งต้องดูที่มาที่ไปของบริษัท รวมถึงข้อมูลข่าวที่ปล่อยมีวัตถุประสงค์อะไร และมีความร่วมมือกับใครในการจัดทำหรือไม่
พล.ท.คงชีพ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมีเฟคนิวส์อยู่จำนวนมาก จึงอยากให้สื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบก่อนนำเสนอข่าว พร้อมยืนยันทรัพย์สินของพล.อ.ประวิตร ไม่มีอย่างที่นำเสนอข่าวปลอม เพราะดูได้จากทรัพย์สินที่ชี้แจงกับป.ป.ช. ส่วนการดำเนินคดีทางกฎหมาย จะมีการตรวจสอบก่อน และดูข้อกฎหมายทั้งในประเทศ และระหว่างประเทศด้วย
ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความร่วมมือกับทางการกัมพูชา ภายหลังที่สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาระบุว่าจะไม่สนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลไทยที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ว่า ทางการกัมพูชาก็บอกอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานที่จะดำเนินการใดๆ นอกเหนือจากที่ทำอยู่
วันเดียวกัน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาคำร้องที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง วินิจฉัยให้การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.เป็นโมฆะว่า ผู้ตรวจฯ ได้มีมติรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ 17 เม.ย. และได้ส่งหนังสือให้ทาง กกต.ชี้แจงในประเด็นที่ผู้ร้องตั้งข้อสังเกต โดยให้เวลาในการชี้แจง 7 วัน เนื่องจากเป็นประเด็นเร่งด่วนและอยู่ในความสนใจของสาธารณชน จำเป็นต้องเร่งการพิจารณา ซึ่งกรอบเวลาการชี้แจงจะครบกำหนดในวันที่ 25 เม.ย.นี้
นายรักษเกชา กล่าวอีกว่า ถ้า กกต.ส่งคำชี้แจงกลับมา ทางสำนักงานฯ ก็จะประมวลข้อมูลที่ได้รับ เสนอเข้าที่ประชุมผู้ตรวจฯ เพื่อพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ทันที เพื่อให้ทันในวันที่ 9 พ.ค.ที่ กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ยืนยันว่าการพิจารณาคำร้องดังกล่าวจะต้องพิจารณาด้วยความรอบครอบ สามารถตอบคำถามให้คลายสงสัยได้ หากมีข้อยุติไปในทางใดทางหนึ่ง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง กกต. เพื่อขอให้ยกเลิกการสรรหา ส.ว. ในส่วนที่สรรหาโดยคณะกรรมการสรรหาที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน
โดย นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งพล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นรองหัวหน้า คสช. รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา ส.ว. และกรรมการสรรหาส่วนใหญ่ก็มาจากคนใน คสช. และรัฐบาล ถือเป็นบุคคลที่ไม่มีความเป็นกลางทางการเมือง และเมื่อพล.อ.ประยุทธ์อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เท่ากับว่าพล.อ.ประยุทธ์ตั้งคนของตนเอง เพื่อไปสรรหา ส.ว. เพื่อมาให้พล.อ.ประยุทธ์ เลือก ส.ว. เมื่อเลือกได้แล้ว ส.ว.เหล่านี้ก็จะไปเลือกนายกฯ ซึ่งมีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ด้วย จึงกลายเป็นเรื่องชงเองกินเอง
นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่าการสรรหา ส.ว.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ม.269 ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ว. จึงไม่อิสระ เพราะอยู่ในความผูกมัดอาณัติของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด พรรคเพื่อไทยจึงขอให้กกต. ใช้หน้าที่และอำนาจของตนยกเลิกการสรรหา ส.ว. และให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริง มาสรรหา ส.ว.ใหม่
ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงท่าทีหาก กกต.จะแจกใบส้มให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ว่า ตามขั้นตอนของกฎหมายไม่สามารถจะทำได้ไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนใด ที่จะแสดงให้เห็นว่าหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่มีคุณลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เนื่องจากเลยช่วงระยะเวลาของการตรวจสอบคุณสมบัติเพราะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว และตอนนี้ยังไม่มีการประกาศรับรองให้นายธนาธรเป็น ส.ส. อย่างเป็นทางการ
เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุอีกว่า มีแนวทางเดียวที่ กกต.จะสามารถดำเนินการแจกใบเหลือง ใบแดง หรือใบส้มได้ คือ การให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งจะมีการตั้งข้อสงสัยภายหลังว่า เรื่องของการตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ส. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำให้การเลือกตั้ง ไม่เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม และเป็นคนละเรื่องกัน แต่หาก กกต. ยืนยันจะแจกใบส้ม หรือชี้มูลความผิดในวันนี้ ต้องเรียกให้นายธนาธร เข้าชี้แจงตามกระบวนการไต่สวน แต่ส่วนตัวยังมั่นใจว่า ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน เพราะจะผิดกระบวนการขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามกฎหมายทั้งหมด และจากการกระทำของ นายธนาธร เรื่อง การโอนหุ้นบริษัทวีลัค มีเดีย ก็ไม่ปรากฏความผิด ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และมีหลักฐานยืนยันชัดเจน จึงไม่เข้าข่ายขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. และไม่มีคุณลักษณะต้องห้ามตามที่กลุ่มคนบางกลุ่มพยายามจะยัดเยียดให้นายธนาธร พร้อมยืนยันว่า การเดินทางกลับจากจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อมาจัดการเรื่องโอนหุ้น มีหลักฐานชัดเจน และสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม แล้ว จากนี้สามารถนำหลักฐานทุกอย่างมาดีเบต และตอบทุกประเด็นที่สื่อบางสำนักพยายามเสนอทำให้สังคมเกิดความสับสน ทั้งเรื่องเวลา, ชื่อเจ้าของบัตรอีซีพาส และระยะเวลาการเดินทางจากจังหวัดบุรีรัมย์ถึง กรุงเทพฯ
ขณะเดียวกัน นายปิยบุตร ยังแสดงความเป็นห่วงและเห็นใจ การทำงานของ กกต. ชุดนี้ ที่พยายามทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความสุจริตยุติธรรม แต่ขอให้พิจารณาในเรื่องที่มีผู้มาร้องเรียนกับนายธนาธร และพรรคอนาคตใหม่ อย่างเป็นธรรม เพราะเกรงว่า กกต. ที่เป็นองค์กรอิสระจะถูกมองว่ามีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดครอบงำการทำงาน หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมขอให้ กกต. แสดงจุดยืนในฐานะองค์กรอิสระทำงานตามกระบวนการที่โปร่งใสยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการ์ทัวร์ทวีปยุโรป ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ระบุตอนหนึ่งว่า “ผมพยายามจะใช้เวลาเท่าที่มี ศึกษารูปแบบการบริหารจัดการประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ เตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นรัฐบาล เพื่อพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าประชาธิปไตยไม่ใช่แค่คำสวยหรู แต่เป็นเรื่องเดียวกับปากท้องและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่ดูเหมือนสถานการณ์การเมืองไทยจะไม่เอื้อให้ผมได้ทำอะไรมากไปกว่าใช้พลังไปกับการขับเคี่ยวในเกมการเมือง ผมเพิ่งได้รับแจ้งจากเมืองไทยว่าให้รีบกลับไปเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อันไม่คาดคิดเจอกันที่ไทยครับ”