กมธ.ถกเดือด! แก้ไขรธน.
เดือด! ถก"กมธ.แก้รธน."นัดแรก "ก้าวไกล"ลุกโวยลั่นถูกปิดปากไม่ให้จ้อ แฉยับร่างแก้ไข รธน.ปชป.สอดไส้ดันร่างเก่าชุบชีวิตใหม่ "ธีรัจชัย"เชื่อถกชั้นกมธ.เป็นแค่พิธีกรรม ด้าน"ทวี สอดส่อง"ค้านแปรญัตติงบปี 65 จำนวน 1.6 หมื่นล้านเข้างบกลาง ชี้เหมือนตีเช็คเปล่า ตรวจสอบยาก ขณะที่"ปชป."โต้โยกงบไปรวมงบกลางไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่า ยันมีระเบียบเบิกจ่าย-กระบวนการตรวจสอบทุจริตเข้ม ด้าน"ปปช."เปิดกรุสมบัติ"ปลัดมท."คนใหม่ อู้ฟู่หมื่นกว่าล้าน ส่วนใหญ่เป็นของภรรยาที่นั่งปธ.เอสพีซีจี ทำธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ครองที่ดินเพียบ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างต่างประเทศ
ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.64 มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ(ฉบับที่?) พ.ศ?. แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และ มาตรา 91 ว่าด้วยระบบเลือกตั้ง รัฐสภา ที่มี นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานกมธ. เป็นประธานการะชุม โดยที่ประชุมมีมาตราการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจัดให้กมธ.นั่งเว้นระยะห่าง มีแอลกอฮอล์ ให้ทุกที่นั่ง และจัดชุดตรวจ Rapid Antigen test ไว้หน้าห้องประชุม กว่า 10 ชุด สำหรับกมธ.ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและคิดว่าตนเองมีความเสียง ซึ่งก่อนเข้าห้องประชุมยังไม่มีกมธ.คนใดขอชุดตรวจเลย โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายไพบูลย์ ได้แจ้งว่ามีทั้งหมด 48 คำแปรญัตติ และมีผู้แปรญัตติทั้งหมด 54 คน แบ่งเป็นส.ส.50 และส.ว. 4 คน
จากนั้น เริ่มเข้าสู่การพิจารณาทันทีโดย นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะกมธ. ได้ทักท้วงเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้งเกินกว่ามาตราที่รับหลักการมา จะกระทำการขัดข้อบังคับข้อที่ 124 ทำให้นายไพบูลน์ เบรกว่าขอให้พิจารณาไปตามวาระการประชุม ทำให้นายธีรัจชัยไม่พอใจและพูดเสียงดังลั่นห้องประชุมว่า "ประธานปิดปาก ไม่ให้ผมแสดงความคิดเห็น คุณเป็นประธานต้องทำงานเป็นกลาง ไม่ใช่ขัดขวางไม่ให้เสนอความคิดเห็น" แต่ นายไพบูลย์ ก็ยังย้ำว่าให้ดำเนินการไปตามระเบียบวาระ และหากนายธีรัจชัย ยังไม่หยุดโวยวาย จะใช้อำนาจประธานเชิญออกจากห้องประชุม จน นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรองประธานกมธ. ต้องแทรกเข้ามา ทำให้นายธีรัจชัยยอมพร้อมกล่าวว่า ถ้าจะใช้อำนาจแบบนี้ ตนหยุดก็ได้จากนั้นที่ประชุมก็เดินหน้าไปตามระเบียบวาระ
ด้าน นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) ฉบับที่? พ.ศ. ? (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) กล่าวว่า การประชุมวันนี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ. เสนอให้ที่ประชุมพิจารณาข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 124 และ 151 เกี่ยวกับการแปรญัตติของสมาชิก ซึ่งข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 124 เป็นการพิจารณาว่าต้องการให้สมาชิกรัฐสภา สามารถแปรญัตตินอกเหนือจากที่บรรจุไว้ในหลักการได้หรือไม่ หรือหากมีปัญหาการตีความจะต้องให้มีการตีความหรือไม่อย่างไร ซึ่งตนเสนอว่าก่อนพิจารณาเรื่องการแปรญญัติ ตามข้อบังคับกาประชุมรัฐสภา ข้อที่ 124 จะต้องพิจารณาข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 114 ด้วย ซึ่งเป็นปัญหาที่ถกเถียงว่าร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอแก้ไขไว้เพียง 2 มาตรา คือ จำนวนสมาชิก และการนับคะแนน มีความแตกต่างจากร่างของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทย ที่ตกไปแล้ว โดย 2 ร่างดังกล่าวมีการระบุหัวเรื่องว่าแก้ไขระบบเลือกตั้ง แต่ร่างของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มี ดังนั้น การบัญญัติหลักการตามข้อบังคับข้อที่ 114 ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงเกิดข้อสังสัยว่ามีความชัดแจ้งหรือไม่ แต่เมื่อในที่ประชุมมีการถกเถียงในประเด็นนี้ กลับถูกตัดบทจากประธานในที่ประชุมเป็นระยะจนตนพูดไม่จบ และนอกจากตนยังมีกมธ.หลายคนอภิปรายอย่างกว้างขวาง เป็นเหตุเป็นผล เช่น นางกาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ กมธ.สัดส่วนส.ว. ก็เห็นว่าการแปรญัตติที่ผ่านมา หลักการต้องมีหัวเรื่องก่อนว่าจะแก้เรื่องอะไรตามด้วยมาตราที่จะแก้ไข แต่ที่สุดแล้วเรื่องดังกล่าวก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ซึ่งการประชุมคณะกมธ.ฯ ในสัปดาห์หน้าวันที่ 10 11 และ 13 ส.ค.นี้ ที่จะให้การพิจารณาแล้วเสร็จ ตนตั้งข้อสังเกตว่าการพิจารณากฎหมายสำคัญ แต่ทำไมต้องเร่งรัดเร่งรีบขนาดนั้น ทั้งนี้ ดูแล้วการพิจารณาในชั้นกมธ.เป็นแค่พิธีกรรม เพราะเชื่อลึกๆว่าเขาเตรียมเนื้อหาที่ต้องการไว้แล้ว
ด้าน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกมธ. กล่าวว่า กำลังเกิดปรากฏการณ์การสอดไส้ในกมธ. เนื่องจากมีความพยายามเปลี่ยนแปลงให้ร่างแก้ไขของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนร่างอื่นที่สภาโหวตคว่ำไปแล้ว ตนไม่เข้าใจว่าการทำแบบนี้จะเป็นผลดีอย่างไร ถ้าจะทำกันแบบนี้คราวหลังไม่ต้องกำหนดว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องทำกัน 3 วาระ เพราะไม่มีความหมาย
"เรากำลังจะเปลี่ยนร่างของประชาธิปัตย์ ให้เหมือนร่างอื่นที่ตกไป วันนี้เรากำลังทำลายความน่าเชื่อถือในสภา พรรคก้าวไกลพยายามหาข้อตกลงว่าจะทำกันอย่างไร แต่ก็น่าเสียดายว่านายไพบูลย์ กลับเพิกเฉยในเรื่องนี้ ไม่ได้ทำหน้าที่ประธานอย่างสมบูรณ์ ตีมึนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่หาข้อยุติ ดึงดันให้พิจารณาต่อไป ซึ่งปลายทางเราก็เห็นว่ามีการสอดไส้ให้ร่างที่ตกไปแล้วกลับมามีชีวิตใหม่"
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เราไม่เห็นประเด็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชนเลย แต่จะให้พิจารณาจบสัปดาห์หน้า ทั้งที่เรากำลังแก้ในเรื่องที่ใหญ่ และส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน จึงน่าเศร้าใจที่การพิจารณาร่างแก้ไขกำลังนำไปสู่การสอดไส้อีกครั้ง ตนเรียกร้องว่าสัปดาห์หน้ายังไม่สาย อยากให้กมธ.ทุกพรรค ช่วยกันผลักดันอย่าปล่อยให้มีการสอดไส้ พรรคก้าวไกลอาจจะไม่ได้โหวตรับร่างของพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่ต้น แต่เมื่อมาทำหน้าที่กมธ. เราก็อยากทำด้วยความตั้งใจให้ออกมาดีที่สุด ซึ่งพรรคก้าวไกลไม่เคยมีจุดยืนว่าการเลือกตั้งจะต้องใชบัตรเลือกตั้งใบเดียว เพราะบัตรเลือกตั้งสองใบต่างหากที่สะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งสำคัญคือการคำนวณแบบไหนที่เป็นธรรม ตนจึงขอเตือนสตินายไพบูลย์ ให้ฟังให้มากพูดให้น้อยกว่านี้ และทำหน้าที่ประธานให้สมบูรณ์กว่านี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุค ระบุว่า "ผมในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญฯร่างงบประมาณปี 65 จากพรรคประชาชาติ เสนอแปรญัตติงบประมาณจำนวน 16,362 ล้านบาทเศษ ให้เป็นสวัสดิการของประชาชนโดยตรง และไม่เห็นด้วยแปรญัตติเป็นงบกลางที่เสมือนตีเช็คเปล่าและตรวจสอบยากครับ"
วันเดียวกัน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์และไอซีที ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 กล่าวถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลออกมาแถลงไม่เห็นด้วยกับการแปรงบประมาณที่มีการปรับลดในชั้นอนุกรรมาธิการเข้าไปรวมในงบกลาง ว่า การพิจารณาของอนุกรรมาธิการ และกรรมาธิการในตัดงบประมาณที่ไม่มีความจำเป็นหรือที่เรียกว่าเป็นงบไขมันส่วนเกินของแต่ละหน่วยงานนั้น ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของโควิด19 ซึ่งงบประมาณบางส่วนที่กรรมาธิการมีการตัดก็มีความจำเป็นต่อหน่วยงาน แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่จำเป็นต้องนำงบประมาณมาช่วยประชาชนก่อนทางหน่วยงานต่างๆก็ยินดีที่จะให้ตัด ซึ่งในการพิจารณาแต่ละครั้งตัวแทนจากพรรคก้าวไกลที่ร่วมประชุมก็ได้เน้นย้ำเสมอว่าจะต้องนำเงินมาช่วยเหลือประชาชน ซึ่งการที่กรรมาธิการแปรไปงบกลางนั้นถือว่ามีความเหมาะสมด้วยเหตุผลที่เป็นช่องทางที่สามารถใช้งบประมาณได้เร็วที่สุด และมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่านำไปเยียวยาช่วยเหลือโควิด19 ซึ่งก็ตรงกับเจตนารมณ์ของพรรคก้าวไกล ดังนั้นการที่พรรคก้าวไกลออกมาพูดในลักษณะว่าเป็นการตีเช็คเปล่าให้นายกรัฐมนตรีนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง
"การโอนไปรวมกับงบกลางนั้นถือว่าไม่ใช่เป็นการตีเช็คเปล่าให้นายกรัฐมนตรี เพราะงบกลางมีวัตถุประสงค์ในการใช้งบประมาณที่ชัดเจน และไม่ใช่ว่าจะสามารถทุจริตได้ง่าย เพราะมีกระบวนการในการตรวจสอบการทุจริตที่เข้มงวด"
นายอัครเดช กล่าวต่อว่า หากไม่แปรงบประมาณที่ปรับลดเข้าไปในงบกลาง จะให้เอาไปไว้ที่ไหน และการที่จะโอนไปยังท้องถิ่นนั้นอาจจะไม่ทันต่อการแก้ไขสถานการณ์ เนื่องจากท้องถิ่นมีระเบียบในการเบิกจ่ายที่ยุ่งยาก ไม่เอื้ออำนวยต่อสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนี้ รวมถึงท้องถิ่นที่ยื่นคำของบประมาณโดยตรงจากสำนักงบประมาณก็ไม่ครอบคลุมองค์กรท้องถิ่นทั้งประเทศ จึงอาจจะมีปัญหาในการจัดสรรงบประมาณตามมาอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากมีมติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบโยกย้ายข้าราชการหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญคือปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ที่ทางกระทรวงมหาดไทยเสนอให้มีการแต่งตั้ง นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ขึ้นดำรงตำแหน่ง แทน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่เตรียมจะเกษียณอายุราชการลงในเดือนตุลาคมนี้
ขณะเดียวกัน ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นายสุทธิพงษ์ และคู่สมรส คือ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมูลค่าโครงการมีจำนวนราวหมื่นล้านบาท โดยแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 10,225,498,325 บาท ไม่มีหนี้สิน เป็นทรัพย์สินของ นายสุทธิพงษ์ จำนวน 15,724,125 บาท คู่สมรส 10,209,774,199 บาท ที่ดิน นายสุทธิพงษ์ 13,440,550 บาท ของคู่สมรส 43,761,550 บาท
ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งการครอบครองโฉนดที่ดิน จำนวน 20 รายการ เช่น จ.เชียงรายและจ.อุทัยธานี ส่วนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง แจ้งว่า มีสิ่งปลูกสร้างในต่างประเทศ เช่น Apartment Block 3 , 5 Pearson Square , London มูลค่า 25,000,000 บาท และ Apartment centre Poin, New Oxford Street London มูลค่า 83,250,000 บาท ส่วนทรัพย์สินอื่นที่มีมูลค่ามากที่สุด ได้แก่ แหวนเพชร 11 วง มูลค่า 43,520,000 ล้านบาท พระเครื่อง 263 องค์ มูลค่ารวม 32,023,000 บาท ต่างหูเพชร 5 คู่ มูลค่า 19,020,000 บาท แหวนพลอยล้อมเพชร 40 วง มูลค่า 15,390,000 บาท