“อภิสิทธิ์” ขออย่าวิจารณ์ตัวบุคคล ปมตั้ง "หน.พรรค" มองแนวทางฟื้นศรัทธาประชาชน

การเมือง24 มิ.ย. 2566 • 07:33 น.
“อภิสิทธิ์” ขออย่าวิจารณ์ตัวบุคคล ปมตั้ง "หน.พรรค" มองแนวทางฟื้นศรัทธาประชาชน

 

เมื่อเวลา 12.55 น. วันที่ 24 มิ.ย. 2566 ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคว่า มีหลายกระแสข่าว ตอนนี้ทุกคนในพรรคมีความเป็นห่วง เพราะสถานการณ์ของพรรคในปัจจุบันถดถอยและไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฟื้นฟูพรรค ซึ่งสมาชิกต้องมองไปข้างหน้าถึงแนวทางของพรรคที่จะฟื้นศรัทธาได้อย่างไร ส่วนตนเห็นว่าการจะเดินหน้าได้ต้องมีความเป็นเอกภาพ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานอุดมการณ์ดั้งเดิมของพรรค และสร้างจุดยืนทางการเมืองเพื่อสามารถให้พรรคฟื้นฟูขึ้นมาได้  ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องตัวบุคคลยังไม่ใช่เรื่องหลัก อยากให้ส.ส. ที่ถูกเลือกตั้งกลับมาและคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดรักษาการสร้างความเป็นเอกภาพทางความคิดและทิศทางของพรรค

เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ขึ้นมา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคจะฟื้นได้ต้องมีทิศทางที่ชัดเจน โดยความเห็นชอบที่ตกผลึกร่วมกัน เมื่อเลือกทิศทางใดก็ตามก็จะมีคำตอบว่าบุคคลที่เหมาะสมนั้นเป็นใคร

เมื่อถามว่า จะมีการไปพูดคุยกับกลุ่มของกก.บห.ที่รักษาการหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภาระหนักจะตกอยู่ที่ส.ส.ใหม่ เพราะเป็นองค์ประชุมที่สำคัญ เป็นคนที่จะต้องขับเคลื่อนพรรคและทำหน้าที่ในสภาต่อไปซึ่งเขาก็ต้องรับฟังจากทุกฝ่ายที่จะทำให้พรรคฟื้นขึ้นมาได้ 

เมื่อถามว่า สุดท้ายจะมีการหาทางออกร่วมกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในที่สุดพรรคก็ต้องเดินอย่างมีเอกภาพและตัดสินใจเลือกแนวทางที่จะเดิน ส.ส. ก็ต้องเป็นหลักอยู่

เมื่อถามว่า ได้มีการติดต่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคก็มีการพูดคุยกันมาตลอด เพราะอยู่ในสังคมการเมืองด้วยกันมานาน ส่วนส.ส.ใหม่ ไม่ได้ไปสนใจที่จะไปคุยว่าใครจะอยู่พวกใคร จะชิงอะไร แต่สนใจที่จะคุยเรื่องของทิศทางทางการเมืองของพรรคมากกว่า ซึ่งตนพร้อมที่จะคุยกับทุกคน 

เมื่อถามว่า มีการเปรียบนายอภิสิทธิ์ กับนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และรักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลภาคใต้ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้ถอยออกมาจากเรื่องของการวิพากษ์วิจารณ์ตัวบุคคล เรื่องการแข่งขัน เพราะสิ่งที่พรรคต้องการขณะนี้คือ ความเป็นเอกภาพ และความชัดเจนในการกำหนดแนวทางทางการเมืองต่อไป เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง

เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชื่อตนเอง แต่พรรคไม่มีความเป็นเอกภาพก็จะไม่กลับใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถ้าไม่มีความเป็นเอกภาพใครก็ฟื้นพรรคไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องมาทำให้เกิดความรู้สึกร่วมกันว่าจะเดินไปในทิศทางไหนอย่างไร ซึ่งส.ส. ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาจะต้องเป็นหลัก