ส.ส.หญิง พท.รุมเหน็บรัฐบาลทำงาน "นิวนอมอล" เอาปลัดนำรมต. แจกเงินแถมหนี้
เมื่อวันที่ 29 พ.ค.63 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาพ.ร.ก.เงินกู้ทั้ง 3 ฉบับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีการประท้วง ส.ส.ส่วนใหญ่เป็นห่วงเรื่องการใช้เงินไม่ตรงวัตถุประสงค์ และอาจจะส่อให้เกิดการทุจริต
โดย น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ที่ผ่านมารัฐบาลบอกว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนถือเป็นบุญคุณ ทั้งที่เงินเป็นของประชาชนไม่ใช่เงินของรัฐบาล และเป็นการช่วยที่แถมหนี้1ล้านล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ที่มีผู้ประเมินว่าจะใช้หนี้ได้หมด ภายใน 80 ปี ตนหนักใจต่อการลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติเพราะหากไม่ผ่าน กังวลว่าประชาชนจะไม่ได้รับเงินเยียวยา และหากผ่านจะคุ้มค่าและหนี้สินที่ประชาชนแบกรับ ส่วนเงินที่ใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทตามบัญชีแนบท้ายเป็นกรอบการทำงานกว้างๆ แต่ไม่มีแบบแผน และมองไม่เห็นทิศทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ชัดเจน ทำให้กังวลว่าอาจกลายเป็นความล้มเหลว จะเป็นการใช้เงินเป็นเบี้ยหัวแตก แจกทุกกระทรวง
“การแบ่งงบเพื่อให้หน่วยงานนำไปแก้ไขเศรษฐกิจของประชาชน แต่ดูเหมือนจะไปแก้ไขการเมืองภายในของรัฐบาลมากกว่า ดังนั้นการใช้เงินกู้ต้องทำให้เกิดพลังของประชาชนเพื่อใช้ชีวิต ไม่ใช่สร้างพลังให้พรรคการเมืองบางพรรค
ส่วนที่รัฐบาลคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คล้ายกับงูกัดขา แต่นำเชือกรัดที่คอ ทำให้คนไม่ตายเพราะพิษงู แต่ตายเพราะเชือกที่รัดคอ ขณะที่การตั้ง ศบค.นำรัฐมนตรีเข้ากรุ ให้อำนาจปลัดกระทรวงนั่งเป็นหัวหน้า แทนรัฐมนตรี ทำให้ไม่แน่ใจเป็นการทำงานแบบ นิว นอมอล ของรัฐบาลหรือไม่”น.ส.จิราพร กล่าว
ทางด้าน น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การที่นายกฯ ระบุว่าหนี้รัฐบาลที่มีปัจจุบัน เป็นมรดกจากรัฐบาลชุดเก่า ตนเข้าใจว่าเป็นหนี้จากรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความสามารถใช้หนี้ 6 ปีที่ผ่านมารัฐบาลใช้งบประมาณ กว่า 20 ล้านล้านบาท แต่ชีวิตประชาชนตกต่ำ และสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย รัฐบาลใช้เงินเก่ง แต่หาเงินไม่เป็น ประชาชนเดือดร้อน เพราะถูกขูดรีดภาษี จากการกู้เงินตามกฎหมาย ขอให้รัฐาลกู้เงินเท่าที่จำเป็น และอาจเผชิญกับภาวะล้มละลายได้