กมธ.งบ 64 เผยปลัดคลังแนะรัฐออกกฎหมายเก็ษภาษีออนไลน์

การเมือง13 ก.ค. 2563 • 09:18 น.
กมธ.งบ 64 เผยปลัดคลังแนะรัฐออกกฎหมายเก็ษภาษีออนไลน์
เมื่อวันที่ 13 ก.ค.รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคราม พรรคเพื่อไทย โฆษกคณกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 พร้อมด้วยนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกกมธ. ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เชิญตัวแทนจาก 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย มาชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบัน โดยมีข้อเสนอแนะให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจฐานรากชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม การปรับโครงสร้างหนี้และลดอัตราดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการ การนำทรัพย์สินมาชำระหนี้แทนเงินกู้ โดยปลัดกระทรวงการคลัง มีข้อเสนอแนะว่าควรมีกฎหมายให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ เนื่องจากขณะนี้ภาครัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีการโฆษณาจากสื่อออนไลน์หรือการโฆษณาในโซเชียลมีเดียได้ อีกทั้งยังไม่สามารถคาดการณ์เงินจากการจัดเก็บภาษีของปี 2563 ได้ เพราะมีการเลื่อนการจัดเก็บภาษีของปี 2562 เป็นสิ้นสุดในเดือนส.ค.นี้ และจากสถานการณ์โรคโควิด-19 คาดว่าจะจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าที่ประมาณการณ์ไว้ นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานชี้แจงว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทั้งการชะลอการจัดเก็บภาษี และดูแลสถาบันการเงินให้มีความเข้มแข็ง ส่วนพระราชกำหนด หรือ พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 นั้น ขณะนี้ยังไม่หน่วยงานใดมาขอยื่นกู้ จึงเป็นสัญญาณที่ดีว่าเศรษฐกิจของไทยยังคงเข้มแข็งอยู่ นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กมธ.ได้เริ่มพิจารณางบประมาณในกลุ่มภารกิจด้านเศรษฐกิจจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง วงเงิน 268,718 ล้านบาท ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ กรมบัญชีกลาง กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมสรรพากร โดยตัวแทนจากกรมบัญชีกลาง ได้ชี้แจงถึงการจัดทำหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง เพื่อกลั่นกรองคุณสมบัติของผู้ประกอบการก่อนการยื่นเสนอราคา รวมทั้งการขึ้นทะเบียนผู้ที่ประมูลงานของรัฐได้แต่ทิ้งงาน เพื่อเป็นพื้นฐานในการตรวจสอบประวัติของผู้เสนอประมูลงานของรัฐในโครงการถัดไป โดยที่ประชุม กมธ. ได้ฝากข้อสังเกตุให้กรมบัญชีกลาง พิจารณาแนวทางการจัดทำระบบ e-bidding ให้มีความโปร่งใส ด้านนางพรรณสิริ กล่าวว่า ในช่วงเช้า ทาง กมธ.จะพิจารณาหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังอีก 4 หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ 6 หน่วยงาน และ 1 กองทุน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ธนาคารอาคารสงเคราะห์ บริษัท บริหารสินทรัพย์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด และกองทุนการออมแห่งชาติ