"จาตุรนต์" ชี้การเมืองต้องเข้มแข็ง สกัด "ย้ายพรรค- แจกกล้วย" ประสานเสียงโละ "250 สว." ลดเงื่อนไขสร้าง "รัฐประหาร"

การเมือง9 ธ.ค. 2565 • 17:22 น.
"จาตุรนต์" ชี้การเมืองต้องเข้มแข็ง สกัด "ย้ายพรรค- แจกกล้วย" ประสานเสียงโละ "250 สว." ลดเงื่อนไขสร้าง "รัฐประหาร"

วันที่ 9 ธ.ค.65 เมื่อเวลา 13.20 น. ที่อาคาร ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต นิตยสารสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ จัดงานสัมมนาพิเศษ ในโอกาส ก้าวสู่ปี ที่ 70 ในหัวข้อ "โอกาส ความหวัง การเมืองวิถีใหม่" โดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ , นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบกลุ่มงานนโยบายและข้อมูลการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ,นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายทะเบียน พรรคภูมิใจไทย ,นายชื่นชอบ คงอุดม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ,ศ.ดร.โกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ร่วมเสวนา

นายจาตุรนต์ กล่าวในหัวข้อการเมืองในวิถีใหม่ ตอนหนึ่งว่า สำหรับประเทศไทย เราอยากเห็นการเลือกตั้งมีความหมายในการกำหนดรัฐบาล จะชอบแบบไหนก็ได้แต่ขอให้เป็นไปตามความตั้งใจของประชาชน อยากเห็นประชาชนมีสิทธิกำหนดผู้แทน ฯ หนดรัฐบาล มีเสรีภาพ มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ จะโยงไปถึงการแข่งขันนโยบายอย่างจริงจัง ซึ่งจะมีประโยชน์ เพราะจะแก้ปัญหาเรื่องการซื้อเสียงได้ดีที่สุด ไม่ใช่การใช้มาตรการเข้มงวด สามารถเอาชนะการใช้เงินได้ใหลายพื้นที่ ลดบทบาทอำนาจรัฐ 

“ สิ่งที่ควรเกิดเป็นการเมืองวิถีใหม่ คือการเมืองที่เข้มแข็งปกป้องการย้ายพรรคหรือใช้เงินแจกกล้วย ให้ส.ส.ทำงานเต็มที่ตามที่รับปากไว้กับประชาชน ประเทศไทยอยู่กับการเมืองแบบเก่า ล้าหลัง แม้จะมีการเลือกตั้งก็ยังไม่ได้สะท้อนความต้องการของประชาชน ยังมีส.ว.250 เสียง ปัญหาเกิดจากระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องแก้รัฐธรรมนูญ และในระหว่างที่ยังไมได้แก้ต้องให้ประชาชนช่วยกันออกมากำหนดสิทธิ์ในการแสดงความเห็น ว่าต้องการการเมืองแบบใหม่ หัวใจคือประชาชนต้องกำหนดอนาคตตัวเอง ไม่ใช่เหมือนที่ผ่านมา” นายจาตุรนต์ กล่าว 

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ขอให้กล้าและทำให้เกิดขึ้นจริง ในการสร้างการเมืองวิถีใหม่ และขอให้จแบการเมืองแบบเก่าในรุ่นเรา ไม่อย่างนั้น หลังการเลือกตั้ง ในปีหน้า การเมืองแบบเก่าก็จะวนกลับมาเหมือนเดิม มีความขัดแย้ง เกิดรัฐประหาร วนกันไป ประชาธิปไตยบ้านเราไม่ได้อยู่ที่บัตรเลือกตั้ง แต่อยู่ที่มูลค่าของบัตรเลือกตั้ง แล้วอย่างนั้นคงไม่มีความหมายอะไร การเมืองวิถีใหม่ต้องมีความหวัง โปร่งใส สุจริตทุกระดับ ยึดอุดมการณ์ คุณธรรมนำการเมือง นโยบายทำได้จริง อยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบ

“ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย  ยึดมั่นระบบรัฐสภา หยุดสร้างเงื่อนในการทำรัฐประหาร ปฏิรูปการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ส่งเสริมคุณค่าประชาธิปไตย  อย่าให้ธนบัตรเป็นใหญในแผ่นดิน และข้อสุดท้าย คือการแก้ที่ตนเอง”

นายศุภชัย กล่าวว่า ถ้าไม่มีเงื่อนไขให้กปปส. ออกมา คงไม่มีเงื่อนไขให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ออกมายึดอำนาจได้ใช่หรือไม่ การเมืองวิถีใหม่ จะทำอย่างไรเพื่อให้การเลือกตั้งตรงไปตรงมา แล้วเมื่อเรายังมีส.ว.อีก 250 รอเลือกนายกฯอีก แล้วเราจะได้การเมืองใหม่อย่างไร ดังนั้นขอให้มีการเลือกนายกฯอย่างสมเหตุสมผล ก็จะเป็นการเมืองวิถีใหม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นหากยังล็อคเอาไว้แบบนี้การเมืองวิถีใหม่จะเกิดได้อย่างไร

นายโกวิทย์ กล่าวว่า พรรคพลังท้องถิ่นไท เราชูการเมืองใหม่ เชิงนโยบาย เราต้องข้ามความขัดแย้ง และต้องเป็นการเมืองที่ใสสะอาด ปราศจากการซื้อเสียง เราประกาศเจตนารมณ์ ต้องส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองให้แข็งแรง ทำให้ประชาชนมีโอกาส ตั้งสภาพลเมืองทุกพื้นที่ทำหน้าที่เสนอนโยบาย ติดตามการทำงาน และประการสุดท้ายคือการมุ่งเน้นการกระจายอำนาจ ไปสู่ท้องถิ่น ตราบใดที่ให้ส่วนกลางดำเนินงาน จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำยังมีอยู่ หมดเวลาที่นักการเมืองเป็นใหญ่ต้องให้ประชาชนเป็นใหญ่

นายชื่นชอบ กล่าวว่า เราต้องดูความเป็นจริงของประเทศเรา แต่ปัญหาคือนักการเมืองที่มีอำนาจจะยอมละทิ้งอำนาจให้ประชาชนจริงหรือไม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะหมดความหวัง แนนอนว่าพรรคการเมืองที่ดี นักกรเมืองที่ดีต้องทำ แต่ก็มีบางสิ่งที่เราต้องรอ ที่ผ่านมาการทำรัฐประหาร ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ในช่วง 20ปีที่ผ่านมา

นายชื่นชอบ กล่าวว่า การเขียนรัฐธรรมนูญ ที่ให้มีส.ว.250 คน เกิดปัญหาและกำลังจะเป็นปัญหาต่อไป  ดังนั้นจึงบอกว่าหากเราต้องรอ อย่างส.ว.ที่จะสามารถเลือกนายกฯได้อีก ครั้ง แต่หากเราไม่อดทนรอ จนไปสร้างเงื่อนไข จนเกิดรัฐประหารขึ้นมาอีก เราควรจะค่อยขยับๆ เราอาจจะไม่ได้ถูกใจ แต่เรามีความหวังร่วมกันได้