“พท.” รำคาญ “สนธิญา” ร้อง “อุ๊งอิ้ง” ยื่นร้องกลับแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
วันที่ 29 ธ.ค. 65 ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย(พท.) นำโดยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย, นายสมคิดเชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน), นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ส.ส.เชียงใหม่ แถลงถึงกรณีที่นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เข้ายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขอให้ กกต.ไต่สวน วินิจฉัยและพิจารณาในเบื้องต้นกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ้งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ฮ่องกงและถ่ายรูปลงอินสตาแกรมว่า เราได้ยื่นหนังสือถึงกกต. ขอให้ดำเนินการกับนายสนธิญา กรณีกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 (พ.ร.ป.พรรคการเมือง) จากการยื่นร้องกรณีข้างต้นนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่า สิ่งที่นายสนธิญาทำไม่ถูกต้อง เป็นการแจ้งความเท็จ ให้ข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว ว่าน.ส.แพทองธารเป็นบุตรสาวของนายทักษิณ การเดินทางไปส่วนตัวเป็นสิ่งที่กระทำได้
น.ส.ธีรารัตน์กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่นายสนธิญากระทำนั้น เป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ของพี่น้องประชาชนที่มีต่อพรรคเพื่อไทย และต้องการให้พรรคมีความผิดตามที่กล่าวอ้าง เราจึงร้องต่อกกต.ให้ไต่สวนต่อไปเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้ที่ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหายในกรณีต่อๆไป ภาษีของประชาชนควรที่จะถูกใช้อย่างมีคุณค่าไม่ใช่ถูกใช้เพื่อการกลั่นแกล้งทางการเมือง การทำเช่นนี้ถือเป็นการเมืองไม่สร้างสรรค์ หากอยากจะเป็นนักการเมืองก็ควรที่จะสมัครเข้าพรรคการเมืองให้ถูกต้อง ช่วยกันทำงาน คิดนโยบาย ให้แก่ประชาชน
นายสมคิด กล่าวเสริมว่า ระยะหลังนักร้องทั้งหลายเริ่มจะร้อง ส่วนตัวมองว่า หลายคนที่ร้อง รับงานมาหรือไม่ ร้องแล้ววางบิลหรือไม่ ไม่รู้ ร้องในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อประชาชน ตนสังเกตหลายท่านที่อยู่คนละฝ่ายกับพรรคเพื่อไทย ใกล้ชิดผู้มีอำนาจ ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ร้องอย่างไม่มีเหตุผล ตนเห็นคนเหล่านี้อยู่สุขสบาย จึงมองว่า ร้องแล้วได้ประโยชน์จากเรื่องเหล่านี้หรือไม่ ขอให้สื่อมวลชนตรวจสอบว่าคนที่ไปยื่นร้องได้รับงบประมาณเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปร้อง ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็จะต้องปกป้องพรรค ตนขอยืนยันไม่ต้องการมีเรื่องกับใครเพียงต้องการอธิบายให้ประชาชนรู้นโยบายว่าจะทำอะไรเท่านั้น พร้อมเชิญชวนทุกพรรคให้ทำด้วย แค่พูดเรื่องของตัวเองก็เหนื่อยแล้ว ไม่พูดเรื่องของคนอื่น ส่วนกรณีของอุ๊งอิ๊ง ตนมองว่า เป็นเรื่อปกติทุกคนมีพ่อแม่ มีครอบครัว ทุกคนไม่ได้เกิดจากกระบอกไม้ไผ่ จริงๆเรา "รำคาญ" แต่เราก็ต้องมาบอก
ด้าน นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ทางพรรคไม่ได้อยากดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องหยุมหยิม แต่สิ่งที่นายสนธิญาทำเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ มักใช้คำว่าให้ช่วยตรวจสอบว่าเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ ทั้งที่เขารู้อยู่แก่ใจว่า ไม่มี จึงไปยื่นร้อง กกต.ว่า การกระทำของนายสนธิญา ขัดต่อรัญธรรมนูญ มาตรา 101 ที่ระบุว่า หากใครร้องเท็จ โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีมูล ต้องมีโทษทั้งจำทั้งปรับ