"นายกฯ" พร้อมโชว์ศักยภาพไทยบนเวทีโลก ดึงความร่วมมือนานาชาติฟื้น ศก.

การเมือง10 พ.ค. 2565 • 16:27 น.
"นายกฯ" พร้อมโชว์ศักยภาพไทยบนเวทีโลก ดึงความร่วมมือนานาชาติฟื้น ศก.
วันที่ 10 พ.ค. 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในการประชุมครม.วาระด้านการต่างประเทศได้มีการพูดถึงการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค. 2565 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ซึ่งตนจะออกเดินทางวันที่ 11 พ.ค.นี้ มีหลายวาระด้วยกัน โดยจะมีการหารือและร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียนทั้งหมด ซึ่งจะมีการแถลงวิสัยทัศน์ร่วมในเรื่องโควิด- 19 การตั้งกองทุนอาเซียน การทำวิจัย ร่วมทุนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน ความร่วมมือทางทะเลทางด้านความมั่นคง การทำประมง การพัฒนามนุษย์ การพัฒนาทักษะดิจิทัล การส่งเสริมยุทธศาสตร์ความร่วมมืออิรวดี เจ้าพระยา แม่โขง การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เทคโนโลยีชีวภาพและการเกษตรอัจฉริยะ การจัดการสภาพแวดล้อม พัฒนาพลังงานสะอาด และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ตนจะแถลงหลังการประชุมดังกล่าวแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้รัฐบาลยังดำเนินการความร่วมมือกับประชาคมโลกอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการประชุมผู้นำความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือบิมสเทค ซึ่งมีสมาชิก 7 ประเทศ เป็นกรอบความร่วมมือภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของโลกในด้านจำนวนประชากร ขนาด และศักยภาพทางเศรษฐกิจ และเรามีความยินดีที่ไทยจะได้รับมอบตำแหน่งประธานบิมสเทคต่อจากศรีลังกา วาระ 2 ปี 2565-2566 ซึ่งตนได้ประกาศวิสัยทัศน์ไปแล้วว่าคือโปรบิมสเทค และลงนามกดบัตรบิมสเทค เพื่อยกระดับเป็นองค์การระหว่างประเทศระดับรัฐบาล เพิ่มบทบาทสำคัญในเวทีระดับประเทศด้วย นายกฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีโครงการความร่วมมือกับประเทศอื่นๆเป็นโครงการต่อเนื่อง เช่นโครงการกลไกเครดิตร่วม (JCM) ภายใต้ความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนเรื่องการพัฒนาผลิตพลังงานหมุนเวียน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานมูลค่ามากกว่า 2,300 ล้านบาท เพื่อที่เราจะสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 200,000 ตัน รวมไปถึงคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่กรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ประจำปี 2565 ถือเป็นโอกาสที่เราจะแสดงศักยภาพการค้าการลงทุนของเราให้กับผู้แทนประเทศสมาชิก รวมถึงสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และรัฐเซีย โดยประเด็นสำคัญที่หารือกันคือเรื่องการเดินทางติดต่อกันระหว่างประเทศเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยว การพัฒนาเศรษฐกิจ BCG ธุรกิจsme และการพัฒนาบริการโลจิสติกส์ร่วมกัน ตนถือว่าประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องประเทศอันดับต้นๆของโลกและเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญในภูมิภาคเรา เราได้พัฒนาระบบเนชันแนล ซิงเกิลวินโดว์ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์กับสมาชิกอาเซียนได้ครบทุกประเทศ จะช่วยส่งเสริมตอกย้ำความเป็นหนึ่งในด้านโลจิสติกส์ของเราเพื่อเพิ่มความมั่นใจดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในประสิทธิภาพของประเทศเราเป็นอย่างดี และเราก็มีความพร้อมจากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ได้พัฒนามาต่อเนื่อง ทั้งทางรถ เรือ รถไฟ อากาศ ล่าสุดได้สั่งการให้เร่งรัดเสริมความพร้อมด้านต่างๆสำหรับเส้นทางรถไฟสายจีนและสปป.ลาว เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ “เรื่องสำคัญยังมีอีก การประชุมครม.มีทั้งวาระเพื่อทราบ วาระเพื่อพิจารณามากมาย โดยโฆษกรัฐบาลจะชี้แจงเพิ่มเติม หากมีอะไรสามารถสอบถามได้ ไม่มีอะไรปิดบังพวกเราทั้งสิ้น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว